สินค้าและบริการ

เอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึง ขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลักทั้ง 4 ประเภท คือ พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน พอลิไวนิลคลอไรด์ พอลิสไตรีน และเอ็มเอ็มเอ

เอสซีจี เคมิคอลส์ โชว์นวัตกรรมพลาสติกสำหรับผลิตสายไฟ เดินหน้าจัดสัมมนาด้านเทคนิค  พร้อมแนะนำนวัตกรรมใหม่ “เซียร่า เอฟอาร์” วัสดุเติมแต่งเพื่อป้องกันการลามไฟ

เอสซีจี เคมิคอลส์ โชว์นวัตกรรมพลาสติกสำหรับผลิตสายไฟ เดินหน้าจัดสัมมนาด้านเทคนิค พร้อมแนะนำนวัตกรรมใหม่ “เซียร่า เอฟอาร์” วัสดุเติมแต่งเพื่อป้องกันการลามไฟ

วันที่: 11 ต.ค. 2560

เมื่อเร็วๆ นี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้จัดแสดงนวัตกรรมเม็ดพลาสติกสำหรับงานสายไฟและสายโทรคมนาคม ในงานมหกรรมการแสดงสินค้าและเทคโนโลยี International Wire & Cable Trade Fair for Southeast Asia 2017 ครั้งที่ 12 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยได้นำนวัตกรรมเม็ดพลาสติกสำหรับงานสายไฟและสายโทรคมนาคมที่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยไปจัดแสดง เช่น เม็ดพลาสติกที่ป้องกันและควบคุมการลุกลามไฟ (Flame Retardant Compounds) เม็ดพลาสติกที่ลดควันและลดการปล่อยสารฮาโลเจน (Low Smoke Halogen Free Compounds) รวมทั้งเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษอื่นๆ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งในและต่างประเทศ โดยมีผู้ประกอบการจากหลายประเทศให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ในงานนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้จัดสัมมนาทางด้านเทคนิคเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคนิคการเลือกใช้เม็ดพลาสติกสำหรับงานสายไฟเพื่อความปลอดภัย และให้ประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งได้แนะนำนวัตกรรมวัสดุเติมแต่งเพื่อป้องกันการลามไฟ “เซียร่า เอฟอาร์” (CIERRA FR) โดยมี มร.ทิโมที แมคคาฟรี (Mr. Timothy McCaffery) Global Business Director - New Materials and Technology (ซ้ายสุด) และ ดร.วันทินี วิรัตยาพร วิศวกรด้าน Compound Formulation บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (ที่ 5 จากซ้าย) เป็นผู้บรรยาย นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายเรื่องมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับ ADSS Cable (New Implication of Thai Industrial Standard for ADSS Cable) โดยมี รศ.ดร. อธิคม ฤกษบุตร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และประธานคณะกรรมการวิชาการ 892 หรือ กว 892 ทำงานเรื่องมาตรฐานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเคเบิลเส้นใยนำแสง (ที่ 2 จากซ้าย) คุณพิกุลพรรณ แสนสุวรรณ นักวิชาการมาตรฐานและเลขานุการคณะ กว.892 (ที่ 3 จากซ้าย) และคุณปราโมทย์ จงวิริยะเจริญชัย ผู้จัดการ OSP Engineering จาก True Internet Corporation (ที่ 4 จากซ้าย) ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สำหรับผู้ประกอบการหรือผู้สนใจเม็ดพลาสติกสำหรับงานสายไฟและสายโทรคมนาคม คลิกที่นี่เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม
10 บริษัท ในเอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว  ย้ำภาพผู้นำนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน สร้างเครือข่ายสีเขียวทั้งห่วงโซ่อุปทาน

10 บริษัท ในเอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ย้ำภาพผู้นำนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน สร้างเครือข่ายสีเขียวทั้งห่วงโซ่อุปทาน

วันที่: 22 ก.ย. 2560

บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด หรือ ROCในเอสซีจี เคมิคอลส์ ผู้ผลิตสารโอเลฟินส์ชั้นนำในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 5 (Green Industry Level 5) ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จาก ดร.สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในพิธีมอบใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ประจำปี 2560 โดยมีนาย มงคล พฤกษ์วัฒนา (แถวหน้าที่ 5 จากซ้าย) อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนาง อนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ (แถวหน้าที่ 6 จากซ้าย) รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมแสดงความยินดี นอกจากนี้ยังมีบริษัทในกลุ่มเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (Green Industry Level 4) ประจำปี 2560 อีกจำนวน 9 บริษัท รวม 11 โรงงาน ได้แก่ บริษัท แกรนด์ สยาม คอมโพสิต จำกัด (ได้รับรางวัล 2 โรงงาน) บริษัท ไทย เอ็มเอฟซี จำกัด บริษัท ไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด (ได้รับรางวัล 2 โรงงาน) บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเพ็ท เรซิน จำกัด บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัท ระยอง เทอร์มินัล จำกัด บริษัท สยาม มิตซุย พีทีเอ จำกัด บริษัท สยามสเตบิไลเซอร์สแอนด์เคมิคอลส์ จำกัด รางวัลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตในโรงงานของกลุ่มเอสซีจี เคมิคอลส์ เพื่อสร้างเครือข่ายสีเขียวตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้โรงงานอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน “โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว” จัดขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เพื่อส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้มีการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินกิจการร่วมกับสังคมและชุมชนได้อย่างมีความสุขไปพร้อมๆ กัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Green Network) โดยมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
เอสซีจี เคมิคอลส์ จับมือ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ขานรับนโยบาย Thailand 4.0 โชว์ความก้าวหน้านวัตกรรมหุ่นยนต์ตรวจสอบสายเคเบิล และกำแพงกันเสียงจากวัสดุไวนิล ยกระดับการบำรุงรักษาและตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

เอสซีจี เคมิคอลส์ จับมือ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ขานรับนโยบาย Thailand 4.0 โชว์ความก้าวหน้านวัตกรรมหุ่นยนต์ตรวจสอบสายเคเบิล และกำแพงกันเสียงจากวัสดุไวนิล ยกระดับการบำรุงรักษาและตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

วันที่: 27 มิ.ย. 2560

เอสซีจี เคมิคอลส์ โดยสมชาย หวังวัฒนาพาณิช (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-ปฏิบัติการ เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยณรงค์ เขียดเดช (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้ว่าการ กทพ. แถลงข่าวความก้าวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบำรุงรักษาและตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ได้แก่ นวัตกรรมกำแพงกันเสียงจากวัสดุไวนิล เพื่อช่วยลดมลภาวะทางเสียง และป้องกันเสียงรบกวนจากถนนสู่ชุมชน และนวัตกรรมหุ่นยนต์ตรวจสอบสายเคเบิล (Cable inspection Robot) ที่ออกแบบให้กับ กทพ. โดยเฉพาะเพื่อใช้ในการตรวจสอบสภาพสายเคเบิลของสะพานแขวน ภายในงานมีการเปิดตัวนวัตกรรมกำแพงกันเสียงจากวัสดุไวนิล ที่มีคุณสมบัติช่วยกั้นเสียงได้มากกว่ามาตรฐานเดิมถึงร้อยละ 40 โดยนำยางพารามาเป็นส่วนประกอบ เพื่อสนับสนุนผลผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าของเกษตรกรไทย ในขณะเดียวกันก็ได้นำคณะสื่อมวลชนและผู้บริหารทั้งสองฝ่ายชมสมรรถนะของหุ่นยนต์ตรวจสอบสายเคเบิลบนสะพานพระราม ๙ ที่สามารถให้การตรวจสอบที่ละเอียด แม่นยำ ลดระยะเวลาทำงาน และเพิ่มความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ ทั้งสองนวัตกรรมถือเป็นนวัตกรรมจากบันทึกความร่วมมือข้อตกลงด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่าง เอสซีจี เคมิคอลส์ กับ กทพ. เมื่อปลายปี 2559 ซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้พัฒนาต่อยอดจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญในด้านวัสดุศาสตร์การออกแบบเชิงวิศวกรรม และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ โดยให้บริการในรูปแบบโซลูชั่น (Solutions) ซึ่งเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาของของลูกค้า และนำมาพัฒนานวัตกรรม โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง คลิกที่นี่เพื่อรับชมวีดีโอประกอบ

ถังทิ้งเข็มฉีดยา นวัตกรรมพลาสติกสัญชาติไทย ตอบโจทย์ความปลอดภัยเพื่อวงการแพทย์

ถังทิ้งเข็มฉีดยา นวัตกรรมพลาสติกสัญชาติไทย ตอบโจทย์ความปลอดภัยเพื่อวงการแพทย์

วันที่: 5 ก.ย. 2560

พบกับเรื่องราวของการออกแบบถังทิ้งเข็มฉีดยาเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ "ความท้าทายของงานออกแบบถังทิ้งเข็มฉีดยาคือ เราต้องสร้างสมดุลระหว่างความต้องการหลักของผู้ใช้งานคือ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ซึ่งตามปกติ สองปัจจัยนี้มักแปรผกผันกัน แต่ทีมงานก็ตั้งใจทำเพราะเราอยากทำให้ชีวิตของพยาบาลที่ใช้งานถังทิ้งเข็มฉีดยา ดีขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น ไม่เสี่ยงกับการสัมผัสผลิตภัณฑ์ติดเชื้อ" อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่All Around Plastics ฉบับ 2/2017| Cover Story จุดเด่นของนวัตกรรมถังทิ้งเข็มฉีดยา 1. ความปลอดภัยในการใช้งานและจัดเก็บ - สามารถใช้งานมือเดียว (One Hand Operation Technique) ในการทิ้งเข็มและกระบอกฉีดยา - ไม่ต้องใช้มือเปิด-ปิดฝา โดยฝาจะเปิดเองเมื่อมีน้ำหนักของวัตถุหล่นลงไป และปิดกลับได้เอง - มีฝาปิดล็อคเมื่อเสร็จสิ้นการใช้งาน 2. ความสะดวก ประกอบง่าย มีหูหิ้วง่ายต่อการเคลื่อนย้าย ใช้พื้นที่จัดเก็บน้อย สะดวกต่อการขนส่ง 3. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - เลือกใช้วัสดุพลาสติกพอลิโพรพิลีนชนิดพิเศษสำหรับฉีดงานบาง ที่ใช้เม็ดพลาสติกน้อยลงแต่ความแข็งแรงเท่าเดิม ทำให้น้ำหนักถังเบาลงร้อยละ 8 - รูปทรงสี่เหลี่ยมทำให้ใส่เข็มฉีดยาได้มากขึ้นร้อยละ 42 - ใช้เม็ดพลาสติกน้อยลง เมื่อนำไปเผาเพื่อกำจัดจึงใช้เชื้อเพลิงน้อยลง ลดประมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ร้อยละ 32