“ALLIANCE IN ACTION” เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับ AEPW โชว์ผลการดำเนินงานปี 2021

“ALLIANCE IN ACTION” เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับ AEPW โชว์ผลการดำเนินงานปี 2021

วันที่: 8 ธ.ค. 2564

นิวยอร์ก – 8 ธันวาคม 2564 Alliance to End Plastic Waste (AEPW) เผยแพร่รายงานผลการดำเนินงานปี 2564 ตอกย้ำผลสำเร็จขององค์กรที่มุ่งเน้นการจัดการปัญหาขยะพลาสติกที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน พร้อมยกระดับความร่วมมือ ขยายเครือข่ายครอบคลุม 80 เมืองสำคัญทั่วโลก

รายงานผลการดำเนินงานของ Alliance to End Plastic Waste (AEPW) ฉบับที่ 3 นี้ นำเสนอโครงการสำคัญที่องค์กรสนับสนุนทั้งสิ้น 35 โครงการ และเกิดขึ้นใน 80 เมืองทั่วโลกตลอดปี 2564 ซึ่งโครงการเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ โดย Alliance to End Plastic Waste (AEPW) ให้การสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน องค์ความรู้ และปัจจัยอื่น ๆ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในแต่ละบริบทได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงการทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในปีนี้ จะช่วยนำพลาสติกเหลือใช้ที่เป็นทรัพยากรสำคัญและมีมูลค่ากลับเข้าสู่ระบบได้เป็นจำนวนมาก

สำหรับ เอสซีจี เคมิคอลส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งของ Alliance to End Plastic Waste (AEPW) เมื่อปี 2019 ได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรภายใต้วิสัยทัศน์ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” (Chemicals Business for Sustainability) ผ่านการขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ เริ่มตั้งแต่การวางเป้าหมายทางธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตลอดจนความร่วมมือกับองค์กรระดับโลกเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผู้สนใจรายงานผลการดำเนินงานของ Alliance to End Plastic Waste (AEPW) ฉบับปี 2021 สามารถดาวน์โหลดได้ที https://bit.ly/3suatIM

เอสซีจี เคมิคอลส์ พร้อมผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน เพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เอสซีจี เคมิคอลส์ พร้อมผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน เพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันที่: 23 ธ.ค. 2564

กรุงเทพฯ – 23 ธันวาคม 2564 เอสซีจี เคมิคอลส์ โดย ดร.บุตรา บุญเลี้ยง Head of Technology Strategy and Portfolio Management​ และ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการ สผ. ให้เกียรติเป็นวิทยากรพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ภายใต้หัวข้อ “COP26 กับแนวทางของไทย ผนึก รัฐ - เอกชน จับมือลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยมี ดร. กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)เป็นผู้ดำเนินรายการ ผ่านรายการ Future Talk by NXPO ถ่ายทอดสดทาง Facebook Live ผ่าน Facebook Fan Page ของ สอวช. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประเด็นสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทยรับมือกับเทรนด์ในอนาคต อันจะนำมาสู่การสร้างโอกาสให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง รวมถึงเพื่อให้เห็นศักยภาพของประเทศทั้งในด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอีกด้วย เอสซีจี เคมิคอลส์ ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน พร้อมร่วมขับเคลื่อน Net Zero ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ ตลอดจนพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของประเทศและร่วมสร้างความยั่งยืนให้โลกต่อไป เชิญรับชมการพูดคุย “COP26 กับแนวทางของไทย ผนึก รัฐ - เอกชน จับมือลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”โดย ดร.บุตรา บุญเลี้ยง Head of Technology Strategy and Portfolio Management เอสซีจี เคมิคอลส์ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานกลางของประเทศ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) ได้ที่ลิงก์นี้:https://www.facebook.com/290231041158403/posts/1953457864835704/?d=n
ROOTS คว้ารางวัล FTI Startup Award 2021 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรมไทย

ROOTS คว้ารางวัล FTI Startup Award 2021 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรมไทย

วันที่: 20 ธ.ค. 2564

กรุงเทพฯ – 20ธันวาคม 2564ROOTS สตาร์ทอัพจากเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับรางวัล FTI Startup Award 2021จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภานวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งมอบให้กับสตาร์ทอัพจากโครงการFTI Startup Connext 2021 ที่มีผลงานโดดเด่น 3 ทีม ที่มีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถช่วยแก้ปัญหา หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย และมีศักยภาพในการเชื่อมโยงความร่วมมือ นำไปสู่การขยายธุรกิจสตาร์ทอัพในรูปแบบ B2B ร่วมกับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยบีม จุฬาลักษณ์ อรพนิชอารี Co-founder ROOTS เป็นตัวแทนรับรางวัลจากนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ROOTS คือ แพลตฟอร์มจัดซื้อออนไลน์สำหรับธุรกิจที่ช่วยให้กระบวนการจัดซื้อง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถลดระยะเวลาและต้นทุน ตลอดจนเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์ในการจัดซื้อได้อย่างเป็นระบบ เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและพัฒนาต่อยอดเป็นธุรกิจ
เอสซีจี เคมิคอลส์ หนุนเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งต่อพลังบวกสู่สังคม จัดโครงการ Rayong Young Gen Save the Earth 2021  นำร่องสร้างเครือข่ายเยาวชนระยอง พิทักษ์รักษ์โลก

เอสซีจี เคมิคอลส์ หนุนเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งต่อพลังบวกสู่สังคม จัดโครงการ Rayong Young Gen Save the Earth 2021 นำร่องสร้างเครือข่ายเยาวชนระยอง พิทักษ์รักษ์โลก

วันที่: 18 ธ.ค. 2564

ระยอง – 18 ธันวาคม2564 เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 และ ป่าไม้จังหวัดระยอง จัดโครงการ AnchorRayong Young Gen Save the Earth 2021” หรือ “เยาวชนระยอง...พิทักษ์รักษ์โลก” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการลดโลกร้อน ซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลก โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพเยาวชนในท้องถิ่นให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน พร้อมทั้งสามารถถ่ายทอดแนวคิดพิทักษ์สิ่งแวดล้อมให้สังคมได้ตระหนักรู้ สะท้อนมุมมอง ส่งต่อพลังบวก เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นพลังสำคัญของชุมชนในอนาคต น้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการเพื่อสังคม เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า “เอสซีจี เคมิคอลส์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนในด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ESG หรือสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) โดยได้ริเริ่มโครงการ “Rayong Young Gen Save the Earth 2021” หรือ “เยาวชนระยอง...พิทักษ์รักษ์โลก” ขึ้น โดยนำร่องเป็นครั้งแรกที่จังหวัดระยอง เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้เยาวชนเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการลดโลกร้อน เพื่อพิทักษ์ดูแลสิ่งแวดล้อมภายในชุมชนให้ยั่งยืนต่อไป ซึ่งโครงการนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดระยอง สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 และ ป่าไม้จังหวัดระยอง โดยมีน้อง ๆ เยาวชนใน จ.ระยอง ให้ความสนใจและเข้าร่วมอบรมทางออนไลน์กว่า 230 คน” โดยในปีนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้จัดอบรมให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเยาวชนเช่น ความสำคัญของระบบนิเวศ ประโยชน์ของป่าชายเลน การปลูกป่าบก การสร้างฝาย รวมถึงเรื่องง่าย ๆ อย่างการคัดแยกขยะ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เยาวชนสามารถมีส่วนร่วมเพื่อช่วยลดโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เยาวชนถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด สะท้อนมุมมอง ส่งต่อพลังบวกไปสู่ผู้อื่น โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการผลิตสื่อสร้างสรรค์ การจัดทำคลิป การพัฒนาทักษะการเล่าเรื่อง(Storytelling)พร้อมทั้งได้จัดประกวดคลิปสร้างสรรค์ภายใต้หัวข้อ“Rayong Young Gen Save the Earth”โดยมีน้อง ๆ เยาวชนให้ความสนใจส่งคลิปเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก สำหรับการประกวดคลิปสร้างสรรค์ฯ มีรางวัลรวมทั้งสิ้น 5 รางวัล มูลค่ากว่า 55,000 บาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาและเพื่อส่งเสริมให้น้อง ๆ ผลิตคอนเทนต์ (Content) ด้านสิ่งแวดล้อมสู่สังคมต่อไป โดยผลการประกวด มีดังนี้ รางวัลชนะเลิศ : น.ส.อาทิตยา ภาคภูมิ น.ส.ศิโรรัตน์ ภักดีณรงค์ โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา น.ส.เกรซ มูณี โรงเรียนมัธยมตากสิน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : น.ส.สิริพร มูลสา น.ส.ปัทมาพร บุญญฐี วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาตากสินระยอง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : น.ส.ปัณณิกา บรรจงจิตต์ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ระยอง รางวัลยอดไลก์ (Like) สูงสุด : นางสาวกมนธิดา สมพิทักษ์ นางสาวณิฌา พรหมรักษา นางสาวฐิตาภรณ์ ทองมาก โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ระยอง และรางวัลขวัญใจกรรมการ : ด.ญ.วรรณวิภา คงเจริญถิ่น ด.ญ.ปวันรัตน์ ยังมี ด.ญ.จันทิมา นา โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ สำหรับผู้สนใจโครงการ “Rayong Young Gen Save the Earth 2021” หรือ “เยาวชนระยอง...พิทักษ์รักษ์โลก” สามารถติดตามเรื่องราวข่าวสารของโครงการฯ ได้ที่เฟซบุ๊กเพจ ‘ท่องถิ่น โดยเอสซีจี เคมิคอลส์’
เอสซีจี เคมิคอลส์ กวาดรางวัล Prime Minister’s Industry Award 2021 คว้าตำแหน่ง “อุตสาหกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี” พร้อมรางวัลดีเด่นอีก 3 รางวัล

เอสซีจี เคมิคอลส์ กวาดรางวัล Prime Minister’s Industry Award 2021 คว้าตำแหน่ง “อุตสาหกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี” พร้อมรางวัลดีเด่นอีก 3 รางวัล

วันที่: 13 ธ.ค. 2564

กรุงเทพฯ –13 ธันวาคม 2564เอสซีจี เคมิคอลส์ ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน คว้า 4 รางวัลจากงานPrime Minister’s Industry Award 2021 โดย “บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด” ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับรางวัล “อุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี 2564” ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติระดับสูงสุดของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 บริษัทในกลุ่มธุรกิจฯ เดินหน้ารับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทเศรษฐกิจหมุนเวียน ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม และประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการโรงงานด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) พร้อมตอกย้ำความสำเร็จด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์ ยึดถือเป็นแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเติบโตควบคู่ไปพร้อมๆ กับสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน พิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2564(Prime Minister’s Industry Award 2021)โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับเกียรติจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการมอบรางวัลณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก โดยบริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดที่มีเพียงหนึ่งรางวัล โดยคัดเลือกจากสถานประกอบการที่เคยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ประเภท และต้องเป็นกิจการที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นผู้รับรางวัลพร้อมกับอีก 3 รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ได้แก่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด ได้รับรางวัลประเภทเศรษฐกิจหมุนเวียน บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด ได้รับรางวัลประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม และบริษัท ไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด ได้รับรางวัลประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม นายธนวงษ์ เปิดเผยว่า “เอสซีจี เคมิคอลส์ มีแนวทางการบริหารจัดการโรงงานโดยมุ่งพัฒนาโรงงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ รวมทั้งการจัดการโรงงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการบริหารความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลด้วยระบบ PSM (Process Safety Management) และการดูแลสังคมชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมา โรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ ได้ยกระดับการบริหารจัดการโรงงานสู่ความเป็นเลิศมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการในห่วงโซ่คุณค่า ทำให้กระบวนการผลิตถูกต้องและแม่นยำมากที่สุดด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้ เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประมวลข้อมูลทางการตลาด เทคโนโลยี Digital Twin เพื่อทำนายเหตุการณ์ในโรงงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ล่วงหน้า รวมถึงแพลตฟอร์มการจัดการประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้โรงงานสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพัฒนาระบบการจัดการคุณภาพองค์กร (Total Quality Management : TQM) ที่เชื่อมโยงเป้าหมายบริษัทและการปฏิบัติการจริงให้กับพนักงานทุกระดับ พัฒนาทักษะความสามารถของพนักงานให้ทัดเทียมระดับสากล รวมไปถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน เช่น การส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนรอบโรงงาน จำนวนกว่า 27 ล้านบาทต่อปี” “สำหรับอีก 3 รางวัลที่บริษัทฯ ในกลุ่มเอสซีจี เคมิคอลส์ได้รับ ได้แก่ อุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทเศรษฐกิจหมุนเวียน ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม และประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็น “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” ที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และได้ประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก และสร้างการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน” นายธนวงษ์ เสริม ทั้งนี้ รางวัล Prime Minister’s Industry Award หรือรางวัลอุตสาหกรรม จัดขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อประกาศเกียรติคุณและให้กำลังใจผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เป็นแบบอย่างในการสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรมของประเทศ และเป็นเครื่องการันตีถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนในการพัฒนาธุรกิจ และผลิตภัณฑ์ที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบอย่างต่อเนื่องโดยดำเนินการปีนี้สู่ปีที่ 29 โดยจะมีรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 15 ประเภทรางวัล ซึ่งปีนี้มีสถานประกอบการสมัครเข้ารับการคัดเลือกจำนวนทั้งสิ้น 332 ราย โดยมีสถานประกอบการผ่านการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลจากนายกรัฐมนตรีจำนวนทั้งสิ้น 63 ราย
เอสซีจี เคมิคอลส์ เปลี่ยนวัสดุพลาสติกเหลือใช้จากโรงงานเป็น ชุดอุปกรณ์เลี้ยงไส้เดือนดิน ต่อยอดสร้างอาชีพให้ชุมชน  พร้อมส่งเสริมการจัดการขยะเปียกในครัวเรือนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

เอสซีจี เคมิคอลส์ เปลี่ยนวัสดุพลาสติกเหลือใช้จากโรงงานเป็น ชุดอุปกรณ์เลี้ยงไส้เดือนดิน ต่อยอดสร้างอาชีพให้ชุมชน พร้อมส่งเสริมการจัดการขยะเปียกในครัวเรือนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

วันที่: 24 พ.ย. 2564

ระยอง – 24พฤศจิกายน2564เอสซีจี เคมิคอลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ และผู้ริเริ่มการจัดการขยะอย่างครบวงจร ภายใต้โครงการ “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” ได้พัฒนา “ชุดอุปกรณ์สำหรับทดลองเลี้ยงไส้เดือนดินจากวัสดุเหลือใช้ภายในโรงงาน”เพื่อผลิตปุ๋ยธรรมชาติจากมูลไส้เดือน โดยได้ส่งมอบชุดอุปกรณ์ฯ ให้แก่เทศบาลตำบลทับมา เพื่อส่งเสริมการทำเกษตรอย่างยั่งยืนของชุมชน ทั้งนี้ชุดอุปกรณ์ดังกล่าว ได้ออกแบบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยผลิตจากวัสดุเหลือใช้ภายในโรงงานและนำกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน เหมาะกับกลุ่มผู้สนใจปลูกผักปลอดสารพิษสำหรับบริโภคในครัวเรือนนอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย โดยมีนายนิวัฒน์ อธิวัฒนานนท์ Chief Technology Officer (CTO) – Polyolefins and Vinyl เอสซีจี เคมิคอลส์ และผู้บริหารจากเอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมส่งมอบ และนายสรวิชญ์เพชรนคร รองปลัดเทศบาลตำบลทับมา เป็นผู้รับมอบ นายนิวัฒน์ อธิวัฒนานนท์ Chief Technology Officer (CTO) – Polyolefins and Vinyl เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า “การดูแลชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีถือเป็นหนึ่งภารกิจสำคัญของเอสซีจี เคมิคอลส์ ซึ่งการออกแบบชุดอุปกรณ์สำหรับทดลองเลี้ยงไส้เดือนดินจากวัสดุเหลือใช้ภายในโรงงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปผลิตปุ๋ยจากมูลไส้เดือนสำหรับปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับชุมชน นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้อีกด้วย โดยชุดอุปกรณ์นี้ประกอบด้วย คอนโดเลี้ยงไส้เดือน และชุดรางแปลงปลูกผัก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในออกแบบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการนำวัสดุพลาสติกที่เหลือใช้จากการผลิตในโรงงานมาออกแบบและสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ชุมชน มีจุดเด่นที่วัสดุทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน ออกแบบให้ประหยัดพื้นที่ และสามารถเพิ่มปริมาณไส้เดือนได้ถึง 1.5 เท่า” การจัดทำชุดอุปกรณ์ทดลองเลี้ยงไส้เดือนด้วยวัสดุเหลือใช้จากโรงงาน เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” ที่มุ่งส่งเสริมการจัดการขยะในครัวเรือนตั้งแต่ต้นทาง และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยชุดอุปกรณ์ดังกล่าว อยู่ในส่วนของการจัดการขยะเปียก ด้วยการนำเศษผักและผลไม้มาใช้ประโยชน์เป็นอาหารเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อผลิตปุ๋ยธรรมชาติ ทั้งนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ จะให้ความรู้เรื่องวิธีการปลูกผัก วิธีเลี้ยงไส้เดือนดิน โดยใช้ขยะเปียกจากชุมชน รวมถึงประโยชน์ของปุ๋ยมูลไส้เดือน เพื่อให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าทรัพยากรเหลือใช้จากครัวเรือน เพื่อนำมาหมุนเวียนสร้างคุณค่าได้ต่อไป ________________________________ เกี่ยวกับโครงการชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ โครงการชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ เริ่มต้นขึ้นในปี 2562 โดยนำแนวทางการจัดการขยะจากบางซื่อโมเดล ซึ่งเป็นโมเดลการจัดการขยะภายในบริษัทเอสซีจี มาต่อยอดเพื่อบริหารจัดการขยะในชุมชนระยอง โดยได้นำแนวทาง “บวร” ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อน Eco Community ที่มีอยู่เดิมมาต่อยอด และเชื่อมต่อกับ “ธนาคารขยะชุมชน” เพื่อให้เกิดการบูรณาการทั้งระบบ พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือในท้องถิ่นไปสู่กลุ่มต่าง ๆ เช่น ผู้ประกอบอาชีพคัดแยกขยะรีไซเคิลหรือซาเล้ง ตลาด ร้านค้า เพื่อนำไปสู่การผสานพลังเชื่อมโยงการจัดการขยะในระดับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการจัดการขยะเปียกในครัวเรือน การหมุนเวียนใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ครอบคลุมถึงการนำพลาสติกเหลือใช้เข้าสู่ระบบรีไซเคิลแบบครบวงจร
บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน ในเอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัลสุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย ปี 64   จากสถาบันด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลก

บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน ในเอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัลสุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย ปี 64 จากสถาบันด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลก

วันที่: 19 พ.ย. 2564

กรุงเทพฯ – 19พฤศจิกายน2564บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับรางวัล “สุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย (Kincentric Best Employers Thailand)” จากบริษัท คินเซนทริค (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลชั้นนำระดับโลก โดยร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน Kincentric Best Employers Thailand Virtual Awards and Learning Conference 2021 โดยมีนายปรีดา วัชรเธียรสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์เข้ารับรางวัล จาก ดร.อดิศักดิ์ จันทรประภาเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คินเซนทริค (ประเทศไทย) จำกัด รางวัล “สุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย (Kincentric Best Employers Thailand)” ที่บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเป็นองค์กรที่ใส่ใจและดูแล “พนักงาน” ด้วยมาตรฐานระดับโลก ถือเป็นต้นแบบการบริหารทรัพยากรบุคคลยุคใหม่ที่นำเรื่อง “Empathy” หรือ ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจความรู้สึกและรับรู้อารมณ์ของบุคลากรมาใช้ในการบริหารจัดการ ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ จะช่วยสร้างความเข้าใจแบบเปิดใจซึ่งกันและกัน นายปรีดา วัชรเธียรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ เผยว่า “บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน หรือ ทีพีอี เชื่อว่าพนักงานคือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเน้นให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงตามรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเตรียมทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ มุ่งสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง มีการลงลึกเรื่องการบริหารงานบุคคล การพัฒนาคนไปสู่ Digital Transformationและการดูแลพนักงานจากหัวใจ โดยนำเรื่อง Empathy หรือ ความเห็นอกเห็นใจ มาใช้ในการบริหารองค์กร นอกจากนี้ องค์ประกอบที่สำคัญ คือ เน้นการมีส่วนร่วมจากคนทั้งองค์กร ซึ่งทำให้งานได้ผลและได้ใจคนในเวลาเดียวกัน” การประกวดสุดยอดนายจ้างดีเด่น เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัทคินเซนทริค (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลชั้นนำของโลก และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจัดการประกวดต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 และมี 14 องค์กรและบริษัทชั้นนำที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่งตัดสินในรูปแบบ Blind Judgement เพื่อความโปร่งใส โดยประเมินจาก 3 แหล่งข้อมูล คือ การสำรวจมุมมองของพนักงานผ่าน 4 มิติหลัก Employee Engagement, Agility, Engaging Leader และ Talent Focus การสำรวจมุมมองของทีมทรัพยากรบุคคลในแนวปฏิบัติต่าง ๆ ในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การสำรวจมุมมองของผู้บริหารสูงสุดขององค์กรด้านผลประกอบการขององค์กร ที่สมดุลย์กับกลยุทธ์ขององค์กรและกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล _________________________________ เกี่ยวกับบริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด เป็นบริษัทผลิตเคมีภัณฑ์แห่งแรกในเอสซีจี เคมิคอลส์ ผลิตเม็ดพลาสติกพอลิเอทีลีนชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene: HDPE) และเม็ดพลาสติกพอลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP) รายใหญ่ของประเทศไทย มุ่งดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ ESG (Environmental, Social and Governance) และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products and Services หรือ HVA) เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยได้รับรางวัลในด้านต่าง ๆ อาทิ รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี 2559 และรางวัลโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) ในปี 2564 จากกระทรวงอุตสาหกรรม