close

15 พ.ย. 2565

วิเคราะห์ 5 จุดแข็งของบริษัท SCGC ทำไมถึงก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน

Business Investor Relations

ตลอดระยะเวลากว่าสี่ทศวรรษ นับตั้งแต่บุกเบิกธุรกิจเคมีภัณฑ์ของไทย จนถึงปัจจุบันที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่มอนอเมอร์ต้นน้ำและพอลิเมอร์ปลายน้ำ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง และผลิตภัณฑ์สำเร็จ มีกำลังการผลิตรวม 6.9 ล้านตันต่อปี ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่งกำลังการผลิตในภูมิภาคอาเซียน (ณ เดือนธันวาคม 2564) ร้อยละ 19 หรือเกือบ 1 ใน 5 ตลอดจนขยายการลงทุนในประเทศและระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจีซี (SCGC) คือผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน ที่สร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรม พร้อมกับการสนับสนุนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับสังคมและสิ่งแวดล้อม 

แล้วมีปัจจัยอะไรบ้างที่ช่วยส่งเสริมให้ SCGC ขึ้นมาเป็นแนวหน้าในอุตสาหกรรมธุรกิจเคมีภัณฑ์ของภูมิภาค

ฐานการผลิตเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค 

SCGC  มีฐานผลิตใน 3 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลัก ส่วนในอินโดนีเซียเป็นการลงทุนผ่านการถือหุ้น 30.57% ใน Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) และในเวียดนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการ LSP คอมเพล็กซ์ปิโตรเคมี (Long Son Petrochemicals Complex) ซึ่ง SCGC ถือเป็นรายแรกที่เข้าไปลงทุน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตลาดที่มีประชากรคิดเป็น 2 ใน 3 ของกลุ่มประเทศอาเซียน มีกำลังซื้อที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และการมีฐานผลิตใน 3 ประเทศ ดังกล่าวนั้น  จะทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อยกระดับ Operational Excellence ไปอีกขั้น

SCGC ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ไวนิลครบวงจร

เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น จากข้อมูลของ NexantECA ระบุว่า SCGC เป็นผู้ผลิตพอลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinylchloride: PVC) รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน มีกำลังการผลิตเม็ดพลาสติก PVC รวมอยู่ที่ 0.886 ล้านตันต่อปี และมีกำลังการผลิตสินค้าสำเร็จรูปจาก PVC รวมอยู่ที่ 0.43 ล้านตันต่อปี และยังถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไวนิลเพียงไม่กี่รายทั่วโลก ที่มีการขยายการผลิตไปยังธุรกิจปลายน้ำ เพื่อผลิตสินค้าสำเร็จรูปจาก PVC ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

สำหรับสายธุรกิจไวนิลของ SCGC แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกคือธุรกิจเม็ดพลาสติก PVC และ PVC Compound และกลุ่มที่สอง ธุรกิจสินค้าสำเร็จรูปจาก PVC เช่น ท่อและข้อต่อ PVC สายยาง PVC กรอบหน้าต่าง ประตู รางน้ำฝน เป็นต้น โดยเรามุ่งขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกชนิดนี้ให้มีอัตราสูงกว่าการเติบโตของอุปสงค์ที่คาดการณ์ไว้ รวมถึขยายธุรกิจไปยังต้นน้ำเพื่อลดต้นทุนและผลิตวัตถุดิบตั้งต้น ให้เพียงพอต่อการดำเนินงานในปัจจุบันและอนาคต และขยายกำลังการผลิตท่อ ข้อต่อ และสินค้าโพรไฟล์ PVC ปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคอาเซียน

มุ่งพัฒนาสินค้าเคมีภัณฑ์และบริการมูลค่าเพิ่ม

สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง หรือ High Value Added Products & Services(HVA) เป็นสิ่งที่ SCGC คิดค้นและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 มีสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มนี้อยู่ที่ร้อยละ 35.8 ของรายได้จากการขายทั้งหมด นอกจากนี้เรายังเร่งพัฒนา Breakthrough Technology ที่จะช่วยขับเคลื่อนและต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกอีกด้วย 

SCGC มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษ และนอร์เวย์ เพื่อคิดค้นและพัฒนางานวิจัยไปสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศกว่า 560 คน* (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564) รวมถึงมีเครือข่ายและพันธมิตรด้านนวัตกรรมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันชั้นนำระดับโลก 

นอกจากนี้ SCGC ยังเข้าร่วมเป็นพันธมิตรและเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผ่านทางการลงทุนในสตาร์ตอัป รวมถึงการลงทุนในกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital Funds) อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน SCGC มีสิทธิบัตรรวมกว่า 473 รายการ* (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564)

บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ

SCGC เป็นแนวหน้าในอุตสาหกรรมที่ประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการดำเนินงานตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และเริ่มคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง 

เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดหาวัตถุดิบตั้งต้น (Feedstock) เราได้นำแบบจำลอง Machine Learning เพื่อใช้ในการคาดการณ์สภาวะตลาด โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานเพื่อช่วยในการประมวลผล ช่วยให้ตัดสินใจในการจัดหาวัตถุดิบที่ตรงตามอุปสงค์ของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของกระบวนการผลิต SCGC ได้พัฒนาและใช้งานแพลตฟอร์มโดยปรับใช้ Machine learning ดิจิทัลทวิน (Digital Twin) ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์ (Simulation) หุ่นยนต์ และการเชื่อมโยงและถ่ายทอดข้อมูลผ่าน Internet of Things (IoT) เพื่อปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจและเพิ่มความน่าเชื่อถือ

ในแง่ของโซลูชันการบริหารจัดการประสิทธิภาพของสินทรัพย์ (Asset Performance Management: APM) เรามี Digital Reliability Platform ที่ช่วยให้เราสามารถคาดการณ์ความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ ซึ่งถูกใช้งานเพื่อช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพ และใช้เพื่อบำรุงรักษาระบบการดำเนินงานได้แบบครบวงจรเพื่อลดการหยุดผลิตนอกเหนือจากแผน (Unplanned Downtime) และเมื่อเร็ว ๆ นี้ เราได้ร่วมมือบริษัท คริติคอล แฟซิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CFT เพื่อพัฒนาโซลูชันระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงครบวงจร เพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งป้องกันไม่มิให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์และเครื่องจักร ซึ่งส่งผลกระทบต่อการหยุดชะงักของกระบวนการทำงานของโรงงาน

สำหรับลูกค้า SCGC ได้คิดค้นและพัฒนา Digital Commerce Platform (DCP) ที่ทำให้ลูกค้าสามารถเห็นข้อมูลจากต้นทางถึงปลายทาง (End-to-end Data Visibility) ได้แบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มครบวงจรนี้ช่วยลดเวลาการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ถึงร้อยละ 70 โดยลูกค้าสามารถติดตามสถานะคำสั่งซื้อได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถเก็บ Customer Voice มาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อีกด้วย

ต้นแบบธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืนในเวทีโลก

เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่การเป็น “ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน (Chemicals Business for Sustainability)” ที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) SCGC คิดค้นและพัฒนา Green Innovation โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธงอย่างพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Polymer) ภายใต้แบรนด์ SCGC GREEN POLYMERTM โซลูชันพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุม 4 ด้าน คือ REDUCE การลดการใช้ทรัพยากร SMX™ Technology นวัตกรรมสำหรับการผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงที่มีความแข็งแรงมากขึ้น RECYCLABLE การออกแบบเพื่อให้รีไซเคิลได้ โดยคงคุณสมบัติในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ภายในได้ดังเดิม RECYCLE การนำพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือนมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล พร้อมปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสูตรเฉพาะของเราเอง และ RENEWABLE การทำให้ย่อยสลายได้และการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน โดยเป็นพอลิเมอร์ที่ผ่านการรับรองจากสถาบันชั้นนำของโลกอย่าง DIN CERTCO ประเทศเยอรมนี สามารถใช้งานทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม

จุดแข็งของ SCGC ทั้ง 5 ข้อ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำผลักดันให้เรากลายเป็นแนวหน้าในอุตสาหกรรมของภูมิภาค เรายังคงคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเคมีภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความเป็นไปได้อย่างไม่หยุดยั้ง ไปพร้อมกับช่วยดูแลและสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องตลอดไป


Is this article useful ?