ภาพรวม ESG
เอสซีจี เคมิคอลส์ กับแนวคิด ESG เพื่อสังคมที่ดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และธุรกิจที่เติบโต

เอสซีจี เคมิคอลส์ กับแนวคิด ESG เพื่อสังคมที่ดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และธุรกิจที่เติบโต

เอสซีจี เคมิคอลส์ มุ่งสู่การเป็น “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” หรือ “Chemicals Business for Sustainability” ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และได้ประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก และสร้างการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน

ESG สัมพันธ์กับการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนอย่างไร?

ESG สัมพันธ์กับการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนอย่างไร?

ESG ช่วยสะท้อนว่าธุรกิจมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีและบริหารงานอย่างโปร่งใส จัดการความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย มีศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว

ESG ประกอบไปด้วย 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่

  • มิติสิ่งแวดล้อม (Environmental = E) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการพลังงาน น้ำ ขยะ ของเสีย มลพิษ และก๊าซเรือนกระจก
  • มิติสังคม (Social = S) ประกอบด้วยการปฏิบัติต่อพนักงาน ความรับผิดชอบต่อลูกค้า และการพัฒนาสังคมและชุมชน
  • มิติบรรษัทภิบาล (Governance = G) ซึ่งให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยงบนความยั่งยืน การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

E Environment การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

ความตระหนักต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม คือนโยบายที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ดำเนินการมาโดยตลอดผ่านหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดย

  1. ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าสูงสุด ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและการเกิดของเสีย ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทั้งกระบวนการผลิต และตลอดห่วงโซ่คุณค่า
  2. ยกระดับการดำเนินธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้ครอบคลุมทั้งเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการ
    1. พัฒนานวัตกรรมพลาสติก ตั้งแต่การออกแบบเม็ดพลาสติกและเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติก (Reduce) การออกแบบพลาสติกและโซลูชันที่ช่วยให้รีไซเคิลได้ง่าย โดยยังคงคุณสมบัติตั้งต้นไว้อย่างครบถ้วน (Recyclable) การนำพลาสติกใช้แล้วหมุนเวียนกลับมาผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับธุรกิจปิโตรเคมี (Recycle) ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ (Renewable)
    2. พัฒนาสินค้าให้ได้รับการรับรอง SCG Green Choice ซึ่งเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เห็นความสำคัญของสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานสินค้า

S Social การจัดการด้านสังคม

เอสซีจี เคมิคอลส์ ให้ความสำคัญต่อดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ อย่างเป็นธรรม

  1. พนักงาน และคู่ธุรกิจ : ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย เริ่มต้นจากภายในองค์กรที่มุ่งสู่ Zero Accident และสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน
  2. เน้นการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมและชุมชนที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ เพื่อนำไปสู่การจัดการปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและคุณภาพชีวิตของชุมชน ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
  3. ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและคู่ค้า รวมถึงทำให้ผู้บริโภค ให้มีความสบายใจที่จะใช้สินค้าและบริการ โดยพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการในกลุ่ม Medical & Healthcare สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA)

G Governance การจัดการด้านบรรษัทภิบาล

การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบโปร่งใส ไว้ใจได้ และเป็นธรรม มีการกำกับดูแลกิจการอย่างดี มีจริยธรรม ภายใต้กรอบของจรรยาบรรณและตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ที่สมดุลและยั่งยืน ทั้งหมดสอดประสานเพื่อสร้างธุรกิจที่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและเป็นสุขสำหรับทุกคน

ESG เป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญของการไปสู่ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน ที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ดำเนินงานตามแนวทาง ESG โดยมีเป้าหมาย และแผนการขับเคลื่อนที่ชัดเจน พร้อมกับ Passion ที่จะทำให้โลกนี้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสังคม และเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน

เป้าหมายตามแนวทาง ESG ของเอสซีจี เคมิคอลส์

เป้าหมายตามแนวทาง ESG ของเอสซีจี เคมิคอลส์

ESG Performance

ESG Performance

โครงสร้างการบริหารจัดการและคณะทำงาน

โครงสร้างการบริหารจัดการและคณะทำงาน โครงสร้างการบริหารจัดการและคณะทำงาน

SCG Green Choice

เอสซีจี เคมิคอลส์ มุ่งมั่นวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการและโซลูชัน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจในสถานการณ์ที่ตลาดมีการแข่งขันสูง โดยขอการรับรองฉลาก “SCG Green Choice” ฉลากที่แสดงถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยส่งเสริมเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยที่ดี

เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้นำเกณฑ์การพิจารณาฉลาก SCG Green Choice มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการผลิต และออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกำหนดเป้าหมาย รายได้จากการขายสินค้า บริการและโซลูชันที่ได้รับฉลาก SCG Green Choice เป็น 2 ใน 3 ของรายได้จากการขายรวม ภายในปี 2030

การดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

พลาสติกถูกพัฒนามาเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่การใช้โดยขาดการควบคุมดูแล ส่งผลให้พลาสติกใช้แล้วบางส่วนหลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อมและไหลลงสู่ทะเล จนกลายเป็นปัญหาที่ทั้งโลกกำลังให้ความสำคัญ หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่คุณค่า

เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงได้ประยุกต์หลัก Circular Economy มาใช้ในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มการรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ ลดภาวะโลกร้อน พร้อมตอบสนองความต้องการลูกค้าและผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

โดยมีกลยุทธ์การดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ดังนี้

  1. สร้างความตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ (Awareness) เพื่อเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิดและพฤติกรรม ในการรักษาและคงคุณค่าของพลาสติก
  2. สร้างสรรค์และพัฒนาโซลูชันสำหรับ Circular Economy (Business) ผ่าน SCG Green Polymer ใน 4 ด้าน คือ การลดการใช้ทรัพยากร (Reduce) การออกแบบเพื่อให้รีไซเคิลได้ (Recyclable) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน (Renewable)
  3. สร้างความร่วมมือสู่เครือข่าย Circular Economy (Collaboration) ยกระดับความแข็งแรงของเครือข่าย และแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
มิติสิ่งแวดล้อม

มิติด้านสิ่งสิ่งแวดล้อม

เอสซีจี เคมิคอลส์ มีการบริหารจัดการทุกส่วนตั้งแต่ต้นทางในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน ไปสู่ปลายทางที่การปลดปล่อยของเสีย ขยะ มลพิษ และก๊าซเรือนกระจก บริษัทฯ มีความรับผิดชอบเพื่อสร้างสรรค์กระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด

การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

เอสซีจี เคมิคอลส์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อมโดยยึดถือกฎหมายเป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการดำเนินงาน และนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบโรงงาน การควบคุมกระบวนการ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเศรษฐนิเวศ (Eco-Efficiency) ของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายผลความสำเร็จให้กับอุตสาหกรรมอื่นเพื่อเป็นต้นแบบที่ดีในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน 

เอสซีจี เคมิคอลส์ มีการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วัดผลได้ในการดูแลสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ได้แก่

  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593  
  2. การลดการดึงน้ำจากภายนอก (Water withdrawal) ลงร้อยละ 5 จากการดำเนินการผลิตปกติ (Business as Usual) โดยมีปีฐานเป็นปี 2557 ภายในปี 2568
  3. การลดการนำของเสียไปกำจัดโดยไม่เกิดประโยชน์ ลงร้อยละ 75 จากปีฐาน 2557 ภายในปี 2568  

นอกจากนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดมลพิษและของเสียจากทุกกิจกรรมของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดและควบคุมการปล่อยสารอินทรีย์ระเหย (VOCs) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ภาครัฐและประชาชนให้ความสนใจในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการพลังงาน
เอสซีจี เคมิคอลส์ มีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change) เพื่อจำกัดการเพิ่มอุณหภูมิของโลกให้น้อยกว่า 2 องศาเซลเซียส บริษัทฯ ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง และพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของบริษัทฯ อาทิ การคิดค้นสารเคลือบผนังเตาปฏิกิริยาเพื่อลดการสูญเสียความร้อน ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานที่เตาปฏิกิริยาได้อย่างน้อยร้อยละ 2 ส่งผลถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง 69,439 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และขยายผลไปยังอุตสาหกรรมอื่นที่มีเตาปฏิกิริยามากกว่า 192 เตาทั่วภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแนวคิดในการใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยการติดตั้งโซลาร์ฟาร์มบริเวณบ่อน้ำและหลังคาสำนักงานของบริษัทฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากจำนวน 20 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568

จากผลการดำเนินการที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2563 บริษัทฯ สามารถลดการใช้พลังงานลงได้ร้อยละ 9.1 หรือคิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง 577,715 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากการดำเนินการปกติ (Business as Usual) ของปีฐาน 2550

การบริหารจัดการน้ำ
น้ำเป็นทรัพยากรที่สำคัญในกระบวนการผลิตของเอสซีจี เคมิคอลส์ โดยส่วนใหญ่จะมีการใช้น้ำในระบบหล่อเย็นและการผลิตไอน้ำ บริษัทฯ นำหลัก 3R (Reduce, Reuse/Recycle, Replenish) และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อลดการดึงน้ำจากภายนอก (Water withdrawal) เช่น การลดน้ำปล่อยทิ้งจากระบบหล่อเย็น (Cooling blowdown) ด้วยการเปลี่ยนการใช้สารเคมีในระบบ การนำน้ำปล่อยทิ้งจากระบบหล่อเย็นกลับมารีไซเคิลด้วยระบบรีเวอรส์ออสโมซิส การปรับปรุงระบบกรองทราย ทำให้บริษัทฯ สามารถลดการดึงน้ำจากภายนอกได้ร้อยละ 8 จากการดำเนินการปกติ (Business as Usual) ของปีฐาน 2557 หรือคิดเป็นปริมาณการดึงน้ำจากภายนอก 2.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

นอกจากนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ บริหารจัดการความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำใช้ในอุตสาหกรรม โดยเข้าร่วมใน War room ของสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน เพื่อผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการลุ่มน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับทุกภาคส่วน โดยในปี 2563 ซึ่งเกิดปรากฏการณ์น้ำแล้งทั่วทั้งภูมิภาคเนื่องจากปรากฏการณ์ลานีญ่าที่ทวีความรุนแรงขึ้น บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมในการลดการดึงน้ำจากภายนอกได้มากกว่าเป้าหมายที่กำหนด โดยการเพิ่มปริมาณการใช้น้ำสำรองจากบ่อกักเก็บของโรงงาน และปรับลดการปล่อยทิ้งน้ำหล่อเย็น รวมถึงการศึกษาเทคโนโลยีในการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต

เอสซีจี เคมิคอลส์ ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานตามประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560 และค่ามาตรฐานตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) โดยการตรวจวิเคราะห์ด้วยห้องปฏิบัติการของบริษัทฯ ซึ่งได้รับการรับรอง ISO17025 ทุกวัน และการตรวจวิเคราะห์โดยหน่วยงานภายนอกที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม เดือนละ 1 ครั้ง ตลอดจนติดตั้งระบบตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งแบบต่อเนื่อง (Chemical Oxygen Demand หรือ COD online) ซึ่งมีการเชื่อมสัญญานไปยังศูนย์รับข้อมูลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และแสดงผลแบบต่อเนื่อง (Real time)

การบริหารจัดการของเสีย
กิจกรรมการผลิตและบริโภคสินค้าในชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดของเสียในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ใช้งาน จนถึงสิ้นสุดชีวิตผลิตภัณฑ์ เอสซีจี เคมิคอลส์ ในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกชั้นนำ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดการของเสียในทุกขั้นตอน เพื่อลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปกำจัด ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอื่น ๆตามมา เช่น การเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือมลสารจากการเผาทำลายของเสีย หรือการสิ้นเปลืองพื้นที่ในการฝังกลบของเสีย ตลอดจนการรั่วไหลของของเสียสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

การนำเอาหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการเกิดของเสียได้ทั้งในกระบวนการผลิตไปจนถึงการนำผลิตภัณฑ์ไปขึ้นรูปและการใช้งานของผู้บริโภค โดยร่วมมือกับลูกค้าเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เอสซีจี เคมิคอลส์ ยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายในการบริหารจัดการของเสียโดยควบคุมตั้งแต่การคัดเลือกผู้ให้บริการจัดการของเสียที่ได้มาตรฐาน ถูกต้องตามหลักวิชาการ การฝึกอบรมพนักงานและคู่ธุรกิจ การจัดเก็บของเสีย การส่งกำจัด และการรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานราชการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ของเสียที่เกิดขึ้นจะถูกจัดการโดยไม่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายไม่นำของเสียไปฝังกลบ “Zero waste to landfill” ตั้งแต่ปี 2550 และกำหนดเป้าหมายลดการนำของเสียไปกำจัด (Dispose) ลงร้อยละ 75 จากปีฐาน 2557 โดยการนำของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตและการซ่อมบำรุงของโรงงานไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ อาทิ การนำกากตะกอนจากระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบและกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียไปใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตปูนซีเมนต์ หรือทำสารปรับปรุงดิน การนำของเสียที่มีค่าความร้อนไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำของเสีย   Slurry Sludge จากกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกให้เป็น Titaniam Slurry เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตปูนซีเมนต์หรือโรงงานเซรามิก ปัจจุบัน บริษัทฯ สามารถลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปกำจัดได้มากถึง 98%  

มิติสังคม
มิติสังคม

การดูแลและเกื้อกูลสังคม

การจัดการด้านความปลอดภัย
เอสซีจี เคมิคอลส์ มีนโยบายในการดำเนินธุรกิจเรื่องการถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม โดยการดำเนินธุรกิจในเรื่องต่าง ๆ จะคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด และคำนึงถึงการทำงานบนพื้นฐานของความปลอดภัยสูงสุด โดยเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้นำเอาระบบความปลอดภัยในกระบวนการผลิต Process Safety Management หรือ PSM ซึ่งถือเป็นระบบชั้นนำระดับโลก มาปรับใช้ในการบริหารจัดการความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น โดยเริ่มใช้กับบริษัทภายในประเทศตั้งแต่ปี 2555 และได้ขยายผลไปยังธุรกิจในต่างประเทศในปี 2562 เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย “Zero Accident” หรือ อุบัติเหตุเป็นศูนย์ ซึ่งทำให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน โรงงานไม่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติ และชุมชนโดยรอบสามารถมั่นใจในระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของโรงงานได้

โดยระบบความปลอดภัยในกระบวนการผลิต (PSM) นั้น จะเริ่มตั้งแต่การบ่งชี้ความเสี่ยงในกระบวนการผลิต และการบริหารจัดการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงนั้น ๆ ลง ด้วยกระบวนการต่าง ๆ ได้แก่ การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) การจัดการกระบวนการผลิตให้ปลอดภัย (Safe Operation Management) การจัดการเครื่องจักรและอุปกรณ์ (Process Facility Management) การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Manaement) การบริหารจัดการบุคลากร (People Risk Management) และการควบคุมภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management)  

นอกจากนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังได้กำหนดแนวทางบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในพื้นที่การปฏิบัติงาน (Workplace Safety) ด้วยการกำหนด แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย หรือ 9 Corporate Safety Principles และมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับธุรกิจ (Corporate Safety Standard) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย เป็นมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งยังส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร และการช่วยกันดูแลความปลอดภัยซึ่งกันและกันผ่านกิจกรรมการสังเกตุการณ์ด้านความปลอดภัย หรือ Safety Observation (SOT) ที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยดูแลกันให้เกิดความปลอดภัย โดยครอบคลุมทั้งพนักงานและคู่ธุรกิจ จากการดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุ (Total Recordable Injury) มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และไม่มีอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานได้ในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน (กรกฎาคม 2564)

สำหรับการบริหารการจัดการความปลอดภัยภายนอกบริษัทนั้น เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้กำหนดให้มีการบริหารจัดการความปลอดภัยสำหรับรถขนส่งวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท (Goods Transportation Safety Standard) และยานพาหนะที่ใช้ในกิจการของบริษัท (Motor Vehicle Safety Standard) เพื่อให้มั่นใจว่าการขนส่งวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท และการใช้ยานพาหนะเพื่อกิจการของบริษัทฯ จะไม่ส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดความสูญเสียต่อบุคคลภายนอก โดยได้มีการติดตั้งกล้อง 2 ทางและระบบระบุตำแหน่ง (GPS) กับทั้งรถขนส่งวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ และการใช้ยานพาหนะ โดยสัญญาณ GPS จะส่งข้อมูลเข้าไปยังศูนย์ควบคุมกลาง (Logisic Command Center) ซึ่งจะช่วยแจ้งเตือนพนักงานขับรถ ผู้ดูแลรถขนส่ง และยานพาหนะเพื่อกิจการของบริษัทฯ โดยอัตโนมัติเมื่อมีพฤติกรรมเสี่ยงเกิดขึ้น เช่น การจอดรถไหล่ทาง การใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ การใช้ความเร็วเกินกว่ากำหนด และการขับรถต่อเนื่องมากกว่า 4 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้น

การจัดการด้านสุขภาพ
ความเสี่ยงด้านสุขภาพ อาจเกิดจากการสัมผัสสารเคมีอันตรายในกระบวนการผลิต และอาจสร้างผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานโดยตรง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ปฏิบัติงานเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ใช้ระบบการบริหารจัดการด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม หรือที่เรียกว่า Industrial Hygiene Management System หรือ IHMS โดยเริ่มต้นจากการจัดกลุ่มพนักงานที่มีการสัมผัสคล้ายกัน (Similar Exposure Group: SEG) ตามระดับการสัมผัส (Exposure Rating) ของพนักงานในแต่ละปัจจัยเสี่ยงจากการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพรายบุคคล (Individual Health Risk Assessment: HRA) เพื่อจัดลำดับความสำคัญของระดับความเสี่ยง (Risk Level) อันเป็นประโยชน์ในการกำหนดมาตรการควบคุมเพื่อลดระดับความเสี่ยง หรือควบคุมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ทั้งนี้ ระดับความเสี่ยงที่ได้จาก HRA ยังนำมาใช้เป็นแนวทางในการพิจารณามาตรการควบคุมการได้รับสัมผัสปัจจัยเสี่ยงจากการทำงานโดยการเฝ้าระวังทางการแพทย์ (Medical Surveillance) อาทิ การตรวจสุขภาพประจำปี และการติดตามตรวจวัดการรับสัมผัสทางชีวภาพ (Biological Monitoring) อันจะนำมาซึ่งการควบคุมป้องกันมิให้พนักงานเกิดโรคจากการทำงาน และเฝ้าระวังสุขภาพได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพ (Health Care System) เพื่อใช้วิเคราะห์และเก็บข้อมูลผลการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและผลการตรวจร่างกาย เอสซีจี เคมิคอลส์ เชื่อมั่นว่าระบบและสิ่งที่ดำเนินการไปนั้น จะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพให้กับพนักงาน และคู่ธุรกิจลงได้อย่างยั่งยืน

การบริหารทรัพยากรบุคคล
เอสซีจี เคมิคอลส์ เชื่ออย่างยิ่งว่าคุณภาพของทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงาน รวมถึงผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ จึงนำแนวคิด ระบบ และเครื่องมือในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ทันสมัยในระดับสากลมาพัฒนาและปรับใช้ ตลอดจนมีการทบทวนผลกระทบจากสภาวะต่าง ๆ จากภายนอกอยู่เสมอ

บริษัทฯ เปิดโอกาส ส่งเสริมและดึงดูดให้บุคลากรที่มีความหลากหลายและแตกต่าง ทั้งในด้านความสามารถ ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ คุณลักษณะที่จำเป็นในงาน เข้าสู่กระบวนการการคัดเลือกและสรรหาทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นธรรม โดยยึดหลักสมรรถนะ (Competency Based) เป็นหลักในการคัดเลือก ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก บริษัทฯ จะพิจารณาให้ค่าตอบแทน ผลประโยชน์ และสวัสดิการที่เทียบเท่ากับองค์กรชั้นนำ เมื่อเข้าเป็นพนักงานใหม่จะได้รับการฝึกอบรมให้ความรู้ในด้านต่าง ๆ ของธุรกิจ รวมถึงการอบรมและฝึกปฏิบัติในด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐาน

พนักงานทุกระดับจะได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความรู้และทักษะในงานปัจจุบันและเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในงานใหม่ที่จะรับมอบหมายในอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาด้านการบริหารจัดการและภาวะผู้นำ โดยได้เชื่อมโยงหน้าที่งานกับสมรรถนะ (Competency) ที่จะช่วยให้ทำงานได้บรรลุตามเป้าหมาย ไปสู่แนวทางการพัฒนาพนักงานครบทุกมิติผ่านหลักสูตรต่าง ๆ โดยได้นำระบบการเรียนรู้ดิจิทัลมาบริหารจัดการหลักสูตร พร้อมทั้งปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ

ในการพัฒนาทักษะทางเทคนิค เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม Operation Excellence Training Center (OETC) ที่จังหวัดระยอง ที่มีเครื่องมือประกอบการเรียนรู้ที่ทันสมัย เพื่อให้พนักงานได้ฝึกปฏิบัติจริงเพื่อสร้างความรู้ความชำนาญในการปฏิบัติงานโรงงานปิโตรเคมี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ทุนการศึกษาแก่พนักงานที่มีศักยภาพไปศึกษาเพิ่มเติมในมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ ทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอก โดยประกอบด้วยทุนด้านการบริหารธุรกิจ Master of Business Administration (MBA) และทุนด้าน Technical

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พนักงานมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา บริษัทฯ ได้เชื่อมโยงความก้าวหน้าในวิชาชีพของพนักงานเข้ากับสมรรถนะหรือระดับความรู้ความสามารถ (Competency) โดยมีการวัดและประเมินผลความรู้ความสามารถตามตำแหน่งหน้าที่ (Functional Competency) และทักษะการเป็นผู้นำ (Leadership Competency) เป็นประจำทุกปี

ในด้านการดูแลสวัสดิการและความเป็นอยู่ของพนักงาน บริษัทฯ มีนโยบายปรับปรุงสวัสดิการให้มีความยืดหยุ่น (Flexible Benefit) สอดคล้องกับความหลากหลายของกลุ่มพนักงาน รวมถึงความจำเป็นของพนักงานและครอบครัวที่แตกต่างกัน โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก

ทั้งนี้ บริษัทฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นของพนักงานที่มีต่อองค์กรในด้านต่างๆ (Employee Engagement Survey) เป็นประจำทุกปี โดยใช้แนวคิด วิธีการและเครื่องมือที่สอดคล้องกับบริษัทชั้นนำระดับโลก มาวิเคราะห์ความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร และนำผลมาพิจารณาปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อพัฒนาองค์กรให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล

การเคารพสิทธิมนุษยชน
เอสซีจี เคมิคอลส์ มีอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณธุรกิจ ในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนและปฏิบัติตามข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UNGC) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (The International Labor Organization (ILO) Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work)

คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ตระหนักถึงความสำคัญและเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในทุกด้านของบุคคลทุกคน ตลอดจนสังคมและชุมชน โดยปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมปราศจากการเลือกปฏิบัติ หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสนับสนุนส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

รวมทั้งกำหนดแนวทางและสื่อสารแก่ผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Business Value Chain) ประกอบด้วยผู้ส่งมอบสินค้าและบริการ (Supplier) ผู้รับเหมา (Contractor) ตลอดจนผู้ร่วมธุรกิจ (Joint Ventures) เพื่อให้มีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม เคารพต่อสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชน

เอสซีจี เคมิคอลส์ มุ่งพัฒนาและดำเนินกระบวนการจัดการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะระบุประเด็นความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน กำหนดกลุ่มหรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบ วางแผนและกำหนดแนวทางการแก้ไขและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน จัดการแก้ไขและป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตลอดจนตรวจสอบติดตามผล โดยจัดให้มีกระบวนการบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสมในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
“ตั้งมั่นในความเป็นธรรม” เป็นหนึ่งในอุดมการณ์หลักของการดำเนินธุรกิจ โดยพนักงานและพนักงานคู่ธุรกิจจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมขณะทำงานร่วมกับบริษัทฯ

เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ยึดถือกฎหมายคุ้มครองแรงงานและมาตรฐานแรงงานสากลเป็นหลักปฎิบัติพื้นฐานในการกำกับดูแลพนักงานในทุกประเทศที่บริษัทฯ ไปประกอบกิจการอย่างเคร่งครัด ทั้งที่เกี่ยวกับสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน เช่น ค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน วันหยุด สถานที่ทำงานที่มีความปลอดภัย เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดูแลพนักงานอย่างเท่าเทียม โดยไม่แบ่งแยกความแตกต่างในทางกาย เชื้อชาติ  เพศ ศาสนา เป็นต้น

ในด้านการบริหารค่าจ้างและผลตอบแทน บริษัท ฯ ยึดหลักความเป็นธรรมทั้งภายในและภายนอก ในการบริหารค่าจ้างและผลตอบแทนของพนักงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว จึงกำหนดนโยบายที่พิจารณาค่าตอบแทนจากหน้าที่ความรับผิดชอบและความสามารถของพนักงานเป็นรายบุคคล โดยเปรียบเทียบกับบริษัทชั้นนำ และเข้าร่วมโครงการสำรวจค่าจ้างและผลตอบแทนพนักงานกับกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปี

การปฏิบัติต่อคู่ธุรกิจ
เอสซีจี เคมิคอลส์ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคู่ธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและความเสมอภาค โดยผนวกประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้ากับกระบวนการบริหารคู่ธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกและตรวจประเมินคู่ธุรกิจ การควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการคู่ธุรกิจระหว่างการใช้งาน การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ และการรายงานต่อผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงอันเกิดจากการดำเนินงานของคู่ธุรกิจ และส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ จัดทำจรรยาบรรณคู่ธุรกิจเอสซีจี (Supplier Code of Conduct) และสื่อสารให้คู่ธุรกิจรับทราบถึงข้อกำหนด ข้อบังคับ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ ซึ่ง 100% ของคู่ธุรกิจในทะเบียนเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ลงนามรับทราบข้อปฏิบัติดังกล่าว  

การดำเนินการสรรหาและคัดเลือกคู่ค้า มีการประเมินศักยภาพคู่ธุรกิจ ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ในขณะที่คู่ธุรกิจในทะเบียนมีการทบทวนศักยภาพประจำปี ผ่านผลการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขัน

นอกจากนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ มีการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคู่ธุรกิจผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โปรแกรมพัฒนาคู่ธุรกิจทางด้านความปลอดภัย (Contractor Safety Mangement) โครงการส่งเสริมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมของคู่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน อันจะนำไปสู่การเติบโตในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

การปฏิบัติต่อรัฐกิจ ราชการ
เอสซีจี เคมิคอลส์ มุ่งมั่นสร้างความร่วมมือ สนับสนุน และเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานราชการ ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเพื่อช่วยยกระดับความเจริญก้าวหน้าของอุตสาหกรรมประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงนำหลักการ 3C (Compliance, Collaboration and Care) เข้ามาใช้ในการดำเนินกิจกรรม ดังนี้

  • Compliance เอสซีจี เคมิคอลส์ มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎหมาย มีผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบ (Audit) ติดตามตรวจสอบความสอดคล้องกฎหมาย (Follow up)  และจัดเก็บใบอนุญาตใน Electronic (e-Compliance) เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ รวมถึงยังได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการปฏิบัติตามกฎหมายในด้านต่าง ๆ อาทิ การรับข้อเสนอแนะ การเข้าตรวจ และการส่งข้อมูลต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
  • Collaboration บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อยกมาตรฐานและการอยู่ร่วมกันของสังคมให้ดีขึ้น โดยบริษัทฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของภาครัฐโดยตลอด เช่น งานพระราชพิธี งานประเพณีนิยม หรือวันสำคัญต่าง ๆ เป็นต้น
  • Care บริษัทฯ ร่วมสนับสนุนและเอาใจใส่กิจกรรมภาครัฐที่มีต่อสังคมในรูปแบบต่าง ๆ โดยบริจาคเป็นสิ่งของ แรงงาน ความสามารถ หรือในรูปแบบของตัวเงิน ทั้งนี้เพื่อให้กิจกรรมภาครัฐได้บรรลุวัตถุประสงค์และประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี อาทิ การสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 การบริจาคเตียงกระดาษ การบริจาคเครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกันโควิด 19 เพื่อกระจายสู่โรงพยาบาลสนามต่าง ๆ

การพัฒนาด้านสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน
ด้านการศึกษา  เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้สนับสนุนด้านการศึกษาให้กับชุมชนดังต่อไปนี้

  • ทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานของคนในชุมชน โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 และสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นทุนให้เปล่าเพื่อให้ชุมชนไปจัดสรรกันเองในชุมชน เป็นจำนวนเงินรวม 2,500,000 บาทต่อปี
  • ทุนการศึกษา V-ChEPC และ SCG Model School เพื่อให้ทุนการศึกษาพร้อมกับจัดทำ โปรแกรมพัฒนาศักยภาพผู้ได้รับทุนให้พร้อมกับการเข้าเป็นพนักงาน สามารถเข้าทำงานกับบริษัทฯ ในนิคมอุตสาหกรรมได้ทันทีเมื่อเรียนจบ เป็นจำนวนเงินรวม 3,000,000 บาทต่อปี
  • ทุนการศึกษาร่วมกับสมาคมเพื่อนชุมชน ให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์จนจบปริญญาตรี เป็นจำนวนเงินรวม 4,340,000 บาทต่อปี
  • ทุนนักเรียนพยาบาล ร่วมกับสมาคมเพื่อนชุมชน เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในท้องถิ่น  เป็นจำนวนเงินรวม 2,160,000 บาทต่อปี

ด้านความปลอดภัย เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ส่งต่อวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรที่เรียกว่า The Lifesaver หรือผู้พิทักษ์ชีวิต เพื่อให้พนักงานทุกคนช่วยดูแลซี่งกันและกันให้ทำงานด้วยความปลอดภัยเสมือนเป็นผู้พิทักษ์ชีวิต

จากนั้นขยายผลต่อไปยังชุมชน ที่ ณ เวลานั้นมีปัญหาความปลอดภัยด้านการใช้รถใช้ถนน ซึ่งจังหวัดระยองมีสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงในระดับต้น ๆ ของประเทศ เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงได้ร่วมมือกับราชการและคนในชุมชนเพื่อรณรงค์ให้ทุกคนใส่ใจเรื่องความปลอดภัย มีวินัย และเคารพกฎจราจร เช่น ต้องสวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับรถ เป็นต้น ส่งผลให้หลายคนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งขยายผลไปยังเด็กนักเรียนในโครงการ The Lifesaver in School อีกด้วย ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการปีละ 1,250 คน รวมทั้ง The Lifesaver in Community มีชุมชนเข้าร่วมโครงการ 16 ชุมชน 8 อำเภอ พร้อมร่วมกับ 16 สถานีตำรวจ นำร่องในเขตจังหวัดระยอง ปีละ 1,000 คน

ด้านสุขภาพและสาธารณสุข เอสซีจี เคมิคอลส์ ส่งเสริมการปฏิบัติกิจกรรมด้านสาธารณสุขของกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หรือ อสม. ในพื้นที่ โดยสนับสนุนด้านการให้ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพ อสม. รวมทั้งสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการลงพื้นที่ของ อสม. พร้อมทั้งส่งเสริมให้พนักงานร่วมลงพื้นที่กับ อสม. เป็นประจำ นอกจากนี้ ยังจะให้มีการจัดอบรมด้านจิตวิทยา โดยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ส่งเสริมให้ชุมชนมีสุขภาพดี โดยเน้นให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมสอดแทรกเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประกอบด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ลงพุง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น ซึ่งเป็นโรคที่แพร่หลายอย่างมากในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น กิจกรรมเอสซีจี เดินวิ่ง มาบตาพุด ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 โครงการหุ่นสวยวัยใส กิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลลีก ชิงถ้วยพระราชทาน กิจกรรมฟุตบอลแคมป์ ทั้งนี้เพื่อลดการเกิดโรค NCDs ในเด็กและเยาวชน

ด้านประเพณีและวัฒนธรรม เอสซีจี เคมิคอลส์ ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานร่วมกิจกรรม และอนุรักษ์ประเพณีดีงามแบบร่วมคิด ร่วมทำกับพี่น้องชุมชนไทย จีน และอิสลามที่อาศัยอยู่รอบโรงงานให้สืบต่อไปให้คงอยู่ตลอดไป เช่น ทำบุญเดือนสาม เผาข้าวหลาม รดน้ำขอพรผู้สูงอายุวันสงกรานต์ ตักบาตรเทโววันออกพรรษา ทอดกฐิน ลอยกระทง แห่เจ้าเทกระจาด รวมน้ำใจสู่มัสยิด การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ เป็นต้น

โครงการด้านเศรษฐกิจ การสนับสนุนอาชีพและรายได้ชุมชน
แนวทางพัฒนา 3H (Hatch Head Hand) เอสซีจี เคมิคอลส์ มุ่งยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ผสมผสานหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ที่นำกำไรจากการจำหน่ายสินค้ากลับมาแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนส่วนรวม ช่วยยกระดับรายได้ชุมชนให้ก้าวสู่การเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีแนวทางพัฒนา 3H (Hatch Head Hand) และตัวอย่างการดำเนินงาน ดังนี้

  • Hatch การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้นวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้นวัตกรรมและชูอัตลักษณ์ของจังหวัดระยอง เช่น ขนมเปี๊ยะ 8 เซียนไส้แกงระยอง ผ้าใยสับปะรดที่นำทรัพยากรในท้องถิ่นมาใช้ให้คุ้มค่า นวัตกรรมผ้าย้อมครามน้ำทะเลที่ช่วยให้สีติดทนขึ้น นวัตกรรมการย้อมสีธรรมชาติและผลิตสีผงจากผลไม้ท้องถิ่น เป็นต้น รวมถึงการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ ที่ทำให้สามารถวางขายในร้านสะดวกซื้อระดับประเทศได้ เช่น ซองบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวแปรรูป Rice Me ที่มีข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้อง ทำให้สามารถขยายตลาดได้มากขึ้น เช่น การวางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟในประเทศไทย และพร้อมส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ
  • Head การพัฒนาศักยภาพ ให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาศักยภาพ ให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ แนะนำการจดทะเบียนวิสาหกิจ เช่น จัดอบรมให้ความรู้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ อาทิ การคิดต้นทุนและราคาขาย การขายสินค้าออนไลน์ รวมทั้งให้ความรู้ ส่งเสริมในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน และในแต่ละปีจะมีการจัดประชุมประจำปีเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากร้านค้าชุมชนโดยมีร้านค้าเข้าร่วมในแต่ละครั้งจำนวนประมาณ 120 ร้านค้า รวมแต่ละพัฒนาศักยภาพชุมชนได้ราว 1,000 คน
  • Hand เพื่อให้สินค้าและบริการของชุมชนเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพื่อให้สินค้าและบริการของชุมชนเป็นที่รู้จักแพร่หลาย บริษัทฯ จึงได้ช่วยทำสื่อสารการตลาด และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนทั้งในรูปแบบ Offline – Online ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดพื้นที่ขายสินค้าภายในสถานประกอบการทั้งในส่วนโรงงาน จังหวัดระยอง และสำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร  และนำวิสาหกิจชุมชนไปออกร้านในงานต่าง ๆ ของจังหวัด และในระดับประเทศ รวมทั้งได้จัดทำผลิตภัณฑ์ชุมชนในลักษณะชุดของขวัญเพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลต่าง ๆ และจัดทำแคตตาล็อกและข้อมูลสินค้าชุมชน ส่งให้หน่วยงานทั้งภายในและภายนอก เพื่อกระตุ้นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน นอกจากนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ บริษัทฯ จึงได้ส่งเสริมการขายสินค้าทางออนไลน์ในช่องทางต่าง ๆ เช่น  Me-Z, LocalAroi Carelicious และ Foodpanda รวมทั้งยังได้เปิดช่องทางเฟซบุ๊ก “ระยองชอปฮิ” ตลาดนัดออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งมีผู้เข้าใช้งานกว่า 6,000 คน  และสามารถบรรเทาความเดือนร้อนในช่วงที่ไม่สามารถขายสินค้าในภาวะปกติได้

จากการดำเนินงานดังกล่าว สามารถสร้างรายได้ ให้แก่วิสาหกิจชุมชนได้ราว 7 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งช่วยแนะนำกระบวนการและเพิ่มศักยภาพให้ร้านค้าต่าง ๆ ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นคู่ค้ากับบริษัทฯ มากขึ้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้จากการสนับสนุน สินค้าและบริการชุมชน ได้ราว 40 ล้านบาทต่อปี     

ปัจจุบัน หลายกลุ่มวิสาหกิจที่ดำเนินการโดยชุมชนได้แบ่งกำไรจากการดำเนินธุรกิจ ช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ เช่น ในจังหวัดระยอง กลุ่มแม่บ้านทิวลิปชุมชนเนินพยอม ผู้จำหน่ายขนมเปี๊ยะแปดเซียนได้จัดสรรรายได้ เพื่อใช้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชน และมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ กลุ่มแตนบาติกจัดกิจกรรมสอนวาดรูปและย้อมผ้าครามให้เยาวชน กลุ่มขยะรีไซเคิลมาบชลูดชากกลางมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนในชุมชน และกลุ่มงานสวน-รถเช่าเขมินทร์ ซึ่งบริษัทฯ ได้ใช้บริการอยู่นั้น ได้แบ่งปันกำไรเป็นทุนการศึกษาและเพิ่มการจ้างงานในชุมชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 กลุ่มเย็บผ้าจากหลายชุมชนยังกระจายรายได้ด้วยการสอนการเย็บหน้ากากผ้าแก่ผู้ว่างงาน เพื่อกระจายการผลิตหน้ากากผ้าให้คนในชุมชนที่ตกงานหรือว่างงานได้มีรายได้ และนำความรู้จากการตัดเย็บไปสร้างอาชีพต่อได้อีกด้วย

มิติบรรษัทภิบาล

มิติด้านบรรษัทภิบาล

การกำกับและดูแลกิจการที่ดี
เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดให้มีนโยบายบรรษัทภิบาลที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นธรรม เช่น นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน นโยบายการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและการกระทำผิด นโยบายการจัดการข้อมูลภายใน และนโยบายการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น โดยสนับสนุนให้มีการสื่อสารไปสู่ทุกคนในบริษัทฯ ให้ได้รับทราบยึดถือปฏิบัติอย่างจริงจัง และปรับใช้นโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่าบริษัทฯ มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วยความเป็นธรรม รวมถึงกำกับดูแลและพัฒนาบรรษัทภิบาลของบริษัทฯ ให้อยู่ในระดับสากล เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ติดตามให้มีการปฏิบัติ และเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณ

การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม
เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดให้มีการกำหนดจรรยาบรรณและจริยธรรมธุรกิจ โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรของบริษัทฯ ปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ และบริษัทฯ ตั้งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงจริยธรรมในการประกอบการค้าและกฎหมายแข่งขันทางการค้าในประเทศต่าง ๆ ที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ ทั้งต่อลูกค้าและคู่ค้าของบริษัทฯ รวมถึงดำเนินการตามแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง

การแข่งขันทางการค้า
เอสซีจี เคมิคอลส์ นำระบบการบริหารงานด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Management System: CMS) มาใช้ในการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องครบถ้วน สอดคล้องกับนโยบายการแข่งขันทางการค้า และแนวปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า ที่กำหนดโดย เอสซีจี เคมิคอลส์ ด้วยการจัดให้มีระบบการประเมินความสอดคล้องด้านการปฏิบัติตามกฎหมายนี้เป็นประจำทุกปี รวมถึงการจัดทำและทบทวนระเบียบปฏิบัติการแข่งขันทางการค้าของแต่ละบริษัทให้ถูกต้องเหมาะสมอยู่ตลอดเวลา   

ที่ผ่านมา เอสซีจี เคมิคอลส์ และพนักงานเอสซีจี เคมิคอลส์ ไม่มีคดีความหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า รวมทั้งไม่เคยโดนลงโทษหรือต้องจ่ายค่าปรับอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า  นอกจากนี้ยังไม่พบการร้องเรียนภายใน ว่าพนักงานกระทำการฝ่าฝืนนโยบายหรือแนวปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า

การดำเนินงานและการจัดทำรายงาน 
เอสซีจี เคมิคอลส์ มีความมุ่งมั่นที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัทฯ ทุกกลุ่ม เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติให้ได้ตามความมุ่งมั่นดังกล่าว นอกจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ แล้ว บริษัทฯ ได้จัดทำรายงานความรับผิดชอบต่อสังคมและเปิดเผยให้สาธารณชนทราบพร้อมกับรายงานประจำปี และมีแผนที่จะจัดทำรายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) เพื่อเป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลอีกด้วย

การบริหารจัดการความเสี่ยง
เพื่อสนับสนุนให้ เอสซีจี เคมิคอลส์ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่กำหนดโดยสามารถบริหารจัดการกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และทันเวลา บริษัทฯ ได้นำกรอบการบริหารความเสี่ยงของเอสซีจี Enterprise Risk Management หรือ ERM มาใช้ในการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร จากระดับเครือมาปฏิบัติในธุรกิจ ประกอบไปด้วย

  • ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) แนวโน้มความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ในระยะยาว (3 – 5 ปี)
  • ความเสี่ยงด้านการลงทุน (Investment Risk) ความเสี่ยงด้านการลงทุนของโครงการลงทุนที่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจระดับเอสซีจี
  • ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk) แนวโน้มความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานภายใน 3 – 12 เดือนข้างหน้า

โดยจัดกลุ่มประเภทความเสี่ยงเป็น 8 กลุ่ม คือ

  1. Safety Health Environment Risk
  2. Compliance Risk
  3. Intantible Risk
  4. Hazard Risk
  5. Input Risk
  6. Process Risk
  7. Financial Risk
  8. Business Risk

กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ใช้ในเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นการบริหารความเสี่ยงตลอดทั้งกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจ (Business Operation) ช่วยให้ทราบถึงความเสี่ยงใดที่ยอมรับได้ และความเสี่ยงใดที่ต้องควบคุมเพิ่มเติม อีกทั้งช่วยให้สามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความสำคัญของความเสี่ยง

เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ใช้โครงสร้าง Sustainable Development Structure ในการกำกับดูแลและผ่านคณะกรรมการใน Economic, Environmental, Social และ Governance Dimension โดยติดตามกำกับดูแลและสนับสนุนแผนจัดการความเสี่ยงที่สำคัญระดับธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถจัดการความเสี่ยงนั้น ๆ ได้ แล้วรายงานสถานะความเสี่ยงระดับธุรกิจทุก ๆ ไตรมาสให้คณะจัดการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) ของธุรกิจทราบ

นอกจากนั้น เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ เชื่อมโยงกระบวนการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ฉุกเฉินและเหตุการณ์วิกฤต (Crisis) ด้วยแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) ที่ได้จัดเตรียมไว้ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร (Stakeholders)

จรรยาบรรณ (Code of Conduct)
เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดทำ “จรรยาบรรณเอสซีจี เคมิคอลส์” เพื่อเป็นคู่มือให้กับพนักงานทุกคนมีความเข้าใจและนำหลักการไปใช้เป็นแนวปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ที่สามารถเข้าถึงพนักงานได้กว้างขวางมากขึ้น ผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ ดังนี้

  • เสริมสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมให้พนักงานแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับจรรยาบรรณเอสซีจี เคมิคอลส์ และแนวการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง โดยประชาสัมพันธ์ระบบ GRC Helpline ซึ่งเป็นช่องทางให้คำปรึกษาสำหรับพนักงานในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ Governance, Risk, Compliance และ Internal Control เพื่อส่งเสริมให้การปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพแม้จะเป็นการปฏิบัติงานจากที่พักอาศัย (Work From Home)
  • ประชาสัมพันธ์ความเข้าใจเกี่ยวกับจรรยาบรรณเรื่องของกำนัลและการเลี้ยงรับรอง เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการให้และรับของขวัญ รวมไปถึงการเลี้ยงรับรองในโอกาสต่าง ๆ
  • กิจกรรมส่งเสริมและปลูกฝังความตระหนักเรื่องจรรยาบรรณแก่พนักงาน เช่น การอบรมหลักสูตรพนักงานใหม่ และการทบทวนความรู้ความเข้าใจในเรื่องจรรยาบรรณให้กับหน่วยงานต่าง ๆ
  • จัดทำจรรยาบรรณคู่ธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ (Supplier Code of Conduct) เพื่อให้คู่ธุรกิจของบริษัทฯ มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และนำไปใช้เป็นมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน

Ethics
เอสซีจีมี เคมิคอลส์ การใช้แบบทดสอบจริยธรรมเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องมือระบบเชิงป้องกัน (Proactive and Preventive System) ในการประเมินและการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านจริยธรรมให้แก่พนักงานทุกระดับเป็นประจำทุกปี ผ่านแบบทดสอบ “Ethics e-Testing และ e-Policy e-Testing” เพื่อให้สามารถนำเรื่องคุณธรรม อุดมการณ์ 4 จรรยาบรรณ และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันมาปฏิบัติและประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมให้เกิดผลได้จริง โดยในปี 2563 ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 และ SCG e-Policy e-Testing ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งพนักงานของเอสซีจีทุกคนต้องทำแบบทดสอบให้ถูกต้องจึงผ่านการทดสอบ นอกจากนี้ได้มีการวิเคราะห์การตอบแบบทดสอบของพนักงาน และสื่อสารให้พนักงานทุกระดับเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง แบบทดสอบจะมีการทบทวนทุกปีเพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีนี้มีการเพิ่มแบบทดสอบเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และเรื่องการบูรณาการการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน และการควบคุมภายใน (Integrated GRC)

Compliance  
เอสซีจี เคมิคอลส์ มีการกำหนดนโยบาย และแนวปฎิบัติการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี เคมิคอลส์ มีการดำเนินการที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีมาตรฐานการทำงานเพื่อควบคุมให้เกิดความสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมาย ดังนี้

  • การนำระบบการจัดการด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Management System: CMS) มาใช้เพื่อกำกับการดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศนั้น ๆ โดยมีเป้าหมายขยายระบบดังกล่าวที่มีการใช้อยู่ในธุรกิจในประเทศ ไปยังธุรกิจในประเทศเวียดนามภายในปี 2565 โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการนำระบบดังกล่าวมาใช้กับบริษัท Long Son Petrochemicals (LSP) รวมถึงดำเนินการจัดทำเป็นคู่มือด้าน CMS เพื่อสื่อสารและใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงานต่อไป
  • การดำเนินการเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดการรับรู้ เข้าใจ และประเมินความสอดคล้องด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในกฎหมายปัจจุบัน ตลอดจนกฎหมายใหม่ และ/หรือกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายและได้ดำเนินการตามเป้าหมายในการประเมินความสอดคล้องด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่สำคัญและมีความเกี่ยวข้องทั้งในส่วนของงานที่เป็นงานโครงการ (New Project) และงานดำเนินงานปกติ (Normal Operation) รวมทั้งจัดเตรียมข้อกำหนดของกฎหมายในรูปของมาตรฐานการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในความสอดคล้องด้านการปฏิบัติตามกฎหมายนั้น ๆ
  • การพัฒนาระบบดิจิทัลโซลูชันเพื่อใช้ในการจัดเก็บและอัปเดตฐานข้อมูลด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ รวมถึงการประมวลผลความสอดคล้อง การรายงานผลความสอดคล้อง ตลอดจนการบริหารจัดการด้านใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน โดยเริ่มใช้โปรแกรมดังกล่าวสำหรับธุรกิจในประเทศในปี 2564 โดยมีเป้าหมายที่นำโปรแกรมดังกล่าวไปใช้ในประเทศเวียดนามในปี 2566

Anti-Corruption
เอสซีจี เคมิคอลส์ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาล ซึ่งรวมถึงการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัตินโยบายต่อต้านคอร์รัปชันซึ่งมีการทบทวนตามความเหมาะสม และได้กำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือจรรยาบรรณเอสซีจี เคมิคอลส์  (SCG Chemicals Code of Conduct) ซึ่งเป็นพื้นฐานของการประพฤติปฏิบัติของพนักงานเอสซีจี เคมิคอลส์ปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กร โดยมีการสื่อสารและอบรมให้พนักงานเกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติครอบคลุมถึงบริษัทย่อย มีการวิเคราะห์ข้อบ่งชี้และประเมินความเสี่ยงการเกิดคอร์รัปชัน ในปีนี้ บริษัทมีการจัดทำโปรแกรมเพื่อสนับสนุนนโยบาย Anti-Corruption โดยออกแบบประเมิน Control Self Assessment เพื่อประเมินระบบควบคุมภายในและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดคอร์รัปชันให้ครอบคลุมงานที่อาจมีความเสี่ยงดังกล่าว เช่น ระบบงานขาย ระบบงานจัดซื้อจัดจ้าง ระบบงานการติดต่อกับหน่วยราชการ และชุมชนสัมพันธ์  รวมถึงได้จัดให้พนักงานมีการทำ Self-Learning ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน โดยบูรณาการเข้าไปกับการทดสอบ Ethics e-Testing   

นอกจากนี้  จากการสร้างระบบงานเชิงป้องกัน เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังได้มีการกำหนดวิธีการลดความเสี่ยงและการควบคุม (Risk Mitigation and Control) ให้พนักงานใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดคอร์รัปชัน โดยมีสำนักงานตรวจสอบประเมินการปฏิบัติตามนโยบายฯ แล้วรายงานต่อคณะจัดการเอสซีจี เคมิคอลส์ คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCG Chemicals Supplier Code of Conduct) เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจแนวการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลของบริษัทฯ และเป็นมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน

นอกจากนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังได้จัดทำช่องทางในการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด พร้อมกำหนดนโยบายคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้แจ้งเบาะแส เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรของบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ สามารถแจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสการฝ่าฝืนหรือความผิดปกติในการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี เคมิคอลส์ ตลอดจนได้กำหนดแนวปฏิบัติในการตรวจสอบข้อร้องเรียน พร้อมจะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบผ่านรายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report)