ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึง ขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกประเภท พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน พอลิไวนิลคลอไรด์ พอลิสไตรีน และเอ็มเอ็มเอ

รวมพลังยกระดับสุขาภิบาลของโลก

รวมพลังยกระดับสุขาภิบาลของโลก

วันที่: 14 ก.พ. 2562

สุขาพร้อมระบบบำบัดที่สามารถเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นปุ๋ยและน้ำสะอาด ที่ปล่อยกลับสู่ธรรมชาติหรือนำไปใช้ประโยชน์ได้ ความร่วมมือครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับสุขาภิบาลของโลกของธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (AIT) บริษัทธรรมสรณ์ จำกัด และ บริษัททีเบลโก้ จำกัด อ่านคอลัมน์เต็มที่ www.scgchemicals.com/allaroundplastics สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ reinventedtoilet@scg.com www.scgchemicals.com/th/products-services/technology-service-solutions/reinvented-toilet-total-solution

เอสซีจี ร่วมกับ กปภ. นำร่องยกระดับมาตรฐานท่อประปาขนาดใหญ่ ด้วยนวัตกรรมพลาสติก PE112 ที่เกาะสมุยรายแรกของโลก

เอสซีจี ร่วมกับ กปภ. นำร่องยกระดับมาตรฐานท่อประปาขนาดใหญ่ ด้วยนวัตกรรมพลาสติก PE112 ที่เกาะสมุยรายแรกของโลก

วันที่: 14 มี.ค. 2562

สุราษฎร์ธานี – 14 มีนาคม 2562 ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ยกระดับมาตรฐานการส่งน้ำประปาผ่านท่อขนาดใหญ่ลอดใต้ทะเลจาก อ. ขนอม จ. นครศรีธรรมราชไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร โดยได้นำนวัตกรรมเม็ดพลาสติก PE112 จากเอสซีจี รายแรกของโลกมาใช้ในการผลิตท่อส่งน้ำลอดใต้ทะเล ซึ่งให้คุณสมบัติพิเศษ คือ ทนแรงดันสูงขึ้นร้อยละ 10 เทียบกับเม็ดพลาสติก PE100 ที่ใช้ทั่วไปในตลาด จึงมั่นใจในคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัย สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ โครงการ “ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย” จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคและบริโภคของชาวสมุย รวมทั้งสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่า น้ำจืดสำหรับอุปโภคและบริโภคบนเกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานีมักขาดแคลนในช่วงหน้าแล้ง กปภ. ตระหนักถึงความต้องการของประชาชน จึงจัดทำ“โครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย” เพื่ออำนวยความสะดวกด้านน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภคอย่างทั่วถึง ในปัจจุบัน โครงการดังกล่าวได้แล้วเสร็จและเปิดจ่ายน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความสำเร็จในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากพัฒนานวัตกรรมวัสดุสำหรับผลิตท่อส่งน้ำประปาของภาคธุรกิจ ซึ่ง กปภ. ได้เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง นวัตกรรมเม็ดพลาสติก PE112 จากเอสซีจี ที่มีความเหนียว แข็งแรง และทนต่อแรงดันใต้ทะเล สามารถเพิ่มเสถียรภาพในการวางท่อลอดใต้ทะเลได้ง่าย พิสูจน์ได้จากเหตุการณ์พายุโซนร้อนปาบึกเคลื่อนเข้าสู่อ่าวไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่พายุไม่สามารถสร้างความเสียหายต่อโครงการได้เลย นอกจากนี้ ท่อส่งน้ำยังสามารถรองรับผู้ใช้น้ำได้เพิ่มมากขึ้นอีกกว่า 64,000 คน ครอบคลุมพื้นที่จ่ายน้ำฝั่งสุราษฎร์ธานี อำเภอพุนพิน อำเภอเมือง อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอดอนสัก และบนอำเภอเกาะสมุย นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ Vice President – Polyolefins and Vinyl Business ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่นวัตกรรมเม็ดพลาสติกของเอสซีจี ช่วยยกระดับมาตรฐานการส่งน้ำประปาผ่านท่อขนาดใหญ่ลอดใต้ทะเลได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ถือเป็นการนำนวัตกรรมมาช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับชาวสมุย รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เกาะสมุยนี้อีกปีละกว่า 2.5 ล้านคน ซึ่งเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง นวัตกรรม SCG™ HDPE H112PC เม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนคอมพาวนด์สีดำ มาตรฐานระดับโลก คิดค้นและผลิตด้วยเทคโนโลยีของเอสซีจีที่ได้รับการจดสิทธิบัตร สามารถทนแรงดันได้สูงขึ้นร้อยละ 10 ด้วยวัสดุที่แข็งแรงกว่าเม็ดพลาสติก PE100 ที่ใช้ทั่วไปในตลาด ถือเป็นรายแรกของโลกที่สามารถทนแรงดันได้ในระดับนี้ จึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถ และความปลอดภัยให้กับโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำที่มีข้อจำกัดในการติดตั้งและซ่อมแซมทำให้ประชาชนบนเกาะสมุยมีน้ำสะอาดใช้อย่างทั่วถึง เอสซีจีจะมุ่งพัฒนานวัตกรรมพลาสติกเพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิต และพัฒนาความเจริญให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเอสซีจี พร้อมร่วมมือกับองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหาโซลูชั่นที่เหมาะสม และตอบโจทย์โครงการ อื่น ๆ ในอนาคต นายศักดิ์ชัย กล่าวทิ้งท้าย ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดของเกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานี ในช่วงฤดูแล้งได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน กปภ.จึงได้ดำเนินการก่อสร้างระบบผลิตและวางท่อขยายเขตจำหน่ายน้ำ ไปยังเขตพื้นที่จ. สุราษฏร์ธานี ผ่าน อำเภอดอนสัก อำเภอขนอม จ. นครศรีธรรมราช และเดินท่อลอดใต้ทะเลไปยัง อำเภอเกาะสมุย งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ขณะนี้ งานก่อสร้างวางท่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งสามารถรองรับผู้ใช้น้ำได้เพิ่มมากขึ้นอีก 64,000 ราย แยกเป็นพื้นที่จ่ายน้ำฝั่งสุราษฎร์ธานี 45,000 ราย ในอำเภอพุนพิน อำเภอเมือง อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอดอนสัก และพื้นที่จ่ายน้ำบนอำเภอเกาะสมุย 18,900 ราย สำหรับการศึกษาด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น กปภ. ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยรามคำแหงให้ทำการศึกษาผลกระทบก่อนสิ่งแวดล้อมก่อนการดำเนินโครงการ ผลสำรวจแสดงว่าแนวท่อประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุยมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมากและไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมเกิดความเสียหาย โดยการดำเนินงานดังกล่าว เมื่อแล้วเสร็จก็จะสามารถขยายพื้นที่การให้บริการน้ำประปาแก่ 3 อำเภอของ จ. สุราษฎร์ธานี และอีก 1 อำเภอ ของ จ. นครศรีธรรมราช เพื่อรองรับจำนวนประชากร และนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอ ยั่งยืนต่อไป
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมกับ ซีพี ออลล์ และ ดาว ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสร้างถนนรีไซเคิลจากขยะพลาสติก ในโครงการ "7 Go Green Recycled Plastic Road"

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมกับ ซีพี ออลล์ และ ดาว ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสร้างถนนรีไซเคิลจากขยะพลาสติก ในโครงการ "7 Go Green Recycled Plastic Road"

วันที่: 13 มี.ค. 2562

กรุงเทพฯ – 13 มีนาคม 2562 ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี โดยนายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ Vice President - Polyolefin and Vinyl Business ร่วมกับซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย และ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ สร้างถนนรีไซเคิลจากขยะพลาสติก ในโครงการ 7 Go Green Recycled Plastic Road โดยมี คุณสกล เตชะสถาพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) คุณวิเชียร จึงวิโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และคุณฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ร่วมลงนามในพิธีดังกล่าว 7 Go Green Recycled Plastic Road เกิดจากความร่วมมือส่งเสริมแนวทางการจัดการขยะพลาสติก ให้สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุดเพื่อแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเปิดใช้งานบริเวณโดยรอบร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อให้เกิดประโยชน์หมุนเวียนกลับมาสู่ชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นร้านสะดวกซื้อแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ถนนพลาสติกรีไซเคิล ในระยะแรกทดลอง 2 สาขา ได้แก่ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาสายไหม ซอย 3 และ เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาราษฎร์พัฒนา ซอย 24 โดยจะพัฒนาและขยายในสาขาต่อ ๆ ไปในอนาคต