ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึง ขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกประเภท พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน พอลิไวนิลคลอไรด์ พอลิสไตรีน และเอ็มเอ็มเอ

‘พลาสติก’ วัสดุสู้วิกฤตโควิด-19 เคียงข้างบุคลากรทางแพทย์

‘พลาสติก’ วัสดุสู้วิกฤตโควิด-19 เคียงข้างบุคลากรทางแพทย์

วันที่: 25 พ.ค. 2563

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้คนต้องปรับพฤติกรรมและวิถีชีวิตตัวเองในการรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อร้าย โดยมีบุคลากรทางการแพทย์เป็นทัพหน้าในการกำราบโรคระบาดนี้ และยังช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถ จึงจำเป็นอย่างมากที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องเพิ่มมาตรการป้องกันการติดเชื้อให้มากกว่าเดิม และปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันช่วยดูแลคุณหมอและเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ให้ทำหน้าที่อย่างไร้กังวลได้ก็คือ พลาสติก 90 ปีสายสัมพันธ์ ‘พลาสติก’ กับวงการแพทย์ พลาสติกเริ่มเข้ามาในวงการแพทย์ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1930 ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นที่หลากหลายและตอบโจทย์วงการแพทย์ ทั้งในด้านความแข็งแรง ทนทานและเหนียว แตกหักได้น้อยกว่าแก้วหรือเซรามิก อีกทั้งยังป้องกันของเหลวซึมผ่านได้ดี มีน้ำหนักเบา ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เป็นเวลานานต่อเนื่อง จึงเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พลาสติกสามารถขึ้นรูปเป็นชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้ด้วยต้นทุนที่ไม่สูง และที่สำคัญคือ ทนต่อสารเคมีและผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยรังสีได้โดยไม่เกิดการกัดกร่อนเหมือนโลหะ รวมถึงสามารถสังเคราะห์และใส่สารเติมแต่งเพื่อปรับแต่งคุณสมบัติได้ตามความต้องการ ในวงการแพทย์ พลาสติกจึงเข้ามาทดแทนวัสดุประเภทอื่น ๆ อย่างโลหะ เซรามิก และแก้ว ได้อย่างมีประสิทธิภาพในราคาที่ถูกลง และกลายเป็นวัสดุสำคัญในการผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ต่าง ๆ ทั้งแบบที่มีความซับซ้อนสูง และอุปกรณ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะเทียม เครื่องมือผ่าตัด ไหมเย็บ ถุงบรรจุเลือด ท่อดูด ไปจนถึง ถุงมือผ่าตัด และหลอดฉีดยา ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการรักษาได้ทั่วถึงมากขึ้นเนื่องจากขนส่งได้สะดวก สามารถไปถึงที่ห่างไกลได้โดยไม่แตกหักเสียหายระหว่างการเดินทาง อุปกรณ์ป้องกันตนเองทางการแพทย์หรือPersonal Protective Equipment (PPE)ล้วนมีพลาสติกเป็นองค์ประกอบหลักเช่นเดียวกัน โดยอาศัยคุณสมบัติที่แตกต่างกันของพลาสติกแต่ละประเภท และที่สำคัญคือสามารถป้องกันของเหลวซึมผ่านได้เป็นอย่างดี หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และหน้ากาก N95ต่างมีวัตถุดิบหลักเป็นเส้นใยสังเคราะห์จากพลาสติกประเภทพอลิโพรพิลีน (PP) มีความต่อเนื่องของเส้นใยและสามารถควบคุมช่องว่างได้ดี ตัวหน้ากากมีหลายชั้น ซึ่งพลาสติกในแต่ละชั้นจะมีหน้าที่แตกต่างกันออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อจากการสูดละอองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แว่นครอบตา (Goggles) และกระบังป้องกันใบหน้า (Face Shield)เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันใบหน้าและดวงตาจากละอองสารคัดหลั่งระหว่างทำหัตถการหรือใกล้ชิดผู้ป่วย ส่วนมากผลิตจากพลาสติกประเภทพอลิคาร์บอเนต (PC) เพื่อความแข็งแรงทนทาน ทนรอยขีดข่วน แต่ยังมีความใส และน้ำหนักเบา เพื่อความสบายในการสวมใส่ ชุดหมี (Coverall) และชุดกาวน์ (Medical Gown)ช่วยป้องกันผู้สวมใส่จากของเหลวหรือของแข็งที่ติดเชื้อ รวมถึงการซึมผ่านของสารเคมีและเชื้อโรคต่าง ๆ ในบริเวณศีรษะและลำตัวไปจนถึงข้อมือและข้อเท้า ชุดหมีทำจากเส้นใยพลาสติกประเภทพอลิโพรพิลีน (PP) และเคลือบด้วยสารกันน้ำ จึงกันน้ำ และระบายอากาศได้ ส่วนชุดกาวน์ซึ่งใช้สวมทับชุดหมีนั้นทำจากพลาสติกพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำเชิงเส้น (LLDPE) ที่มีเนื้อนิ่มแต่เหนียว ชุดจึงแนบไปกับลำตัวโดยไม่พอง และไม่มีเสียงก๊อบแก๊บเวลาขยับตัว อีกทั้งยังสามารถระบายอากาศได้ดีอีกด้วย เมื่อใช้งานอุปกรณ์ PPE เหล่านี้เสร็จแล้ว จะต้องมีการถอดอย่างถูกวิธี เพื่อเลี่ยงการสัมผัสเชื้อ และจะต้องนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งอุปกรณ์ส่วนมากจะเป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จึงจำเป็นต้องมีสำรองไว้ใช้ในโรงพยาบาลให้มากพอกับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้นตามปริมาณผู้ติดเชื้อ ในประเทศไทย มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อไปแล้วถึง 103 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 26 เมษายน 2563) ซึ่งเป็นการติดเชื้อจากการดูแลรักษาผู้ป่วยถึง 28 คน และอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถระบุสาเหตุและที่มาของการติดเชื้อได้ หรือการที่ต้องสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวในขณะที่ไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างเต็มยศ นวัตกรรมช่วยดูแลแพทย์ ในวันที่แพทย์ดูแลเรา ด้วยตระหนักถึงอันตราย ความยากลำบาก และความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี จึงมีแนวคิดที่จะสร้างเกราะคุ้มครองให้บุคลากรทางการแพทย์ปลอดภัยจากการติดเชื้อ โดยนำความเชี่ยวชาญทั้งในด้านวัสดุพลาสติก วิศวกรรมศาสตร์ และการออกแบบนวัตกรรม ผสมผสานกับความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของทีมแพทย์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เน้นไปที่การป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อจากผู้ป่วย และให้นวัตกรรมนี้สามารถเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ แม้ในที่ห่างไกล จึงเป็นที่มาของนวัตกรรมป้องกันโควิด-19 แบบเคลื่อนที่ หรือ Mobile Isolation Unitนอกเหนือจากความสะดวกในการขนส่ง ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบาแล้ว ยังช่วยลดภาระในการจัดหาและสวมใส่ PPE ได้เป็นจำนวนมาก แพทย์สามารถทำงานได้อย่างอุ่นใจและคล่องตัว แม้ต้องเผชิญหน้ากับศึกใหญ่ อุ่นใจ แม้ต้องสัมผัสผู้ป่วย ในขั้นตอนการตรวจคัดกรองโรค บุคลากรทางการแพทย์มีโอกาสได้รับเชื้อผ่านการทำหัตถการ (Swab) เอสซีจีจึงได้ออกแบบนวัตกรรมห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่ (Negative/Positive Pressure Isolation Chamber)เพื่อแยกบุคลากรทางการแพทย์ออกจากคนไข้ ลักษณะเป็นทรงกระบอกขนาดเล็กสำหรับคน 1 คน มีช่องให้สอดมือเพื่อตรวจคนไข้ได้อย่างสะดวก สามารถมองเห็นและติดต่อสื่อสารกันได้ เช่นเดียวกันกับห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ (Negative Pressure Isolation Room)มีลักษณะคล้ายเต็นท์ เหมาะสำหรับจัดวางในพื้นที่ที่ต้องการควบคุมการฟุ้งกระจายของเชื้อโรค เช่น ห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู และห้องพักผู้ป่วยทั่วไป ออกแบบให้ติดตั้งรื้อถอนได้ง่าย สามารถเปลี่ยนที่ติดตั้งได้ตามต้องการ เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อที่อาจเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว มั่นใจ ทุกการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่มีโอกาสเสี่ยงที่เชื้อจะฟุ้งกระจายในอากาศสูง อาจแพร่เชื้อไปยังคนไข้คนอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณที่เคลื่อนย้ายผ่าน จึงเป็นที่มาของแคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ (Patient Isolation Capsule)ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ออกแบบมาให้มีขนาดพอดีกับผู้ป่วย 1 คน และสามารถต่อโต๊ะวางอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ นอกจากนี้ ยังมีแคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบขนาดเล็ก สำหรับเข้าเครื่องCT Scan (Small Patient Isolation Capsule for CT scan)ที่โดยออกแบบให้โครงสร้างช่วงบนไม่มีส่วนประกอบของโลหะ โดยอาศัยความแข็งแรงและมีน้ำหนักเบาของพลาสวูดมาทดแทน จึงสามารถเข้าเครื่อง CT Scan ได้อย่างไม่มีปัญหา อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งหรือนอน สามารถใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยในรถฉุกเฉินได้ นวัตกรรมพลาสติก สู้วิกฤตโควิด-19 นวัตกรรมเพื่อการแพทย์จากเอสซีจีทุกชิ้น ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานจริงและผ่านการทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเลือกใช้วัสดุหลักเป็นพลาสติกประเภทพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ทั้งแบบใสและแบบผ้าใบ เพื่อให้สามารถมองเห็นทะลุผ่านได้อย่างชัดเจนและไม่มีแสงสะท้อน อีกทั้งยังสามารถนำไปทำความสะอาดด้วยวิธีการฆ่าเชื้อของโรงพยาบาลได้ด้วย จึงสามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง จะเห็นได้ว่า พลาสติกอยู่เคียงข้างกับบุคลากรทางการแพทย์เสมอมา แม้ในวิกฤตโควิด-19 ก็เช่นกัน พลาสติกได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในการปกป้องทีมแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ โดยอาศัยคุณสมบัติพิเศษของพลาสติกที่โดดเด่นกว่าวัสดุชนิดอื่น การเดินหน้าด้านงานวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้นวัตกรรมพลาสติกที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องสำคัญ และจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวัตกรรมพลาสติกเพื่อการแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าในศึกครั้งหน้า เราจะมีอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพไว้ดูแลปกป้องทุกคน

เอสซีจี เปิดตัว “SHINKOLITE” ตอบโจทย์ช่วง Reopening  ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ พร้อมคงทัศนียภาพให้กับสถานประกอบการ

เอสซีจี เปิดตัว “SHINKOLITE” ตอบโจทย์ช่วง Reopening ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ พร้อมคงทัศนียภาพให้กับสถานประกอบการ

วันที่: 18 พ.ค. 2563

กรุงเทพฯ – 18 พฤษภาคม2563“SHINKOLITE” (ชินโคไลท์) ผู้ผลิตแผ่นอะคริลิกใสชั้นนำระดับโลก แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่“ฉากกั้นอะคริลิกป้องกันเชื้อแบบสำเร็จรูป” (Acrylic Aerosol Partition) ตอบรับช่วง Reopening สำหรับสถานประกอบการ ออฟฟิศ สำนักงาน และห้างร้านทุกประเภท เพื่อใช้กั้นป้องกันเชื้อ และละอองฝอยระหว่างการสนทนาหรือการติดต่อระหว่างบุคคล จึงช่วยสร้างความมั่นใจและยกระดับความปลอดภัยภายใต้มาตรการ Social Distancing พร้อมทั้งคงทัศนียภาพของสถานที่ให้สวยงามตามเดิม ทั้งนี้ ฉากกั้นป้องกันเชื้อ ผลิตจากแผ่นอะคริลิกใสเกรดพรีเมียมของ SHINKOLITE มีความใส ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน สามารถติดตั้งรื้อถอนได้เอง ไม่จำเป็นต้องเจาะผื้นผิว และทำความสะอาดฆ่าเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีบริการออกแบบ และติดตั้งตามขนาดหรือรูปทรงตามที่ต้องการด้วย โดย SHINKOLITE ได้นำร่องติดตั้ง “ฉากกั้นอะคริลิกป้องกันเชื้อแบบสำเร็จรูป” ให้แก่ สภาสถาปนิก มหาวิทยาลัยรามคำแหง และสถานีตำรวจนครบาล เตาปูน จำนวนกว่า 30 ชุด เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อบริเวณจุดให้บริการ นายศิริพันธ์ อาจนนท์ลา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า “ตามที่ภาครัฐโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้ผ่อนปรนให้กิจการ สถานประกอบการทั้งภาครัฐ และเอกชนบางประเภทกลับมาเปิดให้บริการ โดยต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มข้น ยึดหลัก Physical Distancing อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดรอบสอง ซึ่งทาง SHINKOLITE เล็งเห็นว่า ฉากกั้นอะคริลิกป้องกันเชื้อ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างมากในช่วง Reopening ของสถานประกอบการ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งในด้านลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และรักษาทัศนียภาพของสถานที่ให้สวยงามตามเดิม โดยขณะนี้ ทางบริษัทฯ ได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ฉากกั้นอะคริลิกป้องกันเชื้อแบบสำเร็จรูป” แล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการหลากหลายกิจการ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และธนาคาร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีบริการออกแบบ และติดตั้งตามขนาดหรือรูปทรงที่ต้องการด้วย” พลอากาศตรี หม่อมหลวง ประกิตติ เกษมสันต์ นายกสภาสถาปนิก เปิดเผยว่า “เกณฑ์การออกแบบหลังจากนี้ จะคำนึงถึงการเว้นระยะห่าง ความหนาแน่น การแบ่งโซน และระบบการหมุนเวียนภายในร้าน เพื่อช่วยลดและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ช่วงหลังการเปิดเมือง ทั้งนี้ เรื่องของ Social Distancing ที่มีการพูดถึงอย่างมาก จริง ๆ แล้วในทางปฏิบัติ คือการเว้นระยะห่างทางกายภาพ หรือ Physical Distancing มากกว่า เพราะเรายังต้องการให้ผู้คนยังคงเชื่อมโยงใกล้ชิดกันทางสังคมเหมือนเดิม แต่ต้องรักษาระยะห่างทางกาย เช่น คนยังคงต้องพบปะกันอยู่ เพียงแต่ต้องมีวัสดุอะไรมากั้น เพื่อให้มีการเว้นระยะและไม่สามารถสัมผัสกันได้โดยตรง วัสดุที่ใสอย่าง “อะคริลิก” จึงเป็นคำตอบที่จะสามารถให้คนได้พบปะสื่อสาร เห็นหน้ากันได้ เพียงแต่มีวัสดุใสมากั้นตรงกลาง ซึ่งการติดตั้งฉากกั้นอะคริลิกของ SHINKOLITE ที่สภาสถาปนิกนั้น สามารถติดตั้งได้อย่างเรียบร้อยรวดเร็ว ตอบโจทย์ที่ต้องการ ช่วยยกระดับความปลอดภัยให้กับสถาปนิกและผู้มาติดต่อ” ผศ.ดร.บุญชาล ทองประยูร ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษานานาชาติ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า “ฉากกั้นอะคริลิก SHINKOLITE ช่วยปกป้องและเพิ่มระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ให้แก่นักศึกษา บุคลากรในมหาวิทยาลัย และบุคคลภายนอกที่มาติดต่อรับบริการ ณ จุด Touch Point ต่าง ๆ ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ตลอดจนสร้างความอุ่นใจในการติดต่อธุรกรรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย” ฉากกั้นอะคริลิก SHINKOLITE มีความใสเป็นพิเศษ ทำให้มองเห็นชัดเจน ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพตา อีกทั้งยังให้ความสวยงาม ดูพรีเมียม สามารถประกอบติดตั้ง-รื้อถอนได้เอง ทำความสะอาดฆ่าเชื้อได้ง่ายด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ แล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่ม มีความแข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน สามารถติดตั้งภายนอกอาคารได้ สำหรับผู้สนใจ “ฉากกั้นอะคริลิก SHINKOLITE” ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนผลิตภัณฑ์อะคริลิก SHINKOLITE บริษัท ไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด เฟซบุ๊ก: ShinkoliteAcrylic เว็บไซต์: www.shinkolite.co.th และ เอสซีจี คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร 02-586-2222
เอสซีจี จับมือบีเอสที สนับสนุนถุงมือทางการแพทย์ 4 แสนชิ้น มูลค่า 1.2 ล้านบาท แก่โรงพยาบาลในจ.ระยอง

เอสซีจี จับมือบีเอสที สนับสนุนถุงมือทางการแพทย์ 4 แสนชิ้น มูลค่า 1.2 ล้านบาท แก่โรงพยาบาลในจ.ระยอง

วันที่: 28 เม.ย. 2563

ระยอง – 28เมษายน 2563นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และกรรมการบริหาร บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด พร้อมผู้บริหารจากธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และ บริษัทกรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด (BST) ร่วมกันมอบถุงมือทางการแพทย์ จำนวน 4 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 1,200,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จ.ระยอง เพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยมีนายยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และนางสุทธาทิพย์ หวังสีศิริเพชร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง เป็นผู้รับมอบ นายมงคล เฮงโรจนโสภณ กล่าวว่า “ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมกับ บีเอสที ผู้ผลิตน้ำยางสังเคราะห์ไนไตรล์รายเดียวในประเทศไทย พัฒนาถุงมือยางไนไตรล์สำหรับแพทย์ ที่มีความยืดหยุ่นคล้ายยางธรรมชาติ แข็งแรง ทนทานต่อการฉีกขาดเจาะทะลุ และป้องกันสารเคมีได้ดีกว่าถุงมือยางจากธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันอาการแพ้โปรตีนในถุงมือยางธรรมชาติได้อีกด้วย ซึ่งถุงมือเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของทีมบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี” นายยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า “แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 มีแนวโน้มดีขึ้น แต่เรายังต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ไม่เกิดการแพร่ระบาดรอบ 2 การเตรียมความพร้อมและจัดสรรอุปกรณ์ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ถุงมือแพทย์เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างมาก ช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสโรค ขอบคุณบีเอสทีและเอสซีจี ที่สนับสนุนมอบถุงมือทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจ.ระยอง เพื่อเป็นการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุข และดูแลบุคลากรทางการแพทย์ของระยองให้ปลอดภัย”