สินค้าและบริการ
นวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้มีการกำหนดกลยุทธ์นวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco Innovation) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเอสซีจี ประกอบด้วย:

การพัฒนาภายในโรงงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ขณะที่ทำให้เกิดผลดีในทางเศรษฐกิจ โดยวัดจากประสิทธิภาพเชิงนิเวศ

การพัฒนาโซ่อุปทาน ได้แก่ การพัฒนาคู่ค้า และคู่ธุรกิจ ทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรภายนอก ได้แก่ การร่วมพัฒนาชุมชน โรงเรียน และวัด ให้มีจิตสำนึก และมีการดำเนินการเพื่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้ชุมชนมีวิสาหกิจที่ยั่งยืนเพื่อนำไปสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในอนาคต

ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำแผนงานต่อไป

นวัตกรรมหอเผาไร้ควัน (Enclosure Ground Flare)
ใช้หลักการเคลื่อนที่ของอากาศที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิแทนการใช้ไอน้ำแรงดันสูง เพื่อดึงอากาศสำหรับการเผาไหม้ ช่วยลดเสียงดังจากไอน้ำ เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่า และไม่มีควัน เพราะเปลวไฟจะเกิดขึ้นภายในห้องเผาไหม้ ทำให้ไม่มีแสงสว่างและความร้อนออกสู่บรรยาศ ถือเป็นการบริหารจัดการระบบหอเผาที่คำนึงถึงผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน
โครงการแลกเปลี่ยนสารไฮโดรคาร์บอนระหว่างโรงงานโอเลฟินส์ ของเอสซีจี เคมิคอลส์
โดยนำสารไฮโดรคาร์บอนที่ต้องเผาทิ้งกลับมาใช้ใหม่ (Flare Gas Recovery) โดยเพิ่มระบบการนำสารไฮโดรคาร์บอนที่ต้องเผาทิ้งขณะหยุดเดินเครื่องจักรหรือช่วงเริ่มเดินเครื่องจักร นำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นวัตถุดิบเชื้อเพลิงแทนการเผาทิ้งที่หอเผา โดยสามารถลดการเผาทิ้งสารไฮโดรคาร์บอนได้ 450 ตันต่อครั้ง คิดเป็นลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2,800 ตันต่อครั้ง
นวัตกรรมสารเคลือบเพื่อการประหยัดพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม เอสซีจี ได้คิดค้นวัตกรรม emisspro® (อีมิสโปร) และ absorpro™ (แอบซอร์บโปร) สารเคลือบเตาเผาและ หม้อต้มไอน้ำอุตสาหกรรมรายแรกในประเทศไทย ช่วยลดการสูญเสียความร้อนในกระบวนการผลิต ทำให้ประหยัดพลังงานได้ร้อยละ 2-6 โดยปัจจุบัน เอสซีจี ให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา การพ่นเคลือบ ตลอดจนบำรุงรักษาอย่างครบวงจร
นวัตกรรมใหม่ของแผ่นอะคริลิก Shinkolite™ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตระบบหล่อแผ่นแบบต่อเนื่อง หรือ Continuous Casting ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตแผ่นอะคริลิกที่ทันสมัยที่สุดในโลก โดยอะคริลิก Shinkolite™ มีทั้งหมด 3 เกรดเพื่อตอบโจทย์ตามลักษณะการใช้งานได้อย่างครอบคลุม คือ :
- DX, เกรดใช้งานทั่วไป
- LX, เกรดกระจายแสง
- PX เกรดสุขภัณฑ์
สำหรับ Shinkolite™ DX นอกจากจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างและโดดเด่นในเรื่องการใช้อุณหภูมิการขึ้นรูปที่ต่ำกว่าแผ่นอะคริลิกทั่วไป ช่วยให้ขึ้นรูปได้ง่าย รวดเร็วและประหยัดพลังงานแล้ว ยังมีความใสสะอาดปราศจากสิ่งเจือปน ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการผลิตระบบปิด พร้อมทั้งมีความหนาที่สม่ำเสมอจากการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนผลิต จึงช่วยให้ทุกงานประกอบอะคริลิกทำได้เรียบร้อย สวยงาม สามารถมั่นใจได้ในคุณภาพความใสสะอาดที่ช่วยลดการสูญเสียในการผลิตชิ้นงานอีกด้วย
นวัตกรรมหุ่นยนต์: ยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
หุ่นยนต์ Ci-Bot (Carburization Inspection Robot)
ใช้ตรวจสอบค่าคาร์บอนที่แทรกซึมเข้าไปในเนื้อวัสดุของท่อ (Coil ภายในเตาเผาของโรงงานโอเลฟินส์) ที่ต้องทำงานภายใต้สภาวะที่มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน ทำให้คาร์บอนแทรกตัวเข้าไปในเนื้อท่อ อันเป็นสาเหตุให้ท่อเกิดเปราะ และนำไปสู่การรั่วหรือแตกหักได้ หุ่นยนต์ Ci-Bot สามารถตรวจวัดสภาพ และประเมินอายุการใช้งานของท่อได้อย่างละเอียด แม่นยำ และรวดเร็ว
โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
ในปี 2557 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้มีการพัฒนาเกณฑ์โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ซึ่งครอบคลุมทั้ง 5 มิติ ตามกรอบเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ได้แก่ กายภาพ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการ โดยเกณฑ์โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศนี้มีทั้งหมด 14 ข้อ โดยพิจารณาถึงการพึ่งพาอาศัยกัน (ECO Symbiosis) และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 บริษัท ระยอง โอเลฟินส์ จำกัด และ บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้นำเกณฑ์ของการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มาประยุกต์ใช้และยกระดับระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม จนสามารถผ่านเกณฑ์ และได้รับการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสองแห่งแรกในประเทศไทย
ในปี 2558 บริษัทที่เหลือใน เอสซีจี เคมิคอลส์ จำนวน 10 บริษัท 12 โรงงาน ได้ดำเนินการตรวจประเมินตามเกณฑ์โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และได้รับการรับรองโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทำให้เอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นต้นแบบโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ได้การรับรองครบทุกโรงงาน 100% แห่งแรกของประเทศไทย
อุตสาหกรรมสีเขียว
จากจุดมุ่งหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องการให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมมีความสอดคล้องกับศักยภาพ และความเป็นไปได้ของระบบนิเวศ รวมทั้งความผาสุกของสังคม ซึ่งโครงการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเชิงรุกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อพัฒนาให้การประกอบกิจการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
สำหรับเกณฑ์อุตสาหกรรมสีเขียวแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่:

ระดับที่ 1

ความมุ่งมั่นสีเขียว คือ ความมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมีการสื่อสารภายในองค์กรให้ทราบโดยทั่วกัน

ระดับที่ 2

ปฏิบัติการสีเขียว คือ การดำเนินกิจกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จตามความมุ่งมั่นที่ตั้งไว้

ระดับที่ 3

ระบบสีเขียว คือ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการติดตามประเมินผลและทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่ยอมรับ และการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ

ระดับที่ 4

วัฒนธรรมสีเขียว คือ การที่ทุกคนในองค์กรให้ความร่วมมือร่วมใจดำเนินงานอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกด้านของการประกอบกิจการ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร

ระดับที่ 5

เครือข่ายสีเขียว คือ การแสดงถึงการขยายเครือข่ายตลอดห่วงโซ่อุปทานสีเขียว โดยสนับสนุนให้คู่ค้าและพันธมิตรเข้าสู่กระบวนการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวด้วย

บริษัท มาบตาพุด โอเลฟินส์ จำกัด ในธุรกิจ เอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นโรงงานปิโตรเคมีแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 5
โครงการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน
1
1

ด้านการใช้วัตถุดิบ
เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และการพี่งพาอาศัยกันระหว่างโรงงาน (Industrial Eco Symbiosis) ทำให้ตั้งแต่ปี 2550 สามารถลดการใช้วัตถุดิบ หรือนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ได้ คิดเป็น 80,000 ตันต่อปี โครงการต่าง ๆ ที่ดำเนินการ ได้แก่ :

โครงการแลกเปลี่ยนสารไฮโดรคาร์บอนระหว่างโรงงานโอเลฟินส์ของเอสซีจี เคมิคอลส์

โครงการนำก๊าซเหลือทิ้ง (Vent gas) ของบริษัท ไทย โพลิเอททิลีน จำกัด กลับเข้ากระบวนการผลิตเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบใหม่

โครงการนำสารไฮโดรคาร์บอนที่ต้องเผาทิ้งของลูกค้า (Off-gas) มาเพิ่มมูลค่าโดยการนำกลับมากลั่นแยกเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบใหม่

โครงการนำ PTA residue กลับมาใช้ใหม่ เพื่อใช้ทดแทนวัตถุดิบบางส่วนในกระบวนการผลิต

โครงการออกแบบแม่พิมพ์ เพื่อลดของเสียจากก้านข้อต่อ

โครงการนำสารเมทิลเมทาครีเลตจากกระบวนการล้างกลับมาใช้ใหม่

2
2

ด้านพลังงานและก๊าซเรือนกระจก
เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การนำพลังงานความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ การใช้ประโยชน์จากก๊าซชีวภาพ และการพี่งพาอาศัยกันระหว่างโรงงาน (Industrial Eco Symbiosis) ทำให้ตั้งแต่ปี 2550 สามารถลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 3,100,000 กิกะจูลต่อปี หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 255,000 ตันต่อปี และนอกจากนี้ยังมีโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar Roof Project) กำลังการผลิตไฟฟ้า 743 kWh/วัน (1,014,000 kWhต่อปี) ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้าได้ 590 ตันต่อปี โครงการต่าง ๆ ที่ดำเนินการ ได้แก่ :

โครงการเคลือบผนังเตาเพื่อลดการสูญเสียความร้อน (emisspro®)

โครงการนำความร้อนเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมาใช้ทำความเย็นในส่วนสำนักงาน (Absorption Chiller)

โครงการนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาผลิตไอน้ำ (ENCOP)

โครงการนำก๊าซชีวภาพที่เกิดจากระบบบำบัดน้ำเสียกลับมาใช้เป็นพลังงานทดแทนในโรงงาน

โครงการแลกเปลี่ยนพลังงานเหลือทิ้งโดย Flare gas recovery

โครงการติดตั้ง Economizer เพื่อนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาให้ความร้อนน้ำที่ต้องส่งเข้าหม้อไอน้ำ

3
3

การจัดการน้ำและน้ำเสีย
นำหลักการ 3 Rs มาประยุกต์ใช้ เช่น การลดการสูญเสียน้ำในการผลิต การนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ และการพี่งพาอาศัยกันระหว่างโรงงาน (Industrial Eco Symbiosis) สามารถลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำภายนอกลงได้มากกว่า 2,700,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี โครงการต่าง ๆ ที่ดำเนินการ ได้แก่ :

โครงการติดตั้งระบบ RO สำหรับรีไซเคิลน้ำหล่อเย็น

โครงการสกัดเกลือรวมเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบโรงงานกระดาษ (Mixed Salt Recovery Project) (อยู่ระหว่างดำเนินโครงการ)

4
4

การจัดการคุณภาพอากาศ
การลดมลพิษที่ระบายสู่บรรยากาศ โดยดำเนินการตั้งแต่การออกแบบ การควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจติดตาม และการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน โครงการต่าง ๆ ที่ดำเนินการ ได้แก่ :

โครงการติดตั้ง Aluminum Dome Roof

โครงการติดตั้งระบบ Vapor Recovery Unit

โครงการติดตั้งหัวเผาแบบ Ultra Low NOx

โครงการติดตั้งระบบ De NOx เพื่อลดการเกิด NOx จากการเผาไหม้

5
5

การจัดการกากของเสีย
นำหลักการ 3 Rs มาประยุกต์ใช้เพื่อลดปริมาณของเสีย และนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิต และการพี่งพาอาศัยกันในระหว่างโรงงาน (Industrial Eco Symbiosis) โครงการต่าง ๆ ที่ดำเนินการ ได้แก่ :

โครงการศึกษาวิจัยการนำกากตะกอนจุลินทรีย์จากระบบบำบัดน้ำเสียมาทำปุ๋ย

โครงการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้อากาศ (Anaerobic WWT) เพื่อลดปริมาณกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย

โครงการนำของเสียประเภทฉนวนไปรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นอิฐทนไฟ

6
6

การจัดการสารเคมีและวัตถุอันตราย
การจัดการสารเคมีที่อยู่ในโรงงาน โดยพิจารณาความเข้ากันได้ของสารเคมี การป้องกันสารเคมีหกรั่วไหล การเตรียมการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน รวมถึงการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายน้อยลงมาทดแทนสารเคมีเดิม ได้แก่:

โครงการเปลี่ยนสารปรับแต่งสีเม็ดพลาสติก PET จากสารโคบอลต์อะซิเตต ให้เป็น Red/Blue toner

โครงการยกเลิกการใช้สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในระบบบำบัดน้ำเสีย

7
7

ด้านโซ่อุปทานสีเขียว
การส่งเสริมให้คู่ค้าหรือคู่ธุรกิจมีการผลิต หรือใช้สินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การจัดซื้อการจัดจ้างสินค้าและบริการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด รวมถึงการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยในปี 2557 เอสซีจี เคมิคอลส์มีการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 1.05 พันล้านบาท รวมถึงได้มีการรับรองผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ฉลากลดคาร์บอน (Carbon Reduction Label), ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product) และฉลาก SCG eco value

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

T.U.X™ Film ฟิล์มคุณภาพสูง เพื่อบรรจุภัณฑ์อาหาร

ฟิล์มสำหรับชั้นปิดผนึกคุณภาพสูง (Sealant Layer) ที่พัฒนาสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร ด้วยความร่วมมือระหว่างเอสซีจี เคมิคอลส์และ Mitsui Chemicals Tohcello บริษัทบรรจุภัณฑ์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีคุณสมบัติบางใส เหนียว ทนทานต่อการเจาะทะลุ มั่นใจได้ว่าสินค้าภายในบรรจุภัณฑ์มีความสะอาด ปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อน นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติพิเศษของ T.U.X™ ทำให้สามารถลดความหนาของฟิล์มลง ส่งผลให้ลดปริมาณการใช้พลาสติก และช่วยลดต้นทุนในการผลิต

เก้าอี้อีโคพลาสติก

ผลิตจาก Eco Material มีส่วนผสมของวัสดุจากธรรมชาติ 30% และพลาสติกพอลิโพรพิลีน (PP) ช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติก อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม

ถังบรรจุน้ำดื่ม PET ขนาด 5 แกลลอน

ผลิตจากพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) สะอาด ปลอดภัย ปราศจากจากสาร Bisphenol A (BPA Free) ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีน้ำหนักเบา โปร่งใสและทนทาน ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA)