close

27 ส.ค. 2563

SCG X Starboard ความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

“เพราะเรามีโลกอยู่แค่ใบเดียว และเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องรักษาโลกใบนี้ไว้” หนึ่งในคำพูดที่ทรงพลังและน่าประทับใจของสเวน รัสมุสเซ่น (Svein Rasmussen) Chief Innovator แห่ง Starboard แบรนด์ระดับพรีเมียมของผลิตภัณฑ์กีฬาทางน้ำประเภทเซิร์ฟบอร์ด ที่กล่าวไว้เมื่อครั้งให้สัมภาษณ์พิเศษกับทีมงาน All Around Plastics จากเอสซีจี

การตระหนักถึงปัญหาสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ที่กลายเป็นวิกฤตขยายขอบเขตไปทั่วโลกและก่อตัวสร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เป็นจุดร่วมที่ทำให้องค์กรชั้นแนวหน้าอย่าง เอสซีจี และ Starboard ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันในโครงการ Collaboration for Sustainable Future เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กร ควบคู่ไปกับการบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy มาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมี Mrs. Kjersti Rodsmoen เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีและสนับสนุนความร่วมมือนี้ด้วย

บันทึกข้อตกลงร่วมในโครงการดังกล่าว ครอบคลุมขอบเขตการศึกษาและความร่วมมือใน 3 ด้านที่สำคัญ คือ 1) การพัฒนาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, 2) การส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน และ 3) การสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังพฤติกรรมเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้กับเยาวชน โดยทั้งเอสซีจีและ Starboard มุ่งหวังว่าการดำเนินงานภายใต้ขอบเขตการศึกษาและกรอบความร่วมมือดังกล่าว จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนบันทึกข้อตกลงด้านที่ 1 ของโครงการ Collaboration for Sustainable Future นั้น ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี จะนำความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ในกลุ่มวัสดุพอลิเมอร์ ตลอดจนการออกแบบและขึ้นรูปสินค้ามาใช้พัฒนาวัสดุใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าของ Starboard ปัจจุบันทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเอสซีจี กำลังมุ่งมั่นออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์กันกระแทกสำหรับ iQ Foil กระดานวินด์เซิร์ฟซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของกีฬาที่ได้รับความนิยมระดับโลกชนิดนี้ เนื่องจากบ่อยครั้งที่อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับความเสียหายในระหว่างการขนส่ง โดยวัสดุที่ประกอบด้วยเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์และเม็ดพลาสติกจากขยะในครัวเรือน จะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการผลิตอุปกรณ์ดังกล่าว

นี่เป็นโอกาสที่ขยะพลาสติกจากครัวเรือน จะถูกนำมาใช้งานซ้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ทั้งเอสซีจีและ Starboard ถือเป็นแบบแผนในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้การคิดค้นและพัฒนาสูตรเม็ดพลาสติกที่มีส่วนผสมของสติกจากขยะในครัวเรือน ยังเป็นเครื่องยืนยันความเชี่ยวชาญของเอสซีจีและประสิทธิภาพในกระบวนการจัดการขยะ เพื่อให้ได้ออกมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่สะอาดและไร้การปนเปื้อน ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เป็นวัสดุสำคัญส่วนหนึ่งในการผลิตอุปกรณ์กันกระแทกสำหรับ iQ Foil

“เมื่อผู้บริโภคได้เห็นสิ่งเหล่านี้ ความพิเศษคือเขาจะได้รับรู้เรื่องราวเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์หรือวัสดุเหล่านี้ ยกตัวอย่าง ถ้าเขารู้ว่าสินค้าชิ้นนี้ผลิตมาจากแหอวนซึ่งเก็บขึ้นมาจากขยะในท้องทะเล ผู้บริโภคจะรู้สึกได้ถึงความมีส่วนร่วมกับเรื่องราวดี ๆ เหล่านี้เมื่อได้เป็นเจ้าของสินค้า ได้ใช้งาน และอยากบอกเล่าต่อให้กับเพื่อนฝูงฟัง” สเวนกล่าวเสริม

สำหรับการส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน และการสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังพฤติกรรมเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นขอบเขตการศึกษาและความร่วมมืออีกสองด้านที่เหลือ นั่นคือ การปลูกป่าชายเลน เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับหลักพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) ให้แก่คนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตอยู่ในขณะนี้

ความร่วมมือระหว่างเอสซีจีและ Starboard ภายใต้โครงการ Collaboration for Sustainable Future เป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรชั้นนำของโลก ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การหาโซลูชันเพื่อแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อนได้อย่างตรงจุดและดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อนำไปสู่อนาคตของสังคมที่สร้างความสุขให้กับทุกฝ่าย เหมือนกับคำกล่าวทิ้งท้ายการสัมภาษณ์ของสเวน รัสมุสเซ่น (Svein Rasmussen) Chief Innovator แห่ง Starboard ที่ว่า

“สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ในทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่ท้าทายตัวเราเองที่กำลังจะเดินหน้าต่อไปอีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า เริ่มลงมือทำก่อนที่มันจะสายเกินไป นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องคิดถึงในขณะนี้


Is this article useful ?