เมื่ออวนที่เคยล่องลอยอยู่ในทะเล หลังสิ้นสุดบทบาทการใช้งาน ได้กลายเป็น “วัสดุแห่งโอกาส” ที่สร้างคุณค่าใหม่ให้กับโลกธุรกิจ นี่คือพลังของ Nets Up โครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เชื่อมโยงชาวประมง ภาครัฐ เอกชน และแบรนด์ชั้นนำ เข้าด้วยกันภายใต้เป้าหมายเดียว: เปลี่ยนอวนที่หมดอายุการใช้งานให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนในประเทศไทยวันนี้คือ ความร่วมมือระหว่าง Nets Up กับพันธมิตรอย่าง Sabina แบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทย เพื่อสร้างคุณค่าทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนประมง และธุรกิจในเวลาเดียวกัน
จากอวนที่สิ้นอายุการใช้งาน สู่เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง
ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการและนวัตกรรม เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) เล่าถึงแนวคิดของ Nets Up ว่า “Circular Economy เป็นแนวทางธุรกิจแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทั้งสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน เราอยากให้อวนประมงที่สิ้นอายุการใช้งาน กลับมามีชีวิตใหม่ในระบบธุรกิจที่สร้างคุณค่าได้จริง”
SCGC ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านธนาคารขยะชุมชน โดยมี แอปพลิเคชัน “คุ้มค่า” เป็นเครื่องมือช่วยเก็บและบันทึกข้อมูลการซื้อขายเข้ามาบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางตั้งแต่การเก็บอวนที่หมดอายุจากชุมชนประมงชายฝั่ง การล้าง แยก และรีไซเคิล ไปจนถึงการสร้างระบบโลจิสติกส์เพื่อส่งต่อวัตถุดิบให้กับภาคอุตสาหกรรมอื่นใน Value Chain
“เราเริ่มจากจังหวัดระยอง ซึ่งอยู่ใกล้ฐานการผลิตของ SCGC และขยายสู่ 23 จังหวัดชายฝั่ง เพื่อสร้างเครือข่ายจัดการขยะทางทะเลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ” ดร.สุรชากล่าว
สิ่งที่ Nets Up ทำ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรีไซเคิลแต่คือการสร้าง ระบบนิเวศธุรกิจใหม่ (Circular Value Chain) ที่ทุกภาคส่วนตั้งแต่ชุมชนประมงถึงแบรนด์ใหญ่สามารถมีส่วนร่วมได้และทุกจุดในห่วงโซ่นั้นมี “มูลค่าเพิ่ม” ที่จับต้องได้จริง
จากทะเลสู่รันเวย์: Sabina แปลงขยะทะเลให้กลายเป็นแฟชั่น
Sabina หนึ่งในแบรนด์แฟชั่นไทยที่มุ่งสู่ความยั่งยืนเห็นศักยภาพของอวนประมงใช้แล้วจากโครงการ Nets Up คุณดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) เล่าว่า จุดเริ่มต้นของคอลเล็กชัน “From Marine to Fashion” มาจากความตั้งใจที่จะผลิต Sustainable Product ที่ทั้งสวย ใส่ได้จริง และช่วยโลกได้จริง
“เรานำเส้นใยที่ได้จากการอัปไซเคิลอวนประมงมาผลิตเป็นชุดว่ายน้ำและสปอร์ตแวร์ โดยเฉพาะชุดว่ายน้ำที่ผ่านนวัตกรรมการถักทออย่างแน่นหนา มอบคุณสมบัติ UPF 50+ ช่วยป้องกันรังสี UV ได้สูงสุดถึง 98%”
แม้เส้นใยจากอวนไม่ใช้แล้วจะมีข้อจำกัดด้านสีหรือความละเอียด แต่ Sabina กลับมองเห็น “จุดแข็ง” ที่แตกต่าง “เส้นใยที่ใหญ่และหนากลายเป็นคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยป้องกันแสงแดดได้ดี เราเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ทางแฟชั่นเข้าไปก็กลายเป็นสินค้าที่ทั้งมีสไตล์และมีคุณค่า”
คอลเล็กชันนี้ไม่เพียงสร้างสตอรี่ที่แข็งแรงด้านแบรนด์ แต่ยังช่วยลดการใช้เส้นใยใหม่กว่า 2,000 กิโลกรัมในปี 2024 และสามารถลดได้กว่า 3,000 กิโลกรัมแล้วในปี 2025 นับเป็นการสะท้อนอิมแพ็คใหญ่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย
พลังของการร่วมมือ: เมื่อธุรกิจ ชุมชนประมง และสิ่งแวดล้อมเดินไปด้วยกัน
หัวใจของ Nets Up อยู่ที่การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนตั้งแต่พี่ ๆ ชาวประมงที่ช่วยเก็บอวนจากทะเล จนถึงแบรนด์ใหญ่ที่แปรรูปอวนเหล่านั้นให้กลายเป็นสินค้าใหม่ “เบื้องหลังผืนอวนทุกผืน คือการสร้างคุณค่าให้กับชีวิตชาวประมงและคืนความสมดุลให้กับท้องทะเล” ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ “อวนใช้แล้ว 200 กรัมที่เรานำมาผลิตเป็นชุดว่ายน้ำหนึ่งชุดอาจดูเล็กน้อยแต่เมื่อนำมารวมกันในระบบธุรกิจ มันคือพลังมหาศาลที่ช่วยลดขยะและสร้างเศรษฐกิจใหม่” คุณดวงดาว มหะนาวานนท์
เปิดวงจรให้กว้างขึ้น เชิญผู้ประกอบการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ทำให้ Nets Up แตกต่างจากโครงการอัปไซเคิลทั่วไปคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมได้จริง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่น หรือแม้แต่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
“เราพร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเชิญชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนมาร่วมสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนไปด้วยกัน” ดร.สุรชา อุดมศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย
_____________________________________________________
แบรนด์ที่สนใจร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการ Nets Up สามารถติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website: www.nets-up.org Facebook: www.facebook.com/NetsUp.MarineMaterials Instagram: www.instagram.com/netsup.marinematerials/ และติดตามคอลเล็กชัน “From Marine to Fashion” ได้ที่ Website: www.sabina.co.th LINE Official: @SabinaThailand