Chemicals Business, SCG, is one of the largest integrated petrochemical companies in Asia and a key industry leader. We manufacture and supply a full range of petrochemical products ranging from upstream monomers to downstream polymers including polyethylene, polypropylene, polyvinyl chloride, polystyrene and MMA.

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี แหล่งรวมดิจิทัลโซลูชันระดับประเทศ

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี แหล่งรวมดิจิทัลโซลูชันระดับประเทศ

Date: 5 May 2021

อีกหนึ่ง New Normal หรือ วิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็คือ บริษัทให้ความสนใจกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการเข้ากับทุกองคาพยพในองค์กร แนวปฏิบัติดังกล่าวที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายนี้ มีจุดร่วมเหมือนกัน คือ เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องและเป็นปกติ (Business as Usual) ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรชั้นนำระดับประเทศที่ “คิดเร็ว ทำไว” พัฒนาและประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อช่วยตอบโจทย์การทำงานของผู้เกี่ยวข้องในส่วนต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมและสอดรับกับนโยบายทางสังคม ที่มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนสามารถรองรับบริบทของสังคมดิจิทัลได้มากยิ่งขึ้น ดิจิทัลโซลูชันเพื่อสำนักงาน เอสซีจี ส่งเสริมให้มีการนำเทคโลโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ภายในสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้าสถานการณ์โรคระบาด หน่วยงานบางส่วนของบริษัทก็มีการใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้การทำงานดียิ่งขึ้น และเมื่อต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับนโยบายทางสังคมตามแนวทางป้องกันการเกิดโรคระบาด ทั้งองค์กรก็สามารถปรับตัวและใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การเปลี่ยนผ่านจากการทำงานที่ยึดโยงกับวิถีชีวิตรูปแบบเดิม ไปสู่กิจกรรมที่เกิดขึ้นในรูปแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น เช่น การประชุมทีมงานในระดับต่าง ๆ การยื่นขออนุมัติเอกสาร การทำธุรกรรมกับฝ่ายบัญชี หรือแม้แต่การจัดอีเวนต์สำคัญต่าง ๆ เช่น การทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) หรือการจัดงานเปิดตัวสินค้าหรือบริการใหม่ของบริษัท เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนทุกคนในเอสซีจีให้สามารถใช้ชีวิตการทำงานได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้การเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ยังช่วยยกระดับและส่งเสริมความสามารถด้านดิจิทัลของคนในองค์กรด้วย ดิจิทัลโซลูชันเพื่อโรงงาน นอกจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในสำนักงานแล้ว ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ยังได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ Internet of Things (IoT) ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ริเริ่มก็คือ Digital Reliability Platform (DRP) ที่ทำการรวบรวมข้อมูลของเครื่องจักรทุกตัวในโรงงานและสายพานการผลิต โดยสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรเหล่านี้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัทกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกหลายแห่ง เช่น AVEVA ผู้นําด้านวิศวกรรมและซอฟต์แวร์ด้านอุตสาหกรรม ช่วยแก้ปัญหาการบริหารประสิทธิภาพของเครื่องจักร (Asset Performance Management หรือ APM) แบบครบวงจร คาดการณ์สุขภาพอุปกรณ์ (Equipment Health) ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับมาตรฐานการบํารุงรักษาระหว่างหน่วยปฏิบัติการต่าง ๆ เพื่อขจัดเหตุขัดข้องที่ไม่คาดคิด “นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เพราะการบริหารจัดการให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีของDigital Reliability Platform (DRP)เราจึงมั่นใจว่า จะสามารถขจัดความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุขัดข้องที่ไม่คาดคิดได้ โดยได้เฟ้นหาพันธมิตร และ AVEVA เป็นเพียงบริษัทเดียวที่สามารถจัดหาระบบแก้ปัญหาได้แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านวิศวกรรม การปฏิบัติการ และการซ่อมบำรุง อีกทั้งยังได้ผนวกฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ปัญญาประดิษฐ์ AI การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย (Predictive Analytics) รวมเข้ากับการแก้ปัญหาที่ทำได้จริง ซึ่งจะช่วยผู้ปฏิบัติงานได้มากขึ้น และพัฒนาประสิทธิภาพอีกด้วย” นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีกล่าว ดิจิทัลโซลูชันเพื่อลูกค้าและคู่ค้า ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ใช้ Digital Commerce Platform (DCP) เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจากคำสั่งซื้อลูกค้าเข้ากับข้อมูลการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ทำให้สามารถลดเวลาการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ถึง 70% โดยลูกค้าสามารถติดตามสถานะคำสั่งซื้อได้ทุกที่ทุกเวลา ตามรูปแบบการทำงาน New Normal และธุรกิจเคมิคอลส์ยังสามารถใช้ฐานข้อมูลจากระบบมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการบริหาร Value Chain ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ในส่วนของคู่ค้าเอง เอสซีจี นำโดยธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้ประยุกต์องค์ความรู้และทักษะความเชี่ยวชาญด้านโรงงานและสายงานการผลิต พัฒนา ROOTS แพลตฟอร์มที่จะช่วยให้การจัดซื้อสินค้าอุตสาหกรรมซึ่งต้องมีทั้งความละเอียด ความแม่นยำและความรวดเร็ว ให้สามารถดำเนินงานได้คล่องตัวมากขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการจัดซื้อสินค้าได้มากกว่าร้อยละ 50 และที่สำคัญยังสามารถตรวจสอบราคาและสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดิจิทัลโซลูชันเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมถือเป็นอีกหนึ่งพันธกิจสำคัญของเอสซีจี ที่มีการบริหารจัดการมาอย่างต่อเนื่องและสะท้อนออกมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการริเริ่มต่าง ๆ และในกระแสแห่งความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งการดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance - ESG) และการตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้อย่างจริงจังและเข้มข้น สำหรับแนวปฏิบัติด้านเทคโนโลยีดิจิทิลที่ถูกนำมาบูรณาการเพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจก็คือ KoomKah หรือ คุ้มค่า เว็บแอปพลิเคชันที่ยกระดับการบริหารจัดการธนาคารขยะ ทำให้สามารถจัดการกับข้อมูลได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี ReadyPlastic แพลตฟอร์มการซื้อขายเม็ดพลาสติกนอนไพรม์ (Non-prime Plastic) จากภาคอุตสาหกรรมและเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Plastic) โดยทั้งสองดิจิทัลโซลูชันช่วยส่งเสริมการหมุนเวียนใช้ทร้พยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การปรับตัวด้านดิจิทัลเทคโนโลยีของ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ช่วยส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในการทำงานให้กับทุกคนในองค์กร ซึ่งถือเป็นบุคลากรสำคัญที่สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ตลอดจนส่งเสริมบทบาทขององค์กรในฐานะบริษัทชั้นนำระดับประเทศ ที่ประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนทางธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Chemicals Business, SCG, Taps into Recycled Plastic Market in Europe with Portugal' Sirplaste, Moving Ahead with ESG and Expanding Circular Economy Portfolio to Meet Global Demands

Chemicals Business, SCG, Taps into Recycled Plastic Market in Europe with Portugal' Sirplaste, Moving Ahead with ESG and Expanding Circular Economy Portfolio to Meet Global Demands

Date: 12 May 2021

Bangkok – 12 May 2021 Chemicals Business, SCG, has expanded its circular economy ambitions toward "Chemicals Business for Sustainability" according to ESG principles. Recently, it signed the Share Purchase Agreement to purchase shares in Sirplaste, a leading plastic recycler in Portugal. The acquisition and creation of a new joint venture will enable Chemicals Business to further develop recycling technology for high-quality post-consumer recycled resin (PCR) and expand the distribution to other continents to meet the rising demand for PCR. The approach also aims at promoting resource efficiency and reducing global warming effects. Under the share purchase transaction, SCG Chemicals, a subsidiary wholly owned by the Siam Cement PCL (BKK: SCC), through SCG Chemicals Trading (Singapore) Pte. Ltd. acquired 70% stake in Sirplaste-Sociedade Industrial de Recuperados de Plástico, S.A. (Sirplaste) on 27 April 2021. The transaction is expected to be completed by 2021. The existing shareholders will continue to hold 30% stake and co-manage Sirplaste with SCG Chemicals. Tanawong Areeratchakul, President of Chemicals Business, SCG,revealed, "The signing of the share purchase agreement to acquire shares in Sirplaste is another significant step forward for Chemicals Business, SCG, in advancing circular economy pursuits. The joint venture between SCG and Sirplaste will strengthen our HVA portfolios to cater to the growing recycled resin demand, meeting the needs of brand owners worldwide and green-minded customers. It will also help to improve our technology development of high-quality PCR and expand our distribution to other continents. This creation of circular economy business models will not only help the company achieve meaningful business growth but also promote resource efficiency and reduce global warming effects.” SCG will continue exploring possibilities on circular economy business in other aspects to follow the business direction "Chemicals Business for Sustainability" with the circular economy roadmap encompassing four main areas throughout the supply chain: 1) Design for recyclability, 2) Post-consumer recycled resin (PCR), 3) Advanced recycling process, and 4) Bioplastics, to achieve meaningful business growth and environmental stewardship in accordance with ESG. Ricardo Pereira, CEO of Sirplaste,said, "Sirplaste and SCG share a common interest in resource maximization. The joint management and exchange of expertise will help speeding up the development of technologies and recycled resin innovations at a faster pace. The high-quality PCR produced by Sirplaste have been certified by EuCertPlast, the Europe-wide certification scheme that validates traceability of feedstock in the production of PCR. Customers, brand owners, and consumers can rest assured that they are provided with transparency of feedstock origin, which helps reduce waste and add value to post-use plastic." Sirplaste is the largest plastic recycling company in Portugal. It produces and sells products to domestic and foreign markets with an annual capacity of 36,000 tons per year.
SCG – Dow Completes MOC Debottleneck, Ready to Accelerate Growth and Meet Global Demands

SCG – Dow Completes MOC Debottleneck, Ready to Accelerate Growth and Meet Global Demands

Date: 5 May 2021

Bangkok – 5 May 2021SCG’s Chemicals Business and Dow Thailand Group (Dow) announced the success of Map Ta Phut Olefins (MOC) Debottleneck Project (MOC Debottleneck or MOCD), which was completed ahead of plan and has started initial production. Production is expected to reach full capacity in May 2021. The MOCD will expand the MOC's olefins production capacity by 350,000 tons per year, strengthening its capability and competitive advantage, meeting the globally growing demand from industries, and enhancing Thailand's petrochemical industry potentiality. State-of-the-art technology of MOC Debottleneck project enables the production process to have a lower investment cost, promotes energy saving, and is environmentally-friendly (Green Process). Roongrote Rangsiyopash, President and CEO of SCG, said, "The MOCD is the MOC's largest project in terms of investment and technological challenges. The project was completed earlier than planned despite being amid the COVID-19 pandemic thanks to the stringent and continuous implementation of COVID-19 response measures and our professionals' capability and expertise to ensure safe and coherent project progress. The project is now ready to meet the demands of the domestic and international markets." Tanawong Areeratchakul, President of Chemicals Business, SCG,said, "The MOCD is another significant collaborative milestone between SCG’s Chemicals Business and Dow which work together to build growth and improve potentiality and competitive advantage at a global scale. This project will add MOC's olefins production capacity by 350,000 tons per year and increase flexibility in feedstock selection, harnessing advanced production technologies that can lower costs and support energy-saving and green process. The full commercial production is expected to be ready in May 2021." Bambang Candra, Asia Pacific Commercial Vice President of Dow Packaging and Specialty Plastics, revealed, "Dow's differentiated offerings in packaging and specialty plastics applications have seen exceptional growth and traction in the Asia Pacific driven by megatrends including sustainability, industry 4.0, and healthcare. The successful completion of the debottlenecking delivers welcomed capacity expansion that helps position Dow well to continue to capture this growth." Chatchai Luanpolcharoenchai, Dow Thailand President, concluded, "Dow's collaboration with SCG to invest and bring in state-of-the-art technology to this project demonstrates our commitment to customers in the Asia Pacific and the growth of their businesses. It also strengthens Thai industries' technology and competitiveness, which will help drive the country's economy.” Map Ta Phut Olefins Company Limited (MOC) is a joint venture between SCG Chemicals Company Limited (a wholly-owned subsidiary of SCG) and Dow. Currently, SCG holds an indirect stake of 67% in MOC while Dow owns the remaining 33% of both direct and indirect shares. In 2018, SCG and Dow approved the MOC Debottleneck project with an investment of approximately 15.5 billion baht. ______________________________ About Map Ta Phut Olefins Company Limited Map Ta Phut Olefins Company Limited (MOC) is a world-scale upstream petrochemical plant with a comprehensive production range that links to downstream petrochemical activities. Located in Map Ta Phut Sub-district, Rayong Province, the plant has commenced its operations since April 2010 and completed a debottlenecking project or MOCD to start a full commercial operation in May 2021. About SCG, Chemicals Business Chemicals Business, SCG, is one of the largest integrated petrochemical companies in Thailand and a key industry leader in Asia offers a full range of petrochemical products ranging from upstream production of olefins to downstream production of 3 main plastics resins: polyethylene, polypropylene, and polyvinyl chloride. Chemicals Business is committed to conducting business in line with Environmental, Social and Governance (ESG) and achieving Sustainable Development Goals (SDGs). Chemicals Business on developing new technology and innovation to create high value-added products (HVA) and holistic service solutions concerning areas on the rise such as circular economy, medical & healthcare, electric vehicle (EV) to better meet diverse places emphasis demands and sustainable environmental stewardship. For more information, please visit www.scgchemicals.com. About Dow Dow (NYSE: DOW) combines global breadth, asset integration and scale, focused innovation, and leading business positions to achieve profitable growth. The Company's ambition is to become the most innovative, customer-centric, inclusive, and sustainable materials science company, with a purpose to deliver a sustainable future for the world through our materials science expertise and collaboration with our partners. Dow's portfolio of plastics, industrial intermediates, coatings, and silicones businesses delivers a broad range of differentiated science-based products and solutions for its customers in high-growth market segments, such as packaging, infrastructure, mobility, and consumer care. Dow operates 106 manufacturing sites in 31 countries and employs approximately 35,700 people. Dow delivered sales of approximately $39 billion in 2020. References to Dow or the Company mean Dow Inc. and its subsidiaries. For more information, please visit www.dow.com or follow @DowNewsroom on Twitter.
  • All Around Plastics