การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

SCGC ตระหนักถึงความสำคัญและเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในทุกด้านของบุคคลทุกคน โดยมีคณะกรรมการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท รวมถึงคู่ธุรกิจ และผู้ร่วมธุรกิจ และได้ยึดถือกฎหมายคุ้มครองแรงงานและมาตรฐานแรงงานสากลเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานในทุกประเทศที่เข้าไปประกอบกิจการ รวมทั้งดำเนินกระบวนการจัดการด้านสิทธิมนุษยชน (Due Diligence Process) อย่างต่อเนื่อง ในปี 2564 ได้ดำเนินงานตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (SCG Privacy Policy) กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

การปฏิบัติต่อรัฐกิจและหน่วยราชการ
SCGC มุ่งมั่นสร้างความร่วมมือ สนับสนุน และเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานราชการ ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเพื่อช่วยยกระดับความเจริญก้าวหน้าของอุตสาหกรรมประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม SCGC จึงนำหลักการ 3C (Compliance, Collaboration and Care) เข้ามาใช้ในการดำเนินกิจกรรม ดังนี้


กระบวนการจัดการด้านสิทธิมนุษยชน

  • กำหนดประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  • การระบุกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ
  • การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมถึงกำหนดมาตรการเยียวยาความเสียหาย
  • การตรวจสอบติดตามผล

  • สนับสนุนความหลากหลายของพนักงาน เปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีความสามารถเข้าร่วมงานกับองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยทุกคนมีโอกาสเติบโตและก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเท่าเทียมกัน ปี 2564 ได้จัดตั้งคณะทำงานพัฒนาพนักงานจัดการหญิงขึ้นดูแลการพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมการดำเนินงานและพนักงานให้ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอเคารพสิทธิ์ของพนักงาน เช่นรักษาข้อมูลส่วนตัวด้านสุขภาพ สนับสนุนให้พนักงานไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง และส่งเสริมกิจกรรมลดความเหลื่อมล้ำเช่นการสร้างอาชีพให้คนพิการให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 จัดกิจกรรมอาสาออนไลน์ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมทำประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม เช่น การอ่านหนังสือให้คนตาบอด ธนาคารต้นไม้ จัดสอนออนไลน์ให้ความรู้ผู้ประกอบการ ฯลฯ

SCGC กับการดูแลทรัพยากรบุคคล

SCGC มีนโยบายที่ให้ความสำคัญสูงสุดในการบริหารงานทรัพยากรบุคคลเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ ตั้งแต่วางแผนกำลังพล คัดเลือก พัฒนาความรู้ ทักษะ และรักษาทรัพยากรบุคคล โดยได้นำแนวคิด ระบบ และเครื่องมือในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ทันสมัยในระดับสากล มาพัฒนาและปรับใช้ให้เหมาะสม ตลอดจนมีการทบทวนผลกระทบจากสภาวะต่าง ๆ จากภายนอก มาวิเคราะห์และปรับปรุงให้สอดคล้องกับประเภทของธุรกิจ และคุณลักษณะของบุคลากรที่จะมาร่วมงานกับบริษัทฯ ทั้งนี้ แนวคิด นโยบาย ระบบ และเครื่องในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของบริษัทฯ มีดังต่อไปนี้


การวางแผนกำลังพลเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ
SCGC เล็งเห็นว่าการวางแผนกำลังผลเป็นงานขั้นต้นที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารองค์กร เรามั่นใจว่ากลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์จะสอดคล้องและสนับสนุนทิศทางการบริหารงานขององค์กรอยู่เสมอ เราคาดการณ์สถานการณ์ไม่เพียงแต่ในปัจจุบัน แต่ยังมองไปถึงแผนงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แปลงออกมาเป็นกลยุทธ์และความต้องการในเรื่องคน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรมีทรัพยากรบุคคลที่เหมาะสม ทั้งจำนวนและ ทักษะความสามารถ เพื่อรับมือกับสถานกรร์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแลงอย่างรวดเร็วได้ทันท่วงที


การสรรหาและดูแลพนักงานที่มีความหลากหลาย
SSCGC เปิดโอกาส ส่งเสริมและดึงดูดให้บุคลากรที่มีความหลากหลายและแตกต่าง ทั้งในด้านเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ ช่วงวัย (Generation) วัฒนธรรม ทัศนคติ คุณค่าที่ยึดถือ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ และคุณลักษณะที่จำเป็นในงาน เข้าสู่กระบวนการการคัดเลือกและสรรหาทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นธรรม โดยจะยึดหลักสมรรถนะ (Competency Based) และความหลากหลายของทรัพยากรบุคคลกลุ่มพนักงานที่มีศักยภาพ (Diverse Talents) เป็นปัจจัยหลักในการคัดเลือก และมีการกำหนดกระบวนการในการทดสอบวัดความรู้ คุณลักษณะ และสัมภาษณ์ บริษัทฯใช้ระบบคณะกรรมการในการสัมภาษณ์และคัดเลือกพนักงาน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์จากหลากหลายสายงาน สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือก บริษัทฯ จะพิจารณาให้ค่าตอบแทน ผลประโยชน์ และสวัสดิการที่เทียบเท่ากับองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เมื่อเข้าเป็นพนักงานใหม่จะได้รับการฝึกอบรมให้ความรู้ในด้านต่าง ๆ ของธุรกิจ รวมถึงการอบรมและฝึกปฏิบัติในด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่งานใดก็ตาม ก่อนส่งไปเรียนรู้และเริ่มปฏิบัติงานในหน่วยงานที่พนักงานสังกัด โดยกำหนดโปรแกรมการเรียนรู้และจัดให้มีพนักงานพี่เลี้ยงทำหน้าที่ดูแล ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาในการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่มีความหลากหลาย สร้างแรงจูงใจให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วม และเป็นส่วนหนึ่งของ SCGC


การบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการด้วยความเป็นธรรม
SCGC ยึดถือหลักความเป็นธรรมในการบริหารค่าจ้างและผลตอบแทนของพนักงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงกำหนดนโยบาย ที่พิจารณาความเป็นธรรมภายใน จากหน้าที่ความรับผิดชอบและความสามารถของพนักงานเป็นรายบุคคล และความเป็นธรรมภายนอกจากการเปรียบเทียบกับบริษัทชั้นนำ เพื่อเพิ่มโอกาสความเท่าเทียมในการดำรงชีวิต และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพนักงานและครอบครัวพนักงาน

ในด้านการดูแลสวัสดิการและความเป็นอยู่ของพนักงาน บริษัทฯ มีนโยบายปรับปรุงสวัสดิการให้มีความยืดหยุ่น (Flexible Benefit) สอดคล้องกับความหลากหลายของกลุ่มพนักงาน รวมถึงความจำเป็นของพนักงานและครอบครัวที่แตกต่างกัน โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก


การบริหารผลงานเพื่อความเป็นเลิศ
เรามุ่งเน้นการตอบสนองลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จึงได้นำระบบการบริหารผลงาน (Performance Management System) มาใช้ขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมโยงระหว่างตัววัดทางธุรกิจ (Core Metrics) ภารกิจของแต่ละหน่วยงาน และภารกิจของแต่ละบุคคล (KPI) พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับพฤติกรรมในการทำงานที่ต้องช่วยเหลือสนับสนุนกัน (Collaboration) เพื่อให้พนักงานที่ประกอบด้วยหลากหลายหน่วยงาน ทำงานสอดประสานไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายของบริษัทและช่วยยกระดับองค์กรไปข้างหน้า

สำหรับการบริหารผลงานของผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาจากผลประกอบการของธุรกิจ เปรียบเทียบกับ


การพัฒนาพนักงานอย่างเป็นระบบ
ที่ SCGC พนักงานทุกระดับ จะได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความรู้และทักษะในงานปัจจุบันและเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในงานใหม่ที่จะรับมอบหมายในอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ ภาวะผู้นำ และการตระหนักถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย เช่น สไตล์ เชื้อชาติ วัฒนธรรม ทัศนคติ ความคิดเห็น และคุณค่าที่ยึดถือ โดยได้เชื่อมโยงหน้าที่งานกับสมรรถนะ (Competency) มีการประเมินความเสี่ยงของความพร้อมของบุคลากร (ร่างกาย จิตใจ และความสามารถ) ในงานที่ปฏิบัติ รวมทั้งมีวิธีการและแผนพัฒนาที่จะช่วยให้ทำงานได้บรรลุตามเป้าหมาย ไปสู่แนวทางการพัฒนาพนักงานครบทุกมิติ ในรูปแบบ 70 : 20 : 10 ทั้งนี้ พนักงานแต่ละคนจะต้องได้รับการฝึกอบรมพัฒนา อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ต่อปี

เนื้อหาหลักสูตรได้พัฒนาจากองค์ความรู้ภายในขององค์กรเอง และหลักสูตรที่พัฒนาโดยสถาบันชั้นนำ เช่น Harvard Business Publishing ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านสายวิชาชีพ (Job Family) และหลักสูตรทั่วไปในด้านอื่นๆ เช่น ด้านการบริหาร ด้านเทคโนโลยี การพัฒนาภาวะผู้นำ ตลอดจนการทำงานร่วมกันเป็นทีมโดยยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย และการบริหารจัดการความขัดแย้งด้วยความเข้าใจ (Collaboration and Teamwork with Care) ในด้านการพัฒนาความรู้และทักษะทางเทคนิคบริษัทได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม Operation Excellence Training Center (OETC) ที่จังหวัดระยอง ที่มีเครื่องมือประกอบการเรียนรู้ที่ทันสมัย เพื่อให้พนักงานรวมถึงบุคคลภายนอกได้ใช้อบรมและฝึกปฏิบัติจริงเพื่อสร้างความรู้ความชำนาญในการปฏิบัติงานโรงงานปิโตรเคมี

นอกจากนี้ เรายังให้ทุนการศึกษาแก่พนักงานที่มีศักยภาพไปศึกษาเพิ่มเติมในมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก โดยประกอบด้วยทุนด้านการบริหารธุรกิจ Master of Business Administration (M.B.A.) และทุนด้าน Technical อาทิ ทุนด้านวิศวกรรมสาขาต่าง ๆ ด้านดิจิทัล ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น


การวางแผนการสืบทอดตำแหน่งงานเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ
SCGC ได้เตรียมการพัฒนาความรู้ ทักษะ และการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่กลุ่มพนักงานที่มีศักยภาพสูง (Key Talent) ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากความสามารถและผลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ได้วางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยพนักงานจะได้หมุนเวียนไปปฏิบัติงานในหน่วยงานที่ช่วยผลักดันกลยุทธ์ธุรกิจ ตลอดจนการเข้าร่วมในโครงการที่สำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงในอนาคต

ในขณะเดียวกัน เราได้จัดการทำแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ในตำแหน่งงานที่มีความสำคัญ (Strategic Position) เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ จะมีพนักงานที่มีความสามารถและศักยภาพพร้อมดำรงตำแหน่งผู้บริหารและตำแหน่งสำคัญอย่างต่อเนื่อง และพร้อมรองรับตำแหน่งที่เกิดจากทิศทางใหม่ของธุรกิจ รวมถึงเพิ่มบทบาทของพนักงานหญิงและพนักงานหญิงในระดับจัดการ เพื่อส่งเสริมการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์


การพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลในด้านอื่นๆ
เราได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นของพนักงานที่มีต่อองค์กรในด้านต่างๆ (Employee Engagement Survey) โดยใช้แนวคิด วิธีการและเครื่องมือที่สอดคล้องกับบริษัทชั้นนำระดับโลก มาวิเคราะห์ความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร และนำผลมาพิจารณาปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อพัฒนาองค์กรให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล

คุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน

SCGC ยึดมั่นในอุดมการณ์ “เชื่อมั่นในคุณค่าของคน” จึงให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานซึ่งเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าในองค์กรอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยมีนโยบายการดูแลสภาพการทำงานให้แก่พนักงานที่สอดคล้องกับการทำงาน สภาพแวดล้อมด้านความเป็นอยู่ในสังคม และเปรียบเทียบได้กับสวัสดิการต่างๆ ที่สากลหรือบริษัทชั้นนำได้จัดให้


วันหยุดและวันลา (Holiday and leave)
SCGC จัดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี โดยกำหนดวันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ในส่วนของวันลานั้น ได้จัดให้มีการลาป่วย ลาป่วยเนื่องจากการทำงาน ลาเพื่อทำหมัน ลากิจ ลาเพื่อรับราชการทหาร ลาเพื่อฝึกอบรม ลาคลอด ลาอุปสมบท ลาไปต่างประเทศ และลาไปช่วยเหลือภรรยาที่คลอดบุตร ตามระเบียบของบริษัท


การสนับสนุนเมื่อพนักงานมีบุตร (Having child benefits)
SCGC มีนโยบายในการดูแลพนักงานเมื่อมีบุตร โดยพนักงานหรือภรรยาของพนักงานสามารถเบิกค่าคลอดบุตร และบุตรสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลและค่าฉีดวัคซีนที่จำเป็น ตามระเบียบบริษัท นอกจากนี้ SCGC ยังจัดให้มีห้องสำหรับการปั้ม (Breast-feeding) ตามอาคารสถานที่ต่างๆ ของแต่ละบริษัท เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานอีกด้วย


วันและเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible working hours)
SCGC กำหนดเวลาทำงานปกติไว้ไม่เกินสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง โดยที่บริษัทจะพิจารณากำหนดวันและเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible working hours) เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับลักษณะงานของตำแหน่งงานต่างๆ ทั้งนี้ ขึ้นกับสภาพความจำเป็นของงานที่ได้พิจารณาอย่างเหมาะสม


ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา เราได้ดำเนินการโครงการทบทวนและออกแบบงานในมิติของสถานที่ปฏิบัติงาน โดยมีการจัดรูปแบบการทำงานออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ รูปแบบการทำงานที่สำนักงาน (Working-on-site) , การทำงานจากที่บ้านหรือหรือทำงานจากนอกสำนักงาน (Working-from-home or Working-from-outside) และ (3) รูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid) system) การสนับสนุนการจัดซื้อโต๊ะเก้าอี้ในราคาประหยัด การให้เบิกอุปกรณ์สำนักงาน การสนับสนุนค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ต (Internet network) การจัดให้มีโมบายแอพพลิเคชั่น (Mobile Application) ในการรายงานการปฏิบัติงานประจำวัน และอื่นๆ ทั้งนี้ ในช่วงการระบาดของโรคติดต่อโควิด 19 (Covid-19) บริษัทยังให้การสนับสนุนจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด และชุดการตรวจหาเชื้อ (Antigen test kit) ให้แก่พนักงาน ครอบครัวพนักงาน และพนักงานคู่ธุรกิจ

นอกจากนี้ เราได้ปรับปรุงสถานที่ปฏิบัติงานแบบผสมผสาน ( Hybrid workplace) เพื่อรองรับพนักงานที่เข้ามาปฏิบัติงานที่สำนักงานและโรงงาน โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นหลัก

SCGC กับการจัดการด้านความปลอดภัย

SCGC มีนโยบายในการดำเนินธุรกิจเรื่องการถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม โดยการดำเนินธุรกิจในเรื่องต่าง ๆ จะคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด และคำนึงถึงการทำงานบนพื้นฐานของความปลอดภัยสูงสุด พร้อมทั้งครอบคลุมการสร้างความรู้ความเข้าใจผ่านการฝึกอบรม ที่เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาปฏิบัติงานในบริษัท การฝึกอบรมทบทวนตามกำหนดเวลา และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความเสี่ยงที่กระทบกับการปฏบัติงาน นอกจากนี้เอสซีจี เคมิคอลส์ได้มีการนำระบบมาตรฐานการจัดการที่เป็นแนวทางตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 45001, มอก/TIS 18001, Process Safety Management (PSM) ซี่งจะมีการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) ที่ต้องดำเนินการทุกปี และการตรวจประเมินโดยหน่วยงานภายนอกตามข้อกำหนดอย่างน้อย ทุก ๆ 3 ปี โดยในปัจจุบันกว่า 90 % ของบริษัทในเครือ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย


การจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิต
SCGC ได้นำเอาระบบความปลอดภัยในกระบวนการผลิต Process Safety Management หรือ PSM ซึ่งถือเป็นระบบชั้นนำระดับโลก มาปรับใช้ในการบริหารจัดการความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นภายใต้การให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ได้เริ่มใช้กับบริษัทภายในประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และได้ขยายผลไปยังธุรกิจในต่างประเทศในปี 2562 เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย “Zero Accident” หรือ อุบัติเหตุเป็นศูนย์ ซึ่งทำให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานและไม่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติในกระบวนการผลิต ทำให้ชุมชนโดยรอบเกิดความมั่นใจในระบบการบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัยของโรงงานได้


การจัดการความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
SCGC ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการด้วยการจัดทำเป็น หลักการด้านความปลอดภัย (Corporate Safety Principles) กฎพิทักษ์ชีวิต (Life Saving Rules) และกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับธุรกิจ (Corporate Safety Standard) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย เป็นมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งยังส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร และการช่วยกันดูแลความปลอดภัยซึ่งกันและกันผ่านกิจกรรมการสังเกตุพฤติกรรมด้านความปลอดภัย (Safety Observation Program) ที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยดูแลกันให้เกิดความปลอดภัย โดยครอบคลุมทั้งพนักงานและคู่ธุรกิจ


การจัดการความปลอดภัยสำหรับรถขนส่ง
สำหรับการบริหารการจัดการความปลอดภัยภายนอกบริษัทนั้น SCGC ได้กำหนดให้มีการบริหารจัดการความปลอดภัยสำหรับรถขนส่งวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท (Goods Transportation Safety Standard) และยานพาหนะที่ใช้ในกิจการของบริษัท (Motor Vehicle Safety Standard) เพื่อให้มั่นใจว่าการขนส่งวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท และการใช้ยานพาหนะเพื่อกิจการของบริษัทฯ จะไม่ส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดความสูญเสียต่อบุคคลภายนอก โดยได้มีการติดตั้งกล้อง 2 ทางและระบบระบุตำแหน่ง (GPS) กับทั้งรถขนส่งวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ และการใช้ยานพาหนะ โดยสัญญาณ GPS จะส่งข้อมูลเข้าไปยังศูนย์ควบคุมกลาง (Logistic Command Center) ซึ่งจะช่วยแจ้งเตือนพนักงานขับรถ ผู้ดูแลรถขนส่ง และยานพาหนะเพื่อกิจการของบริษัทฯ โดยอัตโนมัติเมื่อมีพฤติกรรมเสี่ยงเกิดขึ้น เช่น การจอดรถไหล่ทาง การใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ การใช้ความเร็วเกินกว่ากำหนด และการขับรถต่อเนื่องมากกว่า 4 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้น


ความปลอดภัยในการทำงานของคู่ธุรกิจ
SCGC ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงานของคู่ธุรกิจ และเป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายการทำงานด้านความปลอดภัยที่ต้องปราศจากการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยจากการทำงาน (Injury and Illness Free Operation) โดยได้กำหนดมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยของคู่ธุรกิจ (Contractor Safety Management) เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการบริหาร จัดการด้านความปลอดภัยของคู่ธุรกิจ ที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกคู่ธุรกิจ การฝึกอบรมที่ครอบคลุมในเรื่องของความปลอดภัย สุขภาพและประเมินศักยภาพ การทำงานตามมาตรฐานอย่างปลอดภัย และการประเมินผลเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน โดยมาตฐานด้านความปลอดภัยดังกล่าวมีการระบุในสัญญาการจัดซื้อจัดจ้าง และมีการติดตามผลการดำเนินงานโดยคณะกรรมการการจัดการความปลอดภัยคู่ธุรกิจ ระดับธุรกิจ (Corporate Contractor safety committee)


การวางแผนและการตอบสนองภาวะฉุกเฉิน
SCGC ได้กำหนดมาตรฐาน การวางแผนและการตอบสนองภาวะฉุกเฉิน ระดับธุรกิจเพื่อกำหนดแนวทาง และการบ่งชี้แนวปฏิบัติที่เหมาะสม สำหรับการเตรียมความพร้อมในการตอบสนองต่ออุบัติเหตุ หรือ สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยได้นำผลการประเมินความเสี่ยงกระบวนการผลิต ตลอดจนข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำแผนเผชิญเหตุ (Pre-incident plan) เพื่อให้เกิดการวางแผน การเตรียมพร้อม และการตอบสนองภาวะฉุกเฉิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรฐานการการวางแผนและการตอบสนองภาวะฉุกเฉิน ของ SCGC มีเป้าหมายที่จะปกป้องชีวิต และดำเนินการด้วยความปลอดภัย จากเหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้มาตรฐานฯข้างต้นยังได้มีการเชื่อมโยงกับแผนบริหารจัดการในภาวะวิกฤต ตลอดจนแผนบริหารความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อให้บริษัท ยังสามารถที่จะดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

SCGC ได้มีการเตรียมพร้อมในด้านทรัพยากรที่จำเป็นในการตอบสนองภาวะฉุกเฉินของบริษัท และได้ดำเนินการควบคู่ไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และบริษัทข้างเคียง ทั้งยังสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งในการตั้งกลุ่มสนับสนุนช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถ และศักยภาพในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้มีการสนับสนุนให้ชุมชน และโรงเรียนโดยรอบ จัดทำแผนฉุกเฉินของชุมชน รวมถึงสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนฯ เพื่อให้ชุมชนและโรงเรียน เกิดความเข้าใจ มีความมั่นใจ และสามารถจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในชุมชน หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การจัดการด้านอาชีวอนามัย
ทั้งนี้ ระดับความเสี่ยงที่ได้จาก HRA ยังนำมาใช้เป็นแนวทางในการพิจารณามาตรการควบคุมการได้รับสัมผัสปัจจัยเสี่ยงจากการทำงานโดยการเฝ้าระวังทางการแพทย์ (Medical Surveillance) อาทิ การตรวจสุขภาพประจำปี และการติดตามตรวจวัดการรับสัมผัสทางชีวภาพ (Biological Monitoring) อันจะนำมาซึ่งการควบคุมป้องกันมิให้พนักงานเกิดโรคจากการทำงาน และเฝ้าระวังสุขภาพได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพ (Health Care System) เพื่อใช้วิเคราะห์และเก็บข้อมูลผลการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและผลการตรวจร่างกาย เอสซีจี เคมิคอลส์ เชื่อมั่นว่าระบบและสิ่งที่ดำเนินการไปนั้น จะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพให้กับพนักงาน และคู่ธุรกิจลงได้อย่างยั่งยืน ผลการดำเนินการตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการเจ็บป่วยและเป็นโรคจากการทำงาน เป็น 0

Stakeholder Engagement

SCGC ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ด้วยความตระหนักดีว่าความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยได้ทบทวนการจัดกิจกรรมและช่องทางการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้มีส่วนร่วมและเสนอข้อคิดเห็นต่อประเด็นที่ให้ความสำคัญได้อย่างโปร่งใส

Community Involvement Program

One Manager One Community (OMOC) Project
SCGC aims to sustainably enhance the quality of life for the community, society, and the environment or Advancing Communities.

In 2009, SCGC initiated the One Manager One Community (OMOC) project which empowers all managers to play a role in caring for the communities surrounding the plants. The management staff has been assigned to each community to build up the relationship, listen to problems and suggestions from the community, participate in the development projects and empower the community. They are also responsible for communicating the company's profile as well as resolving complaints from the community as a company’s representative. This is also a role model of social responsibility among employees.

In this regard, SCGC has prepared community engagement guidelines to support all the employees in conducting engagement to enhance long-term value to the community.


Fairness Compensation and Welfare Management
SCGC places importance on responding to community needs and expectations regarding the company's operations and social responsibilities.

SCGC has been identifying and responding to community expectations through various channels including quarterly environmental committee meetings with the community participating as committees, the One Manager One Community (OMOC) project, public hearing, and engagement and survey of the community’s needs and problems and results monitoring by Community Engagement Unit at least 800 times a year. SCGC also prepared two-way communication together with the communities through social media, print media, local media channels, municipality public broadcasting, and open house for the community to visit.

SCGC, therefore, conducts a Brand Health Check annually to survey the community's perception and attitude towards the company and study the need and interests of the community so that the company will be able to respond to their expectations and solve problems that arise in the community effectively.


Community consultation
SCGC has to conduct environmental study and community participation by set up public hearing program to check environmental impact and preparing corrective and preventive action before starting project construction.

We provided communication channel via emergency center all the time (24 hour/day) for collecting community problem investigate its and set up collective and preventive action to solve their problem and feed back the result to them via community complaint system.