ครั้งแรกของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน “ISCC PLUS” ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เร่งเดินหน้าพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ตอบโจทย์ ESG อย่างเป็นรูปธรรม

วันที่: 12 ม.ค. 2565

กรุงเทพฯ – 12 มกราคม 2565 เอสซีจี เคมิคอลส์ แถลงความคืบหน้าธุรกิจ Green Polymer พอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยล่าสุด 4 บริษัทในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับการรับรองมาตรฐานคาร์บอนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศ “ISCC PLUS” โดย International Sustainability and Carbon Certification (ISCC) ถือเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยที่ ISCC ให้การรับรองมาตรฐานฯ ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (whole supply chain) จึงมั่นใจได้ว่าพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงจากเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งนอกจากจะช่วยตอบโจทย์ ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมให้กับโลกแล้ว ยังตอบโจทย์ธุรกิจ เจ้าของแบรนด์สินค้า และผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วย  

ทั้งนี้ บริษัทในเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บริษัท เซอร์คูลาร์ พลาส จำกัด บริษัท อาร์ ไอ แอล 1996 จำกัด บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด และ บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ซึ่งทั้ง 4 บริษัท อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของกระบวนการผลิตพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง SCG GREEN POLYMERTM

นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ เผยว่า “เอสซีจี เคมิคอลส์ เดินหน้าขยายธุรกิจด้าน Circular Economy มาอย่างต่อเนื่องตามทิศทางองค์กรที่มุ่งสู่ ‘ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน’ (Chemicals Business for Sustainability) เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ทางธุรกิจ รวมทั้งตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ และแนวทาง ESG (Environmental, Social, and Governance) การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (whole supply chain) ของบริษัทในเอสซีจี เคมิคอลส์ ถือเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย ซึ่งเป็นไปตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของบริษัทฯ โดยมาตรฐานคาร์บอนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศ หรือ ISCC PLUS นี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในด้านคุณภาพของพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงจากเอสซีจี เคมิคอลส์

ทั้งนี้ การรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ตลอดห่วงโซ่อุปทานของการผลิตพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงนั้น เริ่มตั้งแต่การจัดหาและรวบรวมพลาสติกใช้แล้ว โดยบริษัท อาร์ ไอ แอล 1996 จำกัด และส่งต่อเข้ากระบวนการ Advanced Recycling ซึ่งเป็นการนำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้น หรือ Recycled Feedstock สำหรับธุรกิจปิโตรเคมี โดยบริษัท เซอร์คูลาร์ พลาส จำกัด และนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเม็ดพลาสติก โดยบริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด และบริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ทำให้ได้เม็ดพลาสติกที่ผลิตโดยกระบวนการรีไซเคิลตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกกระบวนการและสอบกลับสมดุลมวล (Mass Balance Approach) ในทุกขั้นตอนตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

พลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงที่ได้จากกระบวนการผลิตนี้ จึงตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของแบรนด์สินค้าชั้นนำที่มองหาวัสดุพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน” นายธนวงษ์ กล่าวทิ้งท้าย​

___________________________________________________________
เกี่ยวกับ 4 บริษัทในเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS

  • บริษัท อาร์ ไอ แอล 1996 จำกัด ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ในขอบข่าย Collecting Point เพื่อจัดหารวบรวมพลาสติกใช้แล้ว ส่งต่อให้ผู้ประกอบการนำไปผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับธุรกิจปิโตรเคมีต่อไป
  • บริษัท เซอร์คูลาร์ พลาส จำกัด ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ในขอบข่าย Processing Unit – Pyrolysis Plant เพื่อรับพลาสติกที่ใช้แล้วผ่านการรีไซเคิลโดยเทคโนโลยี Advanced Recycling นำมาผลิตเป็น Circular Naphtha
  • บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ในขอบข่าย Co-processing Plant –Cracker Plant เพื่อรับวัตถุดิบ Circular Naphtha and Fossil feedstock มาผลิตเป็น Circular Product เช่น Circular Ethylene และ Circular Propylene
  • บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ในขอบข่าย Processing Unit – Polymerization Plant ที่ PP3 เพื่อรับวัตถุดิบ Circular Ethylene และ Circular Propylene มาผลิตเป็น Circular Polypropylene

___________
เกี่ยวกับ ISCC

ISCC หรือ International Sustainability and Carbon Certification คือ การรับรองคาร์บอนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศ เป็นระบบการรับรองความยั่งยืนชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ISCC เป็นองค์กรอิสระ ควบคุมโดยสมาคม ISCC ดำเนินการรับรองด้วยระบบที่มีมาตรฐานระดับสูง ตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่เข้มงวด และตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่คุณค่าได้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เอสซีจี เคมิคอลส์  เร่งเดินหน้า Advanced Recycling เปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ล่าสุด จับมือ TOYO ศึกษาและเตรียมขยายการผลิต Recycled Feedstock  รองรับความต้องการของตลาดในอนาคต

เอสซีจี เคมิคอลส์ เร่งเดินหน้า Advanced Recycling เปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ล่าสุด จับมือ TOYO ศึกษาและเตรียมขยายการผลิต Recycled Feedstock รองรับความต้องการของตลาดในอนาคต

วันที่: 18 ม.ค. 2565

กรุงเทพฯ – 18มกราคม2565เอสซีจี เคมิคอลส์ เผยความคืบหน้าการขับเคลื่อนธุรกิจตามกลยุทธ์ ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อมุ่งสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” โดยล่าสุด บริษัท เซอร์คูลาร์ พลาส​ได้ร่วมกับ TOYO Engineering Corporation ผู้นำด้านวิศวกรรมระดับสากล ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายกำลังการผลิต ภายใต้เทคโนโลยี Advanced Recycling ซึ่งเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้เป็นวัตถุดิบตั้งต้น หรือ Recycled Feedstock เพื่อนำกลับมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกใหม่โดยคงคุณภาพตามมาตรฐานสากล ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด ช่วยลดปัญหาขยะสะสมในประเทศ และช่วยลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า “เอสซีจี เคมิคอลส์ เร่งเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามกลยุทธ์ ESG (Environmental, Social and Governance) โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท เซอร์คูลาร์ พลาส และบริษัท TOYO Engineering ในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาและศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกันในการปรับสเกลกระบวนการภายใต้เทคโนโลยีAdvanced Recyclingเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วที่อาจไม่ได้คัดแยกอย่างถูกต้องให้กลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่เรียกว่า Recycled Feedstock สามารถนำกลับมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่มีคุณภาพเทียบเท่าเม็ดพลาสติกใหม่ ซึ่งเทคโนโลยี Advanced Recycling จะช่วยขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยลดปริมาณขยะที่ถูกฝังกลบ และยังช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการเผาขยะได้อีกทางหนึ่งด้วย” นายฮารูโอะ นากามัตสึ ประธาน TOYO Engineering Corporation เผยว่า “TOYO มีความมุ่งมั่นที่จะนำความเชี่ยวชาญด้านงานวิศวกรรมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้คนในสังคมตามแนวทาง Engineering for Sustainable Growth of the Global Community ความร่วมมือระหว่างTOYO Engineering และเอสซีจี เคมิคอลส์ ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันทั้งด้านความยั่งยืนและวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนการรีไซเคิลพลาสติก รวมถึงการนำพลาสติกซึ่งเป็นวัสดุที่มีประโยชน์และคุณสมบัติที่หลากหลายกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและสร้างคุณค่าได้ใหม่ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยจะร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายกำลังการผลิตเพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อไป” ทั้งนี้ เมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัท เซอร์คูลาร์ พลาส ได้ก่อตั้งโรงงานทดสอบการผลิต หรือ Demonstration Plant แห่งแรกในประเทศไทยในพื้นที่บริเวณโรงงาน จังหวัดระยอง และต่อมาในเดือนกันยายน เทคโนโลยี Advanced Recycling ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน “ISCC PLUS” โดย International Sustainability and Carbon Certification (ISCC) ซึ่งเป็นการรับรองให้กับองค์กรที่มีการจัดการและการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเป็นรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในประเภท Advanced Recycling
เปิดรับสมัครแล้ว! SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2022 เฟ้นหาสุดยอดทีมนักศึกษา แข่งแผนธุรกิจตอบโจทย์ Sustainability

เปิดรับสมัครแล้ว! SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2022 เฟ้นหาสุดยอดทีมนักศึกษา แข่งแผนธุรกิจตอบโจทย์ Sustainability

วันที่: 11 ม.ค. 2565

SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2022 กลับมาอีกครั้ง และพร้อมตามหานิสิต นักศึกษาทั้งปริญญาตรีปริญญาโทและเอก จากทุกสาขาวิชาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยที่มีไอเดีย นวัตกรรมและแผนธุรกิจที่น่าสนใจตอบโจทย์สังคมและความยั่งยืน มาร่วมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในรอบ Thailand Competition ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2565 SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2002 ถือเป็นผู้บุกเบิกในการจัดการแข่งขัน Startup ภาคภาษาอังกฤษในประเทศไทย เริ่มต้นจากนักศึกษาปริญญาโทขึ้นไปและขยายสู่นักศึกษาปริญาตรี โดยมี SCG Chemicalsผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปิโตรเคมีครบวงจรและเป็นผู้ผลิตชั้นนำของภูมิภาคเอเชียและ Sasin School of Management (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) สององค์กรที่ร่วมมือกันเพื่อสร้างเวทีการแข่งขันตามหาสุดยอดทีมการวางแผนธุรกิจ Startup ระดับโลก เพื่อบ่มเพาะความเป็นผู้ประกอบการให้กับทีมที่เข้าแข่งขัน และผลักดันให้เกิดธุรกิจและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถแก้ไขปัญหาสังคมได้และในปีนี้ก็ถือเป็นการครบรอบ 20 ปีกับ SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2022 แน่นอนว่าความเข้มข้นยังเหมือนเดิม และยังมอบสารพัดสิทธิพิเศษมากมายให้กับผู้เข้าแข่งขันเช่นเคย อีกทั้ง​​ยังจัดว่าเป็นการแข่งขัน Startup ระดับโลกสำหรับนักศึกษาที่จัดมายาวนานที่สุดในเอเชีย โดยรอต้อนรับนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรี โทและเอก จากทุกสาขาวิชาทั่วโลกได้มาประลองฝีมือและไอเดีย และพบกูรูด้าน Startup และนักลงทุนตัวจริงที่พร้อมจะให้ความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่อีกครั้ง SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2022 กำลังมองหาใครบ้าง SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2022 กำลังมองหานิสิต นักศึกษา ปริญญาตรี โทและเอก จากทุกสาขาวิชาทั่วโลกที่พร้อมจะลุยในการแข่งขันนี้ ผ่านการเสนอไอเดีย นวัตกรรม แผนธุรกิจด้านความยั่งยืนและโซลูชั่นที่ตอบโจทย์สังคม ช่วงเวลาการรับสมัครและการแข่งขัน การแข่งขันระดับประเทศ (Thailand Competition) รับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งจะแข่งระหว่างวันที่ 26 - 27 มีนาคม 2565 ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ (F2F) ทีมที่ชนะการแข่งขันระดับประเทศจะสามารถเข้าร่วมแข่งขันระดับโลก (Global Competition) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 10 กรกฎาคม 2565 ลุ้นรับเงินรางวัล ชิงถ้วยชนะเลิศ และ networkingกับผู้ร่วมงานทั่วโลก Connectionแน่นที่ผ่านมีผู้แข่งขันทั่วโลกทั้งสิ้นกว่า 1,221 ทีมจาก 315 สถาบันการศึกษาชั้นนำใน 52 ประเทศจาก 6 ทวีปทั่วโลก และมีทีมที่ประสบความสำเร็จในการต่อยอดดำเนินธุรกิจจริงทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงนักธุรกิจ นักลงทุนระดับโลกตัวจริง และผู้เข้าร่วมงานมากมายให้คุณได้ทำความรู้จักเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในหลากหลายมิติ นอกจากนี้ ประมาณ 14.4% ของผู้ที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันได้ไประดมทุนต่อ รวมเป็นเงินมากกว่า 229 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว Highlight การแข่งขันปีที่ผ่านมาhttps://youtu.be/uNNVkr73bjY ถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัลถ้วยรางวัลพร้อมเงินสดรวมมูลค่ากว่า 2,000,000 บาท รวมทั้งโอกาสในการnetworkingกับทีมต่าง ๆ ที่เข้ารอบ (พร้อมอาหารและที่พัก) ความรู้ไม่อั้นตลอดการแข่งขันคุณจะได้พบกับกูรูและนักลงทุนตัวจริงจากหลากหลายแวดวงที่พร้อมจะมอบความรู้และประสบการณ์ให้กับทีมของคุณ ทั้งหมดนี้คือโครงการที่นิสิตและนักศึกษาทั้งหลายไม่ควรพลาด มาร่วมเป็นหนึ่งในทีมไทยที่ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลกด้วยไอเดียและนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์ที่จะมาพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน สมัครได้แล้ววันนี้ที่https://submit.link/xw สนใจข้อมูลเพิ่มเติมhttps://bbc.sasin.edu/2022/
 เอสซีจี เคมิคอลส์ จับมือ เชลล์ พัฒนา “บรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นรักษ์โลก” เดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เอสซีจี เคมิคอลส์ จับมือ เชลล์ พัฒนา “บรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นรักษ์โลก” เดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันที่: 10 ม.ค. 2565

กรุงเทพฯ– 10 มกราคม 2565เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัดตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เดินหน้าพัฒนา “บรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นรักษ์โลก” ซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง(High Quality Post-Consumer Recycled Resin – PCR) มีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาวะการขนส่ง สามารถคงมาตรฐานน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพระดับโลกไว้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอกย้ำยุทธศาสตร์ “Powering Progress” ของเชลล์ในการเดินหน้าขับเคลื่อนสู่ธุรกิจพลังงานที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และบริการภายในปี พ.ศ. 2593 โดยบรรจุภัณฑ์นี้เกิดจากการนำพลาสติกครัวเรือนใช้แล้วมาหมุนเวียน และปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสูตรเฉพาะ ภายใต้แบรนด์ เอสซีจี กรีน พอลิเมอร์ ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และ ESG (Environmental, Social and Governance) ลดการใช้ทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและปริมาณขยะสะสม สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ขานรับนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของภาครัฐ นางสาววีธรา ตระกูลบุญ กรรมการบริหาร ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบัน นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะให้กับเครื่องยนต์และเครื่องจักรแล้ว ลูกค้าต่างก็มองหาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เชลล์ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานระดับโลก และ แบรนด์ผู้จัดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นอันดับ 1 ของโลก ติดต่อกัน 15 ปีซ้อน รวมถึงเจ้าของรางวัล TAQA Award ประเภทน้ำมันหล่อลื่น 8 ปีซ้อน เดินหน้าตอบสนองความต้องการของลูกค้า ผ่านการร่วมมือกับเอสซีจี เคมิคอลส์ หนึ่งในพันธมิตรหลักของเชลล์ ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นรักษ์โลกเพื่อให้มั่นใจได้ว่าบรรจุภัณฑ์ใหม่ทุกชิ้นจะยังคงคุณภาพมาตรฐานน้ำมันหล่อลื่นของเชลล์ ช่วยให้เครื่องยนต์และเครื่องจักรทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ด้านการขนส่งที่สะดวก การใช้งานที่ปลอดภัย และรูปลักษณ์ที่สวยงาม พร้อมขานรับนโยบายภาครัฐ สอดคล้องกับกลยุทธ์ ‘Powering Progress’ ของเชลล์ในการผนึกความร่วมมือ สร้างคุณค่าให้กับพันธมิตรทุกภาคส่วน และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ของเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด และหมุนเวียนกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตใหม่ โดยปัจจุบันเชลล์เริ่มใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงในบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นมา เชลล์มีสัดส่วนการใช้งานเม็ดพลาสติกรีไซเคิลในการผลิตบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ 25% ช่วยลดปริมาณขยะในปีนี้ได้สูงมากถึง 320 ตัน” นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพาณิชย์ เอสซีจี เคมิคอลส์ เผยว่า “สำหรับความร่วมมือกับบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ในการพัฒนา ‘บรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นรักษ์โลก’ จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงนั้น เป็นการนำพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือนมาผ่านกระบวนการ และปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสูตรเฉพาะ (Formulation) ภายใต้แบรนด์ เอสซีจี กรีน พอลิเมอร์ (SCG GREEN POLYMERTM) ซึ่งสามารตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบในการผลิตเม็ดพลาสติกนี้ได้ โดยผ่านการรับรองจาก Global Recycled Standard (GRS) นับเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลใช้พลังงานน้อยกว่า และยังช่วยลดการเผาขยะเพื่อกำจัดอีกทางหนึ่ง ซึ่งนับเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญเพื่อมุ่งสู่การเป็น ‘ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน’ ของเอสซีจี เคมิคอลส์ อีกด้วย” “บรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นรักษ์โลก” ได้นำไปใช้กับผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูงของเชลล์ ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์เชลล์ เฮลิกส์ ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสำหรับรถบรรทุกงานหนักเชลล์ ริมูล่า ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์เชลล์ แอ๊ดว้านซ์ และผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสำหรับเกียร์และเพลาเชลล์ สไปเร็กซ์ ซึ่งจะช่วยสร้างคุณค่าใหม่ให้กับพลาสติกใช้แล้วในครัวเรือนให้มีโอกาสได้หมุนเวียนกลับมาเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ สอดคล้องกับนโยบาย BCG Model ของภาครัฐในการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ลดการใช้ทรัพยากร และปริมาณขยะสะสมในประเทศ ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มอัตราการรีไซเคิลพลาสติกในประเทศไทย ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุของวิกฤติภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งในที่สุด