Internal Branding: เชื่อมโยงสารสำคัญ ให้เป็นความหมายที่ผู้คนจดจำได้ จุดเริ่มต้นการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กร
เมื่อองค์กรมีโจทย์ใหม่ ๆ ให้ขับเคลื่อน เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดอาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คือ "การสื่อสาร" ที่สามารถเปลี่ยนสารที่แข็งกระด้างให้กลายเป็นความหมายที่เข้าถึงได้ สำหรับแก้ม - อรณิชา จุฑารัตน์ Internal Branding Manager แห่ง SCGC งานของเธอคือการสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่าง "เป้าหมายธุรกิจ" และ "หัวใจของพนักงาน" เข้าด้วยกัน
ทศวรรษแห่งการเรียนรู้หน้างานสื่อสาร
แก้มเริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่ SCGC ในปี 2016 โดยก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ในปีนี้พอดิบพอดี เธอเริ่มต้นจากหน้างานสื่อสารภายใน ร่วมขับเคลื่อน Culture Campaign อย่าง Crack Your Cocoon, The Lifesaver, I’m Possible และ SCG Circular Way เรียนรู้ผ่านวิธีคิดของพี่ Manager และการลงมือทำจริง ก่อนจะแวะเวียนไปสัมผัสหน้างานสื่อสารกับ Stakeholder ภายนอก ในทีม External Branding 3 ปี และหมุนเวียนกลับมาดูแลการสื่อสารกับ “ผู้คนใน SCGC” อีกครั้ง
“งาน External มีความกดดันมากกว่าในเชิง impact และ ความถูกต้อง แต่ก็ฝึกให้เราแม่นยำมากขึ้น สำหรับงาน Internal เรามีพื้นที่ให้ทดลองได้มากกว่า เมื่อคนทำงานอินกับเรื่องราว พลังนั้นจะส่งไปถึงคนฟังได้”
ความท้าทาย แปลงโจทย์และความคาดหวัง สู่สารที่มีความหมาย
ความท้าทายหลักคือการบริหารจัดการ "Subjective Expectation" หรือความพึงพอใจเฉพาะตัวของลูกค้าและ Stakeholder ที่หลากหลาย ไม่มีหลักการที่ชัดเจนในเชิง ถูก-ผิด การคุยความต้องการ วัตถุประสงค์ให้ชัดจึงมีความสำคัญ และวิธีการนำเสนอ option พร้อมเหตุผลประกอบ เป็นอีกทางที่เราจะได้ข้อสรุปร่วมกันในสิ่งที่ “เหมาะสม” มากกว่า แค่ “ถูกใจ” เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันข้อมูล insight ของพนักงาน ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราใช้เป็นหัวใจหลักในการตอบโจทย์
"Logic" คือหัวใจสำคัญของ "Creativity"
หนึ่งมุมมองที่น่าสนใจจากแก้มคือ "ความคิดสร้างสรรค์ต้องเชื่อมโยงกับตรรกะที่แข็งแรง" สำหรับเธอ หนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดของนักสื่อสารไม่ใช่การหาคำที่สละสลวย แต่คือการ "เชื่อมโยง" ตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้คือ วลีสนุก ๆ อย่าง “AGILE จนกว่าจะแลนด์” ใน VDO แคมเปญ TEAM หรือการตั้งชื่อกิจกรรมเล็ก ๆ ช่วงวาเลนไทน์อย่าง “Possibility is in the air” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงสิ่งที่องค์กรต้องการสื่อ เข้ากับอินไซต์หรือกระแส ณ ขณะนั้น แล้วให้ได้ message ที่ย่อยง่ายและตอบโจทย์ไปพร้อมกัน
ในบทบาทผู้นำทีม แก้มสนับสนุนให้ทีมเสนอไอเดีย พร้อมเล่าที่มาที่ไปของแนวคิด เพื่อแชร์กันว่าทำไมเลือกไอเดียนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายไหน ตอบอินไซต์อะไร Option นี้ต้องแลกกับอะไรบ้าง ระหว่างความคมติดหู ความสนุก หรือความเสี่ยง เธอมองว่า เป็นขั้นตอนที่ช่วยเรียบเรียงให้คนทำงานเข้าใจสิ่งที่ตัวเองต้องการสื่อสารมากขึ้น ไม่หลงทาง และทำให้ทีมตัดสินใจได้ไวขึ้น
“ถ้าคุณเชื่อมโยงได้ดี มีวิธีคิดที่เป็นระบบ คุณจะไปได้เร็วและแม่นยำกว่า”
AI เป็นเพียง “ตัวเร่งสปีด” บน “ต้นทุน”' ของคุณ
ในวันที่ใคร ๆ ก็พูดถึงการใช้ AI ช่วยทำงาน แก้มให้มุมมอว่า AI คือตัวช่วยสำคัญในการต่อยอด ต้นทุนทางความคิดที่สะสมมานาน
“AI คือ Speed Booster แต่มันไม่มีเคมีความสนุกหรือ insight แบบคนต้นทุนในตัวคุณมาจาก สิ่งที่คุณอ่านตั้งแต่เด็ก หนังที่คุณดู เพลงที่คุณฟังบทเรียนในชีวิต สิ่งเหล่านี้คือฐานข้อมูลที่จะช่วยคัดกรองว่าไอเดียจาก AI อันไหนคือสิ่งที่เหมาะสมและต่อยอดได้
ความสำเร็จที่วัดไม่ได้ด้วยตัวเลข
เมื่อถามถึงความภูมิใจ แก้มไม่ได้พูดถึงยอด Engagement หรืองานอีเวนต์สำคัญ แต่เธอกลับนึกถึงโมเมนต์ที่ ได้รีบฟีดแบกที่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในช่วงที่ทีมงานทำโปรเจกต์ Crack Your Cocoon ควบคู่ไปกับ The Lifesaver
“วันนั้นเราไปจัด roadshow ที่ระยอง มีพี่ท่านหนึ่งเดินเข้ามาบอกพวกเราว่า ขอบคุณนะที่น้อง ๆ ช่วยทำการสื่อสารเรื่องนี้ พี่เห็นเลยว่าตอนนี้บรรยากาศการทำงานเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น พี่ ๆ น้อง ๆ กล้าคุยกันมากขึ้น และทุกคนก็ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอย่างจริงจัง”
สำหรับแก้ม นี่คือตัวชี้วัดว่าเรากำลังทำงานที่มีความหมาย และไม่มีตัวเลขผลลัพธ์หรือกราฟใดที่น่าจดจำเท่านี้ ”
บทเรียนสุดท้าย"การอ่าน" คือการสะสมวัตถุดิบสำคัญ
แก้มปิดท้ายด้วยคำแนะนำถึงนักสื่อสารรุ่นใหม่ว่า ทุกวันนี้เราหาความรู้ได้หลายช่องทาง แต่หนึ่งเรื่องที่ highly recommend คือ “อ่านหนังสือเยอะ ๆ”
ทักษะการสื่อสารที่ดี มาจากการสะสม "วัตถุดิบ" จากการอ่านและการสังเกต เพื่อรอวันที่จะถูกนำมาเชื่อมโยงให้กลายเป็นผลงานที่ดี และเป็นต้นทุนสำคัญในการเรียบเรียงและถ่ายทอดความคิด ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็ตาม