เอสซีจี ร่วมคาราวานสิ่งแวดล้อม  “ทส. ขับเคลื่อนไทย ไร้มลพิษ” ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการจัดการขยะเพื่อลดมลพิษอย่างยั่งยืน

เอสซีจี ร่วมคาราวานสิ่งแวดล้อม “ทส. ขับเคลื่อนไทย ไร้มลพิษ” ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการจัดการขยะเพื่อลดมลพิษอย่างยั่งยืน

วันที่: 17 ธ.ค. 2563

สุพรรณบุรี–17 ธันวาคม 2563ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี โดยนายธนาชัย ปิยะศรีทอง Circular Economy Program Managerร่วมเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการจัดการขยะในกิจกรรมคาราวานสิ่งแวดล้อม “ขับเคลื่อนไทย ไร้มลพิษ” จัดโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ท่าระหัด (บ่อปลา) จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งงานในครั้งนี้จะเป็นเวทีให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้ไร้มลพิษ โดยเริ่มต้นจากที่บ้านตนเอง และเป็นการขยายผลให้ความรู้เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ อาทิ การคัดแยกขยะก่อนทิ้ง การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว การไม่เผาวัสดุทางการเกษตร การบำบัดน้ำเสียจากครัวเรือนก่อนทิ้งลงสู่แหล่งน้ำ โดยภายในงานมีกิจกรรมให้คำปรึกษาด้านมลพิษ รับคืนถุงพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิล ให้ความรู้เรื่องจัดการขยะประเภทต่าง ๆ รวมถึงแจกกล้าไม้เพื่อนำไปปลูกเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยลดมลพิษ ภายในงาน ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้ร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องวิธีการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ด้วย 3 พฤติกรรมหลักที่สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน นั่นก็คือ#ใช้ให้คุ้ม #แยกให้เป็น #ทิ้งให้ถูกซึ่งทุกคนสามารถทำได้ที่บ้าน และยังได้นำเสนอโมเดลการจัดการขยะ“บางซื่อโมเดล”ซึ่งได้ขยายผลไปยังชุมชนเป็นโครงการ“ชุมชนLIKE (ไร้) ขยะ”โดยมีตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชันKoomKah(คุ้มค่า) อำนวยความสะดวกแก่ธนาคารขยะและชุมชน ทั้งยังได้แสดงตัวอย่างการนำพลาสติกใช้แล้วไปสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและโรงเรียน เช่น การนำถุงนมโรงเรียนไปรีไซเคิลใหม่เป็นเก้าอี้ เป็นต้น รวมถึงแนะนำนวัตกรรมทุ่นกักขยะที่สามารถช่วยดักขยะไม่ให้หลุดรอดออกสู่ทะเล นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับ PPP Plastics และกระทรวงทรัพย์ฯ ทำการส่งมอบ “ถังวนถุง” ของโครงการ “มือวิเศษxวน โดย PPP Plastics”ให้กับทางจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อเป็นการขยายจุดรับถุงพลาสติกสะอาด (Drop point) มอบให้กับภาคีเครือข่าย 10 แห่ง ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และสถานศึกษา เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการช่วยกันลดมลพิษ และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่สืบไป
ไทย เอ็มเอ็มเอ รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารจัดการความปลอดภัย ประจำปี 2563

ไทย เอ็มเอ็มเอ รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารจัดการความปลอดภัย ประจำปี 2563

วันที่: 14 ธ.ค. 2563

กรุงเทพฯ – 14 ธันวาคม 2563 นายศิริพันธ์ อาจนนท์ลา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด (TMMA) ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี รับโล่รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารจัดการความปลอดภัย จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในงาน The Prime Minister’s Industry Award 2020 ณ สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ นายศิริพันธ์ อาจนนท์ลา กล่าวว่า “รางวัลนี้เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของเรา TMMA ทั้งพนักงานและคู่ธุรกิจ เราพร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เทียบเท่าระดับสากล ด้วยการนำระบบความปลอดภัยในกระบวนการผลิต (Process Safety Management) ซึ่งเป็นระบบชั้นนำของโลก มาปรับใช้ในการบริหารจัดการความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพื่อบรรลุเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาวิเคราะห์และตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านความปลอดภัย กระบวนการผลิต การลดต้นทุน ตลอดจนการดำเนินงานที่คำนึงถึงประโยชน์ของสังคมส่วนรวม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย” ทั้งนี้ รางวัล The Prime Minister’s Industry Award หรือรางวัลอุตสาหกรรม จัดขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อประกาศเกียรติคุณและให้กำลังใจผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เป็นแบบอย่างในการสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรมของประเทศ
เอสซีจี จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร โครงการทักษะวิศวกรรมเคมีแบบบูรณาการ (C-ChEPS) รุ่นที่ 22

เอสซีจี จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร โครงการทักษะวิศวกรรมเคมีแบบบูรณาการ (C-ChEPS) รุ่นที่ 22

วันที่: 9 ธ.ค. 2563

ระยอง—9 ธันวาคม 2563 นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรให้กับพนักงานที่ผ่านการอบรมโครงการทักษะวิศวกรรมเคมีแบบบูรณาการ (Constructionism-Chemical Engineering Practice School) หรือ C-ChEPS รุ่นที่ 22 โดยมี รศ.ดร. สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี และ ศ.ดร.อภิชัย เทอดเทียนวงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ C-ChEPS มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมเป็นเกียรติ ณ อาคารสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล จังหวัดระยอง โครงการทักษะวิศวกรรมเคมีแบบบูรณาการ (C-ChEPS) จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ร่วมกับ มูลนิธิศึกษาพัฒน์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับ ปวส. ในองค์กร มีระยะเวลาอบรม 8-12 เดือน โดยที่ผ่านมามีพนักงานระดับ ปวส. เข้าอบรมในโครงการฯ รวม 22 รุ่น รวมทั้งสิ้น 298 คน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาพนักงาน ให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น และสามารถนำความรู้ความสามารถไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป
เอสซีจี ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 6 องค์กรนำร่องชั้นนำ นำร่องกำหนดราคาคาร์บอนมาใช้ภายในองค์กร (ICP)  เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในไทย

เอสซีจี ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 6 องค์กรนำร่องชั้นนำ นำร่องกำหนดราคาคาร์บอนมาใช้ภายในองค์กร (ICP) เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในไทย

วันที่: 3 ธ.ค. 2563

ชลบุรี 3 – ธันวาคม 2563 นายปรเมษฐ ไชยรัตน์ Sustainable Development Director ตัวแทนธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เข้ารับมอบใบประกาศเกียรติคุณ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และธนาคารโลก (World Bank) ในโอกาสได้รับเลือกเป็น 1 ใน 6 องค์กรนำร่องชั้นนำของประเทศไทย ที่ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อนำร่องการนำกลไกการกำหนดราคาคาร์บอนมาใช้ภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing: ICP) ในการงานแถลงผลสำเร็จของโครงการเสริมความรู้ภาคอุตสาหกรรมด้านการกำหนดราคาคาร์บอนและการลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา จ. ชลบุรี โดยภายในงาน ดร.เวฬุกา รัตนวราหะ Environment and Energy Manager ได้เข้าร่วมเสวนาการประยุกต์ใช้ ICP ภายในองค์กร ซึ่งโครงการ ICP มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงและโอกาสอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ทั้งนี้เอสซีจีได้กำหนดเป้าหมายระยะยาวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 28 ในปี 2573 (เทียบกับกรณีปกติ ณ ปีฐาน 2550) เพื่อควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงเกิน 2 องศาเซลเซียส และได้เริ่มพิจารณาเป้าหมายที่สอดคล้องกับการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส และเป้าหมายเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Carbon โดยขับเคลื่อนผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เอสซีจี เปิดโรดแมปขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ชูธง 4 แผนหลัก   ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกเพื่อความยั่งยืน

เอสซีจี เปิดโรดแมปขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ชูธง 4 แผนหลัก ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกเพื่อความยั่งยืน

วันที่: 2 ธ.ค. 2563

กรุงเทพฯ – 30 พฤศจิกายน 2563: ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2564 มุ่งสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” (Chemical Business for Sustainability) ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Net Zero ภายในปี 2593 เปิดโรดแมปชูธง 4 แผนธุรกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ขนทัพนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า เจ้าของแบรนด์สินค้า และผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมั่นเป็นแนวทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในธุรกิจ นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เผยถึงแนวทางธุรกิจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ว่า “ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เดินหน้าขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติก และร่วมกับพันธมิตรองค์กรเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และรณรงค์การจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น โครงการถนนพลาสติกรีไซเคิล โครงการรีไซเคิลแกลลอนน้ำมันหล่อลื่น เป็นต้น สำหรับในปี 2564 ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้วางโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกและโซลูชัน โดยออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ง่าย (Design for Recyclability) โดยยังคงคุณสมบัติด้านอื่น ๆ ไว้อย่างครบถ้วน เช่น การพัฒนาโซลูชันสำหรับบรรจุภัณฑ์แบบ Mono-material ออกแบบให้ชั้นแผ่นฟิล์มในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นวัสดุชนิดเดียวกันทั้งหมด จึงนำกลับมารีไซเคิลได้ง่าย นอกจากนี้ ยังพัฒนาเทคโนโลยี SMXTM เพื่อให้เม็ดพลาสติกมีคุณสมบัติพิเศษ มีความแข็งแรงมากขึ้น จึงใช้เม็ดพลาสติกน้อยลง และยังช่วยเพิ่มสัดส่วนเม็ดพลาสติกรีไซเคิลได้มากขึ้น ทั้งนี้การออกแบบนวัตกรรมเม็ดพลาสติกและโซลูชันต่าง ๆ คิดค้นและพัฒนาโดยทีม R&D ของเอสซีจี ซึ่งทำงานร่วมกับลูกค้าและเจ้าของแบรนด์สินค้า เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการสูงสุด การนำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือ PCR (Post- consumer Recycled Resin) โดยนำพลาสติกที่ผ่านการใช้งานจากผู้บริโภคกลับมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง สามารถสร้างคุณค่าให้ใช้งานได้อีก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกและเจ้าของแบรนด์สินค้าระดับโลก โดยได้พัฒนาเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงร่วมกับคู่ค้าทางธุรกิจซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลระดับโลก เช่น SUEZ ผู้นำด้านการรีไซเคิลพลาสติกในยุโรป เป็นต้น การนำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับธุรกิจปิโตรเคมี (Chemical Recycling) โดยพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วกลับมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้น หรือ Green Naphtha สำหรับโรงงานปิโตรเคมี ถือเป็นการหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ที่ต้นทางตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง Demonstration Unit คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2564 การพัฒนานวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ที่ผลิตจากวัตถุดิบทางการเกษตร ซึ่งเป็นกลไกในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกมาใช้งาน จึงช่วยลดผลกระทบของภาวะโลกร้อน โดยร่วมกับเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนานวัตกรรมพลาสติกชีวภาพให้ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การพัฒนาฟิล์มสำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นต้น นอกเหนือจาก 4 แผนหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ยังมุ่งเน้นการทำ Digital Platform เพื่อรวบรวมพลาสติกใช้แล้วให้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น เว็บแอปพลิเคชัน KoomKah (คุ้มค่า) สำหรับบริหารจัดการข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพธนาคารขยะ และ ReadyPlastic แพลตฟอร์มการซื้อขายเศษเม็ดพลาสติกจากภาคอุตสาหกรรมและเม็ดพลาสติกรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการคัดแยกและรวบรวมพลาสติกใช้แล้วตั้งแต่ต้นทาง โดยรณรงค์ให้เกิดพฤติกรรม “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” เริ่มต้นที่ระดับครัวเรือน พร้อมทั้งจัดทำแนวทางการเรียนการสอนในโรงเรียนเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการขยะที่ถูกต้องให้กับเยาวชนตั้งแต่เริ่มแรก” นายธนวงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
เอสซีจี จับมือ บี.กริม ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า

เอสซีจี จับมือ บี.กริม ลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยแก่ลูกค้า

วันที่: 30 พ.ย. 2563

กรุงเทำ - 30 พฤศจิกายน 2563 นายโชคชัย มนตรีอมรเชฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือกับ บริษัทบี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จํากัด นำโดย คุณแคโรลีน ลิงค์ ประธาน บริษัทบี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และคุณฟาบรีส กู๊ดซ์แมน ประธานกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม บี.กริม รองรับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการพร้อมโซลูชันเชิงอุตสาหกรรมด้านไอโอที (IoT) ครบวงจรแก่ลูกค้ากลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ หวังสนับสนุนลูกค้าร่วมกันหนุนการเติบโตในระยะยาว โดยวัตถุประสงค์ของความร่วมมือกันในครั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์และการให้บริการโซลูชันที่ครบวงจรที่สุดแก่กลุ่มลูกค้าของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับทั้งผลิตภัณฑ์ การติดตั้ง และบำรุงรักษาที่มีคุณภาพ พร้อมแพลตฟอร์มที่สามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย (predictive analytics) ผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (machine learning) เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้า ช่วยป้องกันชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ไม่ให้เกิดความเสียหาย ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดการทำงานของโรงงานพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต นายโชคชัย มนตรีอมรเชฐ กล่าวว่า "เป็นเรื่องที่ดีที่ทั้งสองกลุ่มบริษัทมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรม เราพร้อมที่จะนำประสบการณ์กว่า 30 ปีในการเป็นผู้ประกอบการด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และเทคโนโลยีไอโอทีที่ครบวงจรมาร่วมกับ บี.กริม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพในการผลิตแก่ลูกค้าอย่างสูงสุด พร้อมทั้งขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ช่วยทำให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นมา"