Chemicals Business, SCG, is one of the largest integrated petrochemical companies in Asia and a key industry leader. We manufacture and supply a full range of petrochemical products ranging from upstream monomers to downstream polymers including polyethylene, polypropylene, polyvinyl chloride, polystyrene and MMA.

5 แนวคิดสุดสร้างสรรค์เพื่อการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

5 แนวคิดสุดสร้างสรรค์เพื่อการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

Date: 15 Apr 2021

แม้ว่าปัญหาการจัดการขยะจะยังคงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของประชาคมโลก แต่ความพยายามในการคิดค้นและพัฒนาโซลูชันเพื่อการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพก็เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เอสซีจี หนึ่งในบริษัทชั้นนำของภูมิภาคที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และได้บูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ จึงได้รวบรวมไฮไลต์ด้านการจัดการขยะที่น่าจับตามองของปี 2021 มาไว้ในบทความนี้ จากภายในสู่ภายนอก : โครงการจัดการขยะโดยเอสซีจี “บางซื่อโมเดล (Bang Sue Model)” คือ โครงการจัดการขยะภายในบริษัท ที่สะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสียแต่ละประเภท ให้หมุนเวียนกลับไปสร้างคุณค่าด้วยกระบวนการที่เหมาะสม โมเดลนี้เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่ช่วยรองรับขยะที่เกิดขึ้นและนำกลับเข้าสู่วงจรการรีไซเคิล และยังส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกของพนักงานภายใต้แนวคิด “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” จากความสำเร็จในระดับองค์กร นำไปสู่การขยายผลกับให้กับชุมชนในเขตเทศบาลมาบตาพุด จ.ระยอง ภายใต้ชื่อ “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” เชื่อมโยงการจัดการขยะระหว่าง บ้าน-โรงเรียน-วัด-ธนาคารขยะ เพื่อสร้างต้นแบบการบริหารจัดการทรัพยากรและขยะตั้งแต่ต้นทาง เป้าหมายของโมเดลนี้ คือ เพิ่มปริมาณขยะรีไซเคิล ควบคู่กับการลดปริมาณการฝังกลบขยะ เน้นการสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านผู้นำชุมชน ผ่านการผลักดันและให้ความรู้ในด้านต่างๆ จากทีมผู้เชี่ยวชาญของเอสซีจี ตลอดจนการสร้างฐานเรียนรู้ในโรงเรียนเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ปลูกจิตสำนึกเรื่องการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งให้เยาวชนเกิดพฤติกรรม “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” พร้อมนำการเรียนรู้จากโรงเรียนต่อยอดสู่ครอบครัวและชุมชน นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโครงการในปี 2562 จนถึงปัจจุบัน มีชุมชนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 25 ชุมชน มีการจัดตั้งธนาคารขยะเพื่อรวบรวมวัสดุรีไซเคิลในชุมชนมากถึง 10 แห่ง มีสมาชิกลงทะเบียนฝากขยะผ่านแอปพลิเคชันคุ้มค่ามากถึง 2,697 บัญชี ยอดบัญชีขยะรีไซเคิลในระบบกว่า 100 ตัน คิดเป็นมูลค่าถึง 230,000 บาท (ข้อมูลเดือนเมษา 2562 ถึงเดือนธันวาคม 2563) โดยปริมาณขยะรีไซเคิลทั้งหมดที่เก็บเข้าสู่ระบบสามารถคำนวณเป็นปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้ถึง 73,442 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยเอสซีจีตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนชุมชนและครัวเรือนให้เข้าร่วมโครงการมากขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้จังหวัดระยองพัฒนาสู่เมืองไร้ขยะต่อไปในอนาคต สร้างความสนุก สุขจากการคัดแยกขยะ คนส่วนใหญ่รู้ว่าการคัดแยกขยะนั้นสร้างประโยชน์ เพราะช่วยเพิ่มอัตราการหมุนเวียนใช้ซ้ำทรัพยากรและช่วยเพิ่มการรีไซเคิล แต่มีเพียงส่วนน้อยที่คิดว่ากิจกรรมดังกล่าวนั้นสามารถสร้างความสนุกได้ ทอมร่า (TOMRA) บริษัทผู้ผลิตเครื่องรวบรวมและค้ดแยกขยะสัญชาตินอร์เวย์จึงได้คิดค้นเครื่อง RVM หรือ Reverse Vending Machine ที่รับซื้อบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลและเปลี่ยนเป็นแต้ม ปัจจุบันทั่วทั้งโลกมีเครื่องดังกล่าวอยู่เกือบ 84,000 เครื่อง ซึ่งช่วยรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกไปแล้วมากกว่า 40 ล้านล้านชิ้นในแต่ละปี ปลดล็อกขยะพลาสติก คืนคุณค่าสู่ชุมชน หนึ่งในโปรเจกต์ที่ส่งเสริมการคัดแยกพลาสติกใช้แล้วและสนับสนุนการหมุนเวียนใช้ซ้ำวัสดุก็คือ มูลนิธิ ASASE ในเมืองอักกรา ประเทศกานา โดยสมาชิกของมูลนิธิที่เป็นคนท้องถิ่นจะช่วยกันรวบรวมพลาสติกใช้แล้ว นำมาล้างให้สะอาดและทำให้แห้ง จากนั้นจึงนำพลาสติกเหลือใช้เหล่านี้ไปบดย่อยให้เป็นชิ้นเล็ก ก่อนจะนำไปขายต่อให้กับโรงงานรีไซเคิลพลาสติก โครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนในชุมชน และยังได้รับการสนับสนุนจาก Alliance to End Plastic Waste (AEPW) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ประกอบไปด้วยบริษัทสมาชิกที่มาจากทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรมพลาสติก ซึ่งเอสซีจีถือเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งขององค์กรนี้ด้วย ทำให้โครงการนี้สามารถขยายกำลังการผลิตจาก 35 ตัน ในปี 2019 ไปเป็น 500 ตัน ในปี 2020 โดยมูลนิธิตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องผลิตพลาสติกบดย่อยนี้ให้ได้ถึง 2,000 ตันในปีนี้ นอกเหนือไปจากการขยายผลความสำเร็จของโครงการไปยังเมืองอื่น ๆ ในประเทศ คลิกรับชมวิดีโอ มูลนิธิ ASASE ได้ที่ https://bit.ly/39wwtZo แปลงร่างขยะ ให้เป็นที่พักอาศัยน่าอยู่ พลาสติกเป็นวัสดุที่ทนทาน น้ำหนักเบา ราคาถูก และขึ้นรูปได้ง่ายกว่าวัสดุอื่น ๆ และด้วยข้อดีทั้งหมดนี้จึงทำให้พลาสติกเหมาะกับการเป็นวัสดุสำหรับงานก่อสร้าง Upcycle Africa อีกหนึ่งโครงการที่ส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพในประเทศยูกันดา ได้นำพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วมาใช้ก่อสร้างเป็นที่พักอาศัย นับแต่แต่เริ่มโครงการนี้มา มีพลาสติกกว่า 3 ล้านชิ้นถูกนำหมุนเวียนสร้างคุณค่าใหม่ เพื่อให้กลายมาเป็นบ้านกว่า 117 หลัง และในช่วงกลางปีนี้ ทางโครงการมีแผนที่จะนำร่องการนำพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้ว มาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อใช้ประโยชน์ในชุมชน โดยมุ่งหวังให้โครงการนำร่องนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสการใช้งานขยะพลาสติกที่ไม่สามารถใช้เป็นวัสดุก่อสร้างที่พักอาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดพลาสติกหลุดลอดลงทะเลและมหาสมุทร Jembrana Regency เป็นส่วนเล็ก ๆ ของบาหลีในหมู่เกาะอินโดนีเซียที่มีธรรมชาติอันสวยงาม แต่มีการจัดการขยะที่ยังไม่ทั่วถึงและไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ได้แก่ การทิ้ง การฝัง และการเผาขยะอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ เพื่อรักษาความงดงามของธรรมชาติให้คงอยู่ Project STOP Jembrana จึงถูกริเริ่มขึ้น โดยมีการก่อสร้างระบบการจัดการขยะที่จัดให้มีการออกเก็บขยะเป็นรายสัปดาห์ และนำขยะเหล่านั้นส่งต่อไปยังโรงงานรีไซเคิล ระบบดังกล่าวจะช่วยจัดการกับขยะราว ๆ 2,200 ตันต่อปี ไม่ให้เล็ดลอดออกไปสู่สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ทางทีมงานกำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ของโครงการเพื่อขยายผลไปสู่ทุกเกาะของประเทศอินโดนีเซีย ที่มา:https://endplasticwaste.org/en/our-stories/6-bright-ideas-in-2021

SCG Launches ASEAN's First PP Melt-Blown Resin Meeting International Standard to Support Local Production of Face Mask Filter Against Infection and PM2.5

SCG Launches ASEAN's First PP Melt-Blown Resin Meeting International Standard to Support Local Production of Face Mask Filter Against Infection and PM2.5

Date: 30 Mar 2021

Bangkok —29 March 2021, Chemicals Business, SCG, sets forth to fortify innovation in health and wellness space, recently launching the first in ASEAN “SCG PP Melt-Blown Resin” that meets international standard for melt-blown fabric production. The quality of fiber can achieve 1-5 microns in diameter when producing fabric. It can filter out fine particles such as PM2.5 and germs with a Particle Filtration Efficiency (PFE) rating of ≥95% and Bacteria Filtration Efficiency (BFE) rating of ≥95%. SCG PP melt-blown resin is tested by a leading institute and excellent for producing the filter layer of the mask. It is ready to be developed into face mask filter to reduce import dependence and solve the domestic shortage supply. The product will strengthen the public health capability and enhance the competitiveness of Thai industry. SCG PP melt-blown resin is now commercially available. Mr. Tanawong Areeratchakul, President of Chemicals Business, SCG,revealed, "Chemicals Business, SCG, strives to develop innovation in the health and wellness space to improve people's quality of life and meet the SDG 3 which to ensure healthy lives and promote well-being. In our view, plastic materials are the essential substitute and highly necessary for the manufacture of products within the health and wellness industry. It can reduce the dependence on importing such plastic resins and melt-blown fabric to a considerable extent. Our move will increase the country's competitiveness in health and wellness industry. As the world is grappled with the spread of the COVID-19 pandemic, the World Health Organization (WHO) revealed that the demand for personal protective equipment (PPE), such as face masks or gloves, has mounted up to 100 times higher than normal. As a result, many countries have to ramp up their production, launch some measures and limit export to ensure that there are sufficient supplies for domestic use. According to the Department of Internal Trade, the domestic demand for face masks in Thailand is 30-40 million pieces in normal circumstances. After the outbreak, the demand has surged five times to about 200 million pieces per month. "According to a recent study, Thailand has a current demand for melt-blown fabric and spundbond fabric to produce disposable related products up to 10,000 tons per year for health and wellness industry. And yet, there has been no production of polypropylene resins to feed the domestic melt-blown fabric industry, resulting in dependence on material imports from other countries such as China or Korea. To cater to the current need, Chemical Business, SCG, has developedthe first's ASEANhigh value-added product, "SCG PP Melt-Blown Resin," with the international standard.The newly launched product is excellent for producing melt-blown fabric such as the mask's filter layer. The resin is capable of producing fibers that reaches 1-5 microns in diameter, which can filter out the fine particles such as PM2.5 and germs with Particle Filtration Efficiency (PFE) rating of ≥95% and Bacteria Filtration Efficiency (BFE) rating of ≥95%. SCG PP melt-blown resin is now commercially available and is ready to be developed into other products such as personal protective equipment (PPE) or high-quality air filters," said Tanawong. SCG PP melt-blown resin is tested by a leading institute and is currently under development into melt-blown fabric and under collaboration with local manufacturers in health and wellness industry. The product is to fulfill consumers' need where new normal lifestyles, such as being health-conscious, regularly wearing face masks to protect themselves from germ and dust, have become part of life.
SCG Announces 3 Strategic Plans Toward “Chemicals Business for Sustainability”: Accelerate Circularity, Accelerate Innovation, and Accelerate Digital Technology

SCG Announces 3 Strategic Plans Toward “Chemicals Business for Sustainability”: Accelerate Circularity, Accelerate Innovation, and Accelerate Digital Technology

Date: 2 Mar 2021

Bangkok — 2 March 2021: Chemicals Business, SCG, announced strategic business direction for 2021 toward a “Chemicals Business for Sustainability.” SCG has set the target to achieve green polymer sales volume of 200,000 tons by 2025, and to increase the proportion of sales of HVAs (High Value-Added) products by 50% within 2030. Chemicals Business outlined three key business strategies:Accelerate Circularity, Accelerate Innovation and Accelerate Digital Technology to gain higher competitive edge in the global stage, and to build long-term growth with sustainable development. Mr. Tanawong Areeratchakul, President of Chemicals Business, SCG,disclosed the 2021 business direction, “Over the past year, Chemicals Business, SCG, had proactively adapted itself in several areas amid the COVID-19 pandemic to keep operations running smoothly. One of our major projects is the olefins plants’ capacity expansion project or MOCD, which progresses as planned and is expected to begin commercial operation by the beginning of the second quarter. The operation will add olefins production capacity of 350,000 tons per year.” “The year 2021 will bring new challenges to the petrochemical industry, which requires short-term and long-term strategic changes. We foresee three major challenges. First isCircular Economy for Plastics, especially post-consumer plastic management, which has become a priority for brand owners and consumers in a global shift towards sustainable consumption.The second challenge is Shifting Demandbrought about by the COVID-19 pandemic, which has contributed positively to industries like logistics packaging or plastics for medical equipment. We expect during the post-COVID-19 economic recovery, some industries which have suffered a dip in demand such as cars, electric appliances, or durable products will bounce back while medical and healthcare will enjoy rising demand in the long run. Meanwhile,Competition & Supply Chain Realignmentwill be more intense, partially because of the shift of trade flows amid the ongoing trade war.” “To tackle new business challenges and to meet Sustainable Development Goals set by the United Nations and ESG (Environmental, Social, Governance) targets, Chemicals Business, SCG, strives to become ‘Chemicals Business for Sustainability’with the aim ofachieving 200,000 tons of Green Polymer sales volume by 2025 and increasing the proportion of HVA sales to 50% within 2030 while integrating digital technology to enhance operations throughout the supply chain. Our three strategic plans are as follow: 1. Accelerate Circularity: The plan is to promote resource use efficiency and mitigate global warming. Chemicals Business will offer solutions catered to the needs of brand owners and eco-conscious customers. The circular economy roadmap will drive this strategy covering the supply chain in four areas: Design for Recyclability: Introduce the design approach conducive to 100% recyclability while maintaining all other properties. Examples include thedevelopment of mono-material plastic packagingwhere the packaging layers are made of the same material to facilitate ease of recycling. SCG has developed “Medium Barrier Packaging” as a packaging solution equipped with moderate permeability, replacing nylon in the mid-layer for dishwashing liquid pouches, liquid soap bags, rice bags, or vacuum packaging such as sausage bags. The solution enables full recyclability and will help to improve post-consumer management. The solution is currently in the development process done in conjunction with several brand owners. Post-Consumer Recycled Resin (PCR): Develop HDPE PCR under the brand“SCG Green PolymerTM”for packaging of household and consumer products. The strategy aims to reduce environmental impacts. Also, SCG is developing an additive calledPCR Boosterto enhance packaging quality which allows a higher proportion of PCR ingredients in the production process while maintaining the same performance characteristics. Chemical Recycling: Thanks to our cutting-edge technology and eco-friendly process, it will be possible to recycle used plastics intorecycled feedstockfor petrochemical plants. The technology can also turn post-consumer plastics into raw materials to produce food-grade products. SCG has establishedThailand’s first demonstration plant in Rayong. The demonstration unit will have a production capacity of approximately 4,000 tons per year, where a capacity expansion plan is in sight. Compared to waste incineration or landfills, this recycling process leaves a much less carbon footprint. Bioplastics: The process is in the research and development phase, and SCG is currently engaged in negotiations with like-minded partners. 2. Accelerate Innovation: Chemicals Business has consistently developed HVA products and services with the core focus on four industries: packaging, healthcare, automotive, and construction. The company has developed innovations in the forms of in-house and open innovation with its R&D networks such as educational institutions, leading global research institutes in Thailand, Asia, and Europe. This year, Chemicals Business, SCG, has allocated 1,600 million Baht for R&D. Besides, SCG has establishedThailand and ASEAN’s first i2P Center (Ideas to Products) since 2019as a platform solution for material selection, design, and process. The center offers a product prototype development unit that inspires customers and brand owners. The center also facilitates the acceleration of innovation and product development at approximately 3x the normal pace. 3. Accelerate Digital Technology: Digital technology is implemented to enhance business capabilities with regards to speed and efficiency. SCG has strengthened the organization with digital technology integration throughout our supply chain. The company also introduces the Single Data Platform to engage all relevant stakeholders with one dataset in real-time. Examples include the use of digital technology in the procurement process to enable increased efficiency and alignment with market situations. Digital technology is also harnessed to increase operational reliability. This is done by using a predictive model to alert machine malfunctions before the damage occurs and using AI simulation for production process improvements. SCG also introduces Digital Commerce Platform or DCP to connect purchase orders to the supply chain data management. This allows customers to track their orders from anywhere and at any time, thereby reducing process time by 70%.” With three strategic plans: Accelerate Circularity, Accelerate Innovation, and Accelerate Digital Technology, SCG is fully equipped to deliver solid and sustainable growth whilst also meet Sustainable Development Goals and ESG targets. Commitment to innovations and the solutions SCG delivers will help improve the quality of lives of the people, communities, society, and the environment in a sustainable manner. SCG stands ready to cooperate with all sectors to bring about mutual benefit and sustainable growth.
  • All Around Plastics