ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึง ขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกประเภท พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน พอลิไวนิลคลอไรด์ พอลิสไตรีน และเอ็มเอ็มเอ

SCG GREEN POLYMERTM: THE SOLUTIONS FOR OUR WORLD AND OUR SOCIETY

SCG GREEN POLYMERTM: THE SOLUTIONS FOR OUR WORLD AND OUR SOCIETY

วันที่: 30 ก.ย. 2564

“Globally, about 40% of plastics are used as packaging” reportedUNCTADon March 3, 2021. Its short life-span due to poor product design and lack of political infrastructure makes plastic packaging the greatest generator of environmental pollution. Only 9 percent has been recycled properly, while the majority are either landfilled orincinerated. And the last option is the significant source of greenhouse gas emissions. In Thailand, short-use consumer plastic packaging collected from the nation’s environments in 2018 contributes approximately 65.3% of staggering pollution1. Effective schemes and concrete actions are necessarily important, coupled with collaborative and more impactful efforts across the value chain. And all need rethinking! From the respective standpoint, circular economy represents an opportunity to use —and not use up— material resources. The progressive antidote to a linear economy will help ensure no materials are lost, no toxins are leaked and no maximum value is failed to achieve from every process, material and component3. SCG Chemicals, one of the largest integrated petrochemical companies in Thailand and a leading industry key player of the region, realizes the urgency of the fastest-growing, starling environmental threat and takes into account of ambitious commitment to never make plastic materials become waste. In so doing, we have integrated the concept of circular economy into our core strategies. These strategies help retain the value of plastics and find their ways to our new product offeringsSCG GREEN POLYMER™encompassing four major solutions:REDUCE-Enhancing Material for Eco-Efficiency; RECYCLABLE-Design for Recyclability; RECYCLE-Mechanical & Advanced Recycling, and RENEWABLE–Bioplastics. Embedding with ourSMX™ Technology, our breakthrough innovation helps strengthen polyethylene resins and reduce the wall thickness in a product while retaining its functional properties. This does not only save raw material in manufacturing but also makes the product more lightweight, which translates to less energy required for transportation and less carbon dioxide emissions. To keep hard-to-recycle out of the environment, we have developed and enhanced better PP and PE resins to become practical options for mono-materiality. The solution enables full recyclability, while achieving existing properties, and will help to improve post-consumer management. The solution is currently in the development process done in conjunction with several brand owners. High Quality Post-Consumer Recycled Resin (PCR) is one of innovation in the “Recycle” solution. With our exclusive formulations and wide-ranging network of household waste collection, we can turn waste into high-quality PCR HDPE. Our PCR complies with global traceability standards such as Global Recycle Standard (GRS) and it can replace the use of virgin raw materials from at least 25% up to 100%, an achievement that is in line with global commitments from brand owners. Ultimately, our PCR pushes the boundaries of environmentally friendly packaging innovations. Moreover, we have developed advanced recycling technology that turns post-consumer plastics into recycled feedstock for virgin plastic resin production. This advanced technology utilizes catalyst to promote energy saving and environmental friendliness for the recycling process. “It sounds very easy to recycle plastic; however; there are significant gaps to be closed.Apart from our material advancements and eco-friendly technologies that play a key role in this scenario, we have to collaborate for sufficient recycling infrastructure in communities.Secondly, we have to develop a culture and rewarding system across the value chain for efficient sorting and collection as household waste is by nature scattered in small sources.And, the third challenge is the impurity that follows such litter requires extensive sorting and cleansing before the plastic can be reused,”said Rorvik, Global Director Circular Economy at SCG Chemicals. Our Bio Compostable Compound offers unique products made from renewable resources in which contributing to greenhouse gas emissions reduction along the chain. The resin is ready to use as a drop-in compound and processing friendly. There are a number of recognized certifiers in Europe, DIN CERTCO and Biodegradable Products Institute (BPI) in USA. Ultimately, SCG Chemicals expects our approach to deliveringSCG GREEN POLYMER™to develop further as a foundation for sustainable material advancements. While the green technology will help benefit our society and planet. For more information about ourSCG GREEN POLYMER™, please contactfoodbev_pkg@scg.com References: https://www.pcd.go.th/pcd_news/12628/ https://supplychain.edf.org/resources/sustainability-101-packaging-waste-the-problem/ https://archive.ellenmacarthurfoundation.org/explore/plastics-and-the-circular-economy

เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับ คค. ปล่อยขบวนรถแท็กซี่ติดฉากกั้นภายในห้องโดยสาร นำร่องในรถแท็กซี่ให้ครบ 3,000 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2564

เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับ คค. ปล่อยขบวนรถแท็กซี่ติดฉากกั้นภายในห้องโดยสาร นำร่องในรถแท็กซี่ให้ครบ 3,000 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2564

วันที่: 23 ก.ย. 2564

กรุงเทพฯ – 23กันยายน 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ปล่อยขบวนรถแท็กซี่ติดฉากกั้นแบบ New Normal”ภายใต้โครงการยกระดับความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้บริการรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน โดยมีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ผู้บริหารกระทรวงฯผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหาร เอสซีจี เคมิคอลส์ และผู้ขับรถแท็กซี่ ร่วมในพิธีปล่อยขบวนรถแท็กซี่ ที่ติดตั้งฉากกั้นอะคริลิกใสภายในห้องโดยสาร พร้อมออกให้บริการประชาชนในอัตราค่าโดยสารปกติ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางด้วยรถแท็กซี่ให้แก่ประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด ทุกภาคธุรกิจต้องปรับตัวตามมาตราการสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถแท็กซี่ซึ่งเป็นการขนส่งสาธารณะที่ผู้ขับรถและผู้โดยสารอยู่ในพื้นที่ใกล้กัน ส่งกระทบต่อผู้ประกอบการ เจ้าของรถ และผู้ขับรถแท็กซี่ เนื่องจากประชาชนขาดความมั่นใจ จากประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ จึงต้องคิดนวัตกรรมมาช่วยเหลือเยียวยาและปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะในยุค New Normal รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณามาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้ผู้ขับรถแท็กซี่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ โดยมีกรมการขนส่งทางบกสนองรับนโยบายดังกล่าวและดำเนินการโครงการยกระดับความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้บริการรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน โดยทำการติดตั้งฉากกั้นระหว่างผู้ขับรถและผู้โดยสาร เพื่อป้องกันละอองฝอยจากการพูดคุย ไอ จาม ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการใช้บริการรถสาธารณะอีกด้วย ทั้งนี้ ในระยะแรกจะนำร่องติดตั้งฉากกั้นในรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 3,000 คัน ประกอบด้วย รถแท็กซี่นิติบุคคลจากสมาคม สหกรณ์ต่าง ๆ และรถแท็กซี่บุคคลธรรมดา เชื่อว่าการติดตั้งฉากกั้นตามโครงการดังกล่าว นอกจากลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ระหว่างผู้ขับรถและคนโดยสารภายในรถแท็กซี่แล้ว ยังช่วยให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้ขับรถหรือคนโดยสารรถแท็กซี่ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการใช้บริการรถสาธารณะ ลดการใช้รถส่วนตัว ผู้ขับรถแท็กซี่ก็สามารถประกอบอาชีพได้ภายใต้มาตรการ Social Distancing แบบ New Normal รองรับการเปิดประเทศ ส่งเสริมเศรษฐกิจภาพรวมต่อไป นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า โครงการนี้ กรมการขนส่งทางบกได้รับความร่วมมือจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์ครบวงจรชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้นำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์มาผลิตและออกแบบฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงภายในห้องโดยสาร ซึ่งออกแบบให้ติดตั้งได้ง่ายเหมาะกับรถแท็กซี่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งรถแท็กซี่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ไม่บดบังทัศนวิสัย และไม่กระทบต่อการทำงานหรือการใช้งานระบบหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ ของรถ โดยเริ่มทยอยติดตั้งฉากกั้นให้กับรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะดำเนินการติดตั้งครบทั้งหมด 3,000 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2564 นี้ รถที่ติดตั้งฉากกั้นจะแสดงเครื่องหมายบริเวณกระจกด้านหน้ารถเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ในอัตราค่าโดยสารเท่ากับแท็กซี่ทั่วไป และกรมการขนส่งทางบกจะติดตามประเมินผลความพึงพอใจของผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่าน QR Code ที่ติดไว้ที่ฉากกั้นในรถแท็กซี่ทุกคัน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาขยายผลต่อไป นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า “เอสซีจี เคมิคอลส์ เข้าใจในสถานการณ์ความยากลำบากของผู้ประกอบการแท็กซี่ รวมทั้งมีความห่วงใยต่อสุขอนามัยของผู้ขับรถ และประชาชนที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งการเว้นระยะห่างระหว่างผู้ขับรถและผู้โดยสารกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องหาทางออกเพื่อยกระดับความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้รถโดยสารสาธารณะ โดยเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้นำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านอะคริลิกใสจากแบรนด์ชินโคไลท์ (SHINKOLITE) มาพัฒนาต่อยอดจนได้ฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงสำหรับติดตั้งภายในห้องโดยสารรถยนต์ และได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก จัดทำฉากกั้นเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างผู้ขับรถและผู้โดยสารสำหรับรถแท็กซี่ ช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสละอองฝอยภายในห้องโดยสาร ซึ่งถือเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง หรือที่เรียกว่า Double Protection ซึ่งโดยปกติทั้งผู้ขับรถและผู้โดยสารจะต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเองอยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าโครงการยกระดับความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้บริการรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนของกรมการขนส่งทางบกในครั้งนี้ จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเดินทางในยุค New Normal และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดประเทศของภาครัฐในอนาคต” สำหรับฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงในห้องโดยสารที่ติดตั้งให้กับรถแท็กซี่ในโครงการฯ มีจุดเด่นที่ความใสคล้ายกระจกทำให้คงทัศนียภาพการมองเห็น ไม่รู้สึกอึดอัดขณะโดยสาร ออกแบบให้รองรับการใช้งานในรถยนต์หลายรุ่น น้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่าย ปลอดภัย คงทนต่อสภาพอากาศ และสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายด้วยผ้าขนอ่อน ชุบน้ำเปล่า น้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% สามารถทำความสะอาดได้บ่อยตามต้องการ
Advanced Recycling เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืน “ISCC PLUS” รายแรกในไทย ตอกย้ำทิศทางปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน พุ่งเป้าพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก

Advanced Recycling เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืน “ISCC PLUS” รายแรกในไทย ตอกย้ำทิศทางปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน พุ่งเป้าพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก

วันที่: 22 ก.ย. 2564

กรุงเทพฯ – 21 กันยายน 2564 เอสซีจี เคมิคอลส์ แถลงความคืบหน้าตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” (Chemicals Business for Sustainability) โดยล่าสุด กระบวนการภายใต้เทคโนโลยี Advanced Recycling เพื่อเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมี ได้รับการรับรองมาตรฐาน “ISCC PLUS” โดย International Sustainability and Carbon Certification (ISCC) ซึ่งเป็นการรับรองให้กับองค์กรที่มีการจัดการและการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานโดยเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในประเภท Advanced Recycling นอกจากนี้ยังพุ่งเป้าสู่การทำเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ เผยถึงความคืบหน้าของ Advanced Recycling ตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนว่า “ขณะนี้ การดำเนินงานด้าน Advanced Recycling ซึ่งเป็นการนำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับธุรกิจปิโตรเคมี หรือที่เรียกว่า Recycled Feedstock นั้นมีความคืบหน้าไปตามแผนที่วางไว้ โดยล่าสุด ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS โดย International Sustainability and Carbon Certification หรือ ISCC ซึ่งเป็นการรับรองคาร์บอนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศ ทั้งนี้ Advanced Recycling จากเอสซีจี เคมิคอลส์ ถือเป็นรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนชั้นนำระดับโลก” เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี Advanced Recycling โดยใช้สารเร่งปฏิกิริยา ทำให้กระบวนการรีไซเคิลมีอุณหภูมิต่ำ จึงช่วยลดการใช้พลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีการควบคุมระบบอย่างชัดเจนในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่กระบวนการจัดหาเศษพลาสติกใช้แล้ว การรับและจัดเก็บวัตถุดิบ การรีไซเคิลผ่านเทคโนโลยี Advanced Recycling การจัดควบคุม จัดเก็บ และขนส่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งนอกจากจะได้ Recycled Feedstock เพื่อนำกลับไปผลิตเม็ดพลาสติกใหม่ (Virgin Plastic Resin) ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว ยังช่วยลดปัญหาการสะสมของปริมาณขยะพลาสติกในประเทศได้อีกด้วย “เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ทั้งนี้ มีแนวทางในการสอบกลับสมดุลมวล (Mass Balance Approach) ในทุกขั้นตอนตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของแบรนด์สินค้าชั้นนำที่มองหาวัสดุพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน” นายธนวงษ์ กล่าวทิ้งท้าย _________________________ เกี่ยวกับ Advanced Recycling จากเอสซีจี เคมิคอลส์ เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับ Partner ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี จัดตั้งบริษัทเซอร์คูลาร์ พลาส (Circular Plas Co., Ltd.) เพื่อดำเนินธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกผ่านกระบวนการรีไซเคิลทางเคมี (Chemical Recycling) ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยได้พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติก ที่เรียกว่า Advanced Recycling Technology มีโรงงานทดสอบการผลิต หรือ Demonstration Plant แห่งแรกในประเทศไทย บริเวณโรงงานในจังหวัดระยอง เพื่อทดสอบการผลิต Recycled Feedstock และวางแผนที่จะขยายกำลังการผลิตต่อไปในอนาคต เกี่ยวกับ ISCC ISCC หรือ International Sustainability and Carbon Certification คือ การรับรองคาร์บอนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศ เป็นระบบการรับรองความยั่งยืนชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ISCC เป็นองค์กรอิสระ ควบคุมโดยสมาคม ISCC ดำเนินการรับรองด้วยระบบที่มีมาตรฐานระดับสูง ตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่เข้มงวด และตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่คุณค่าได้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • All Around Plastics