ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึง ขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกประเภท พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน พอลิไวนิลคลอไรด์ พอลิสไตรีน และเอ็มเอ็มเอ

Passion for a Better World: นวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืนในงาน K2019

Passion for a Better World: นวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืนในงาน K2019

วันที่: 27 ม.ค. 2563

Passion for a Better World: นวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืนในงาน K2019 ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีได้นำนวัตกรรมและเรื่องราวต่าง ๆ มาร้อยเรียงสื่อสารผ่านแนวคิด “Passion for a Better World” แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกและโซลูชันต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาส่งมอบแด่ลูกค้าเพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเพื่อสรรค์สร้างอนาคตของโลกที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างยั่งยืน อ่านคอลัมน์เต็มได้ที่http://www.allaroundplastics.com/article/innovation/2692

เอสซีจี จับมือ มหิดล เปิดศูนย์วิจัย “SCG – MUSC Innovation Research Center”

เอสซีจี จับมือ มหิดล เปิดศูนย์วิจัย “SCG – MUSC Innovation Research Center”

วันที่: 7 พ.ย. 2562

กรุงเทพฯ – 7 พฤศจิกายน 2562ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมกับ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งศูนย์วิจัย “SCG – MUSC Innovation Research Center” เพื่อวิจัยและพัฒนา “นวัตกรรมพอลิเมอร์ชนิดพิเศษ” จากสารเร่งปฏิกิริยาที่ช่วยให้พลาสติกรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น เร่งตอบโจทย์ตลาดโลกที่ต้องการบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อความยั่งยืน นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เปิดเผยว่า ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA (High Value Added) โดยเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2561 ได้ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนากว่า 2,400 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.1 ของรายได้จากการขายของธุรกิจเคมิคอลส์ ส่งผลให้ยอดขายสินค้า HVA มีมากถึงร้อยละ 53 มีสิทธิบัตรรวมทั้งสิ้นกว่า 1,200 ฉบับ เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 จากปีที่ผ่านมา โดยมีทิศทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เน้นให้วัสดุมีความแข็งแรงทนทาน (Durability) สามารถรีไซเคิลได้ง่าย (Recyclability) และมีประสิทธิภาพสูง (High Performance) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ง่ายยิ่งขึ้น “สำหรับความร่วมมือระหว่างเอสซีจี และภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการจัดตั้งศูนย์วิจัย “SCG – MUSC Innovation Research Center” ในครั้งนี้ จะเป็นการร่วมกันพัฒนา “นวัตกรรมพอลิเมอร์ชนิดพิเศษ” จากสารเร่งปฏิกิริยาที่ช่วยให้พลาสติกรีไซเคิลง่ายขึ้น สามารถนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ เช่น สารที่ทำให้ชั้นฟิล์มทุกชั้นเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน (Mono-Material Packaging) เป็นต้น ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพและเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีมีสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น” รศ. ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญของวงการวิจัยระดับชาติแบบ Public-Private Partnership แล้ว ยังเป็นการร่วมกันสร้างผู้เชี่ยวชาญและนวัตกรรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้กับประเทศ ผ่านโปรแกรมการศึกษาที่มาจากการทำงานร่วมกัน ถือเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนของความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ ที่ประสานความเข้มแข็งขององค์กรพันธมิตรเข้าด้วยกัน ซึ่งนักศึกษาจะมีโอกาสในการร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในโครงการดังกล่าวกับนักวิจัยของศูนย์ฯ ด้วย ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ดูแลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม กล่าวว่า “ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 โดยในปีนี้ ได้จัดตั้งศูนย์วิจัย “SCG – MUSC Innovation Research Center” ขึ้น ณ ตึกเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการดำเนินงานวิจัย โดยใช้องค์ความรู้พื้นฐานด้านเคมีและเครื่องมือวิเคราะห์โครงสร้างเคมีขั้นสูงจากภาคการศึกษา ผสมผสานกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากเอสซีจี ในการขยายผล (scale up) และการนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน” ความร่วมมือระหว่างเอสซีจีและมหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ จะช่วยจุดประกายให้ทุกภาคส่วนและสถาบันวิจัยต่าง ๆ ในประเทศให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาที่ตอบโจทย์เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งยังช่วยส่งเสริมงานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อให้ธุรกิจและโลกเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
เอสซีจี โชว์นวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืนที่งาน K2019 เมืองดุสเซลดอร์ฟ เยอรมนี

เอสซีจี โชว์นวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืนที่งาน K2019 เมืองดุสเซลดอร์ฟ เยอรมนี

วันที่: 28 ต.ค. 2562

ดุสเซลดอร์ฟ, เยอรมนี –24 ตุลาคม 2562 ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ขับเคลื่อนงานวิจัยพัฒนา มุ่งออกแบบผลิตภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมเปิดตัวพลาสติกเกรดพิเศษที่สามารถเพิ่มสัดส่วนรีไซเคิล โดยยังคงคุณสมบัติการใช้งาน ช่วยลดการใช้พลาสติกและทรัพยากร ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่เน้นความยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเจ้าของแบรนด์สินค้าและลูกค้า ล่าสุด ระดมนวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืนออกแสดงในงาน K2019 งานแสดงนวัตกรรมพลาสติกและยางที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศเยอรมนี นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า การพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added) หรือ HVA เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของเอสซีจี ซึ่งมีงานวิจัยและพัฒนาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยในปี 2561 เอสซีจีได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนากว่า 4,600 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจเคมิคอลส์ ได้ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนากว่า 2,400 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 53 ของเอสซีจี และคิดเป็นร้อยละ 1.1 ของรายได้จากการขายของธุรกิจเคมิคอลส์ มีบุคลากรด้าน R&D กว่า 690 คน ปัจจุบันมีสิทธิบัตรรวมทั้งสิ้นกว่า 1,200 ฉบับ เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 จากปีที่ผ่านมา ทั้งนี้มีแนวทางการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนาในหลายรูปแบบ ได้แก่ การคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง การร่วมมือกับคู่ค้าในเชิงลึกเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยกับนักวิจัยและสถาบันชั้นนำระดับโลก เช่น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เป็นต้น ส่งผลให้ยอดขายสินค้า HVA มีมากถึงร้อยละ 53 ในปี 2561 สำหรับแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียนนั้น ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี มีนโยบายลดสัดส่วนการผลิตเม็ดพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียว (single-use) มาอย่างต่อเนื่อง โดยลดจากร้อยละ 46 ในปี 2551 และมีเป้าหมายลดลงเหลือร้อยละ 20 ภายในปี 2563 ขณะเดียวกันได้เพิ่มสัดส่วนเม็ดพลาสติกประเภทคงทน (durable plastic) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้า HVA โดยการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากจะเป็นโซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเจ้าของแบรนด์สินค้าและลูกค้าแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ดีกว่าวัสดุประเภทอื่น ๆ อีกด้วย นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้นำนวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืนมาจัดแสดงในงานนิทรรศการ K2019 ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นงานแสดงนวัตกรรมสินค้าพลาสติกและยางที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลาสติกและองค์กรสถาบันชั้นนำระดับโลกกว่า 3,300 ราย มาร่วมจัดแสดง ซึ่งงานดังกล่าวถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการกำหนดแนวโน้มและทิศทางของอุตสาหกรรมพลาสติกและยาง ทั้งนี้ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้นำแนวคิด “Passion for a Better World” มาเป็นคอนเซ็ปต์ของบูท ซึ่งเรามั่นใจว่า นวัตกรรมพลาสติกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เราคัดสรรมาจัดแสดงในครั้งนี้ จะเป็นโซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน สำหรับไฮไลท์ที่ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้แก่ เม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนจากเทคโนโลยี SMX™ ของเอสซีจีที่มีความโดดเด่นด้านความแข็งแรง สามารถลดความหนาของชิ้นงาน ทำให้ลดการใช้เม็ดพลาสติกโดยยังคงคุณสมบัติการใช้งานเดิม นำมาใช้กับงานได้หลากหลายชนิด เช่น SMX™ 551BU เม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนสำหรับถังบรรจุสารเคมีขนาดใหญ่ (IBC) SCG™ HDPE S111F เม็ดพลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ประเภทฟิล์มที่มีความยืดหยุ่น สามารถทนต่อแรงกระแทกและแรงเจาะทะลุได้ดีเป็นพิเศษ และ SCG™ HDPE SX002JA เม็ดพลาสติกสำหรับผลิตฝาน้ำอัดลม รุ่นน้ำหนักเบาและใช้วัสดุน้อยลงแต่ให้ความแข็งแรงมากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยี SMX™ ของเอสซีจี มาพัฒนาท่อก๊าซ ท่อเหมือง และท่อที่รับแรงดันสูงในอนาคตอีกด้วย ประเด็นที่น่าสนใจของงานในปีนี้อีกประเด็นหนึ่ง คือ แนวโน้มของบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เน้นการนำกลับมา รีไซเคิลได้ทั้งหมด ซึ่งในงาน K2019 ครั้งนี้ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีได้นำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถทดแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภท Flexible Packaging ที่ประกอบด้วยชั้นฟิล์มหลายชั้นประกบกัน ซึ่งยากต่อการนำมารีไซเคิล โดยเอสซีจีได้พัฒนาให้ชั้นฟิล์มทุกชั้นเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน (Mono-Material Packaging) เพื่อให้บรรจุภัณฑ์สามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่าย โดยใช้สารเพิ่มประสิทธิภาพ CIERRA® - Barrier ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เอสซีจีพัฒนาขึ้นสำหรับทดแทนการเคลือบชั้นฟิล์มด้วยโลหะ เพื่อป้องกันอากาศและความชื้น นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอเม็ดพลาสติกที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียนที่พัฒนามาจากสูตรการผสมเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษของเอสซีจี กับ พลาสติกชนิด Post-Consumer Recycled Resin (PCR) เหมาะสำหรับการผลิตสินค้าพลาสติกประเภท ถุง ขวดบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภค และ ฝาขวดน้ำอัดลม นอกเหนือจากนวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ยังได้นำโซลูชั่นด้านการบริการแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านวัสดุ การออกแบบ การขึ้นรูป รวมถึงการต่อยอดเครือข่ายทางธุรกิจมาแนะนำแก่ลูกค้า เจ้าของแบรนด์สินค้า และผู้สนใจอีกด้วย โดยมีทีมงานผูเชี่ยวชาญที่พร้อมจะพัฒนาสินค้า และหาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจและโลกไปพร้อม ๆ กัน