สินค้าและบริการ
‘เอสซีจี’ จับมือ ‘บางจาก’ พัฒนา ‘Greenovative Lube Packaging’  นวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลจากแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วเพื่อผลิตแกลลอนใหม่

‘เอสซีจี’ จับมือ ‘บางจาก’ พัฒนา ‘Greenovative Lube Packaging’ นวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลจากแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วเพื่อผลิตแกลลอนใหม่

วันที่: 21 ธ.ค. 2561

กรุงเทพฯ – 21 ธันวาคม 2561 – ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และ บางจาก ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Greenovative Lube Packaging นวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลจากแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วเพื่อผลิตเป็นแกลลอนใหม่ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ Vice President – Polyolefins and Vinyl Business ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Greenovative Lube Packaging กับบางจาก ซึ่งมีคุณสมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าการตลาดและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนลงนาม และคุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บางจากฯ เป็นประธานในพิธีฯ ณ อาคาร M Tower ถ.สุขุมวิท ซอย 62 โครงการ Greenovative Lube Packaging ถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาโมเดลการจัดการบรรจุภัณฑ์แกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว ซึ่งนับเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยรวบรวมบรรจุภัณฑ์แกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว จากสถานีบริการน้ำมันบางจากและศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น FURiO Care มาผ่านกระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นแกลลอนบรรจุน้ำมันหล่อลื่นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีเป็นผู้คิดค้นพัฒนาสูตรการทำเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษรวมถึงขั้นตอนการผลิตที่ประสานความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก ผู้ขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้รับรีไซเคิล
เอสซีจี จับมือ ดาว และ เอสซี แอสเสท ลงนามบันทึกข้อตกลงสร้างถนนพลาสติกรีไซเคิล ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

เอสซีจี จับมือ ดาว และ เอสซี แอสเสท ลงนามบันทึกข้อตกลงสร้างถนนพลาสติกรีไซเคิล ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

วันที่: 5 ธ.ค. 2561

กรุงเทพฯ – 4 ธันวาคม 2561 – เอสซีจี และ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ต่อยอดโครงการความร่วมมือทางเทคโนโลยีถนนพลาสติกรีไซเคิล หรือ Recycled Plastic Road จับมือ เอสซี แอสเสท พัฒนาถนนพลาสติกรีไซเคิล นำร่องอสังหาฯ ไทยรายแรกที่นำขยะพลาสติกมาสร้างมูลค่าและใช้ประโยชน์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือและลงนามบันทึกข้อตกลง ระหว่างภาคธุรกิจอสังหาฯกับ 2องค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมพลาสติก ว่า “เอสซี แอสเสทฯ มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้การเติบโตยั่งยืนใน 3 มิติหลัก ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการจัดการทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ดังนั้นการ co-create ร่วมกันของ 3 ฝ่าย ระหว่างเอสซี แอสเสทฯ กับ เอสซีจี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จึงเป็นการสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยโครงการถนนพลาสติกรีไซเคิล ที่ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงขบวนการรีไซเคิลที่นำขยะพลาสติกมาสร้างมูลค่าและใช้ประโยชน์ใหม่ ยังธุรกิจอสังหาฯ ครั้งแรกในไทย โดยผลที่ได้นอกจากทำให้ถนนมีความแข็งแรงขึ้น ในส่วนลูกค้าจะได้ร่วมลดปริมาณขยะพลาสติกผ่านโครงการนี้ไปพร้อมๆ กัน” ทางด้าน เอสซีจี โดย นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ Vice President Polyolefins and Vinyl Business ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาคุณค่าของทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน โดยเอสซีจีพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในผู้ขับเคลื่อน และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ที่ผ่านมาเอสซีจี ได้จัดงาน SD Symposium งานสัมมนาระดับโลกในประเทศไทย โดย เอสซี แอสเสทฯ เป็นหนึ่งในองค์กรที่เข้าร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำถนนพลาสติกรีไซเคิลตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน จนเกิดเป็นความร่วมมือในการสร้างถนนพลาสติกรีไซเคิลร่วมกัน ในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมในโครงการที่พักอาศัย นับเป็นโมเดลการจัดการขยะอย่างครบวงจรที่สร้างการมีส่วนร่วมจากครัวเรือนในสังคมเมืองที่น่าชื่นชม” นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า“ปัญหาขยะพลาสติกเป็นปัญหาระดับโลกดาวมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อหาโซลูชั่นที่สามารถนำมาใช้ได้จริงบนหลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อจัดการกับปัญหานี้อย่างยั่งยืน การทำถนนยางมะตอยจากพลาสติก เป็นอีกหนึ่งโซลูชั่นเพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ขยะพลาสติกพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของถนนยางมะตอย ซึ่งดาวได้ริเริ่มสร้างถนนยางมะตอยจากพลาสติกรีไซเคิล มาก่อนหน้านี้ในประเทศอินเดียและอินโดนีเซียรวมระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร จากความร่วมมือของทั้ง 3 ฝ่ายในครั้งนี้ จะสามารถผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนของพลาสติกในประเทศไทยเพื่อเป็นแนวทางการลดปริมาณพลาสติกที่ออกไปสู่ทะเลได้อย่างเป็นรูปธรรม” โครงการถนนพลาสติกรีไซเคิลเป็นหนึ่งในนวัตกรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เกิดจากความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างเอสซีจี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เพื่อสร้างคุณค่าให้กับพลาสติกใช้แล้ว ให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ ด้วยการนำพลาสติกใช้แล้วประมาณ 8-10% ไปผสมกับยางมะตอยเพื่อใช้ปูถนน ทำให้ถนนมีความแข็งแรงและทนทานต่อการกัดเซาะของน้ำมากขึ้นจากการทดสอบโดยภาควิชาวิศวกรรมโยธาคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ถนนยางมะตอยที่มีพลาสติกใช้แล้วเป็นส่วนประกอบมีคุณสมบัติแข็งแรงคงทนมากขึ้น 15% - 33%
เอสซีจีโชว์นวัตกรรมโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ ในงานประชุมพลังงานสะอาดแห่งเอเชีย ประเทศสิงคโปร์

เอสซีจีโชว์นวัตกรรมโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ ในงานประชุมพลังงานสะอาดแห่งเอเชีย ประเทศสิงคโปร์

วันที่: 15 พ.ย. 2561

กรุงเทพฯ – 15 พฤศจิกายน 2561 - ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี นำนวัตกรรม “โซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ” รูปแบบโซลูชั่นครบวงจรรายแรกของประเทศไทย ไปร่วมจัดแสดงภายในงาน Asia Clean Energy Summit Conference & Exhibition 2018 ณ ประเทศสิงค์โปร์ ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เอสซีจี ยังได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นวิทยากรเรื่อง The Importance of Material Properties and Design To Make The Solar Pontoon Durable บนเวทีเสวนา International Floating Solar Symposium โดยมี ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ R&D Director และ Emerging Business Director จากธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นตัวแทนร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ กล่าวว่า ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้พัฒนานวัตกรรมโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำในรูปแบบโซลูชั่นครบวงจร ซึ่งถือเป็นรายแรกของประเทศไทยที่ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ การติดตั้ง การขออนุญาต การต่อระบบไฟ และการดูแลบำรุงรักษา โดย เอสซีจี ได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพอลิเมอร์และการออกแบบด้านวัสดุศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ทั้งด้านการใช้งาน สิ่งแวดล้อม ลักษณะของพื้นที่ รวมถึงปัจจัยด้านภูมิอากาศ โดยเอสซีจีเลือกใช้วัสดุเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนเกรดพิเศษคุณภาพสูงที่มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 25 ปี มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งานกลางแจ้งและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถทนรังสียูวีและสภาพอากาศที่หลากหลาย ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของน้ำและสามารถรีไซเคิลได้ ควบคู่กับการออกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน ใช้พื้นที่น้อย สะดวกต่อการขนย้ายและติดตั้ง จึงทำให้นวัตกรรมโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำจากเอสซีจี มีความแข็งแรง ทนทานและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากองค์กรทั้งในและต่างประเทศ โดยงาน Asia Clean Energy Summit หรือ (ACES) ถือเป็นงานประชุมด้านพลังงานสะอาดระดับเอเชียที่สำคัญมาก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยรวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับพลังงานทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี นโยบาย การสนับสนุนการลงทุนทั้งจากภาครัฐ หรือสถาบันวิจัยชั้นนำต่าง ๆ ในประเทศสิงค์โปร์ โดยการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการรวมตัวของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา และมองหาโอกาสในการลงทุนเรื่องพลังงานทางเลือกในอนาคต อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.scgchemicals.com/th/products-services/technology-service-solutions/floating-solar-solution
13 Big Brothers ผนึกกำลังเพื่อมุ่งยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมเปิดตัว “ตลาดปันสุข@ระยอง”

13 Big Brothers ผนึกกำลังเพื่อมุ่งยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมเปิดตัว “ตลาดปันสุข@ระยอง”

วันที่: 12 พ.ย. 2561

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี นำโดยคุณพิบูลย์ ศิรินันทนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด ร่วมพิธีเปิด "ตลาดปันสุข เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาชุมชนคนระยอง" โดยมี คุณยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี และ คุณเดชา จาตุธนานันท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมเป็นเกียรติ ณ เซ็นทรัลพลาซ่า ระยอง "ตลาดปันสุข" เป็นหนึ่งในกิจกรรมของโครงการBig Brothersที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง เอสซีจี และ12หน่วยงานพันธมิตร ผนึกกำลังเพื่อมุ่งยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ผสมผสานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายให้ชุมชนนำผลิตภัณฑ์มาออกร้านที่เซ็นทรัลพลาซ่า ระยอง เป็นระยะเวลาเดือนละ4วัน เริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค. ปีนี้ โดยร้านค้าชุมชนจะแบ่งกำไรจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ มาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนจังหวัดระยองให้น่าอยู่ต่อไป
ดาว เคมิคอล จับมือ เอสซีจี พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสร้างถนนจากพลาสติกรีไซเคิล

ดาว เคมิคอล จับมือ เอสซีจี พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสร้างถนนจากพลาสติกรีไซเคิล

วันที่: 22 ต.ค. 2561

กรุงเทพฯ 9 กรกฎาคม 2561 –กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และ เอสซีจี ประกาศโครงการ “ความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีสำหรับถนนจากพลาสติกรีไซเคิล” เพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นส่วนประกอบในการทำถนนยางมะตอย โดยโครงการนี้จะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกในทะเลและในชุมชน รวมถึงคุณสมบัติของพลาสติกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของถนน พร้อมลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกจากการทำถนน ในปัจจุบัน ประเทศไทยติดอันดับ 6 ใน 192 ประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุดในโลก ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเผยว่า 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลของไทยมีปริมาณขยะประมาณ 11.5 ล้านตัน โดยในจำนวนนี้มีปริมาณขยะพลาสติกมากถึง 1.5 ล้านตัน[1] ดาว และ เอสซีจี ได้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพลาสติกรีไซเคิลเพื่อช่วยลดการรั่วไหลของพลาสติกในชุมชนสู่ทะเล โครงการนี้จะต่อยอดเป้าหมายพันธกิจด้านความยั่งยืน พ.ศ. 2568 ของดาว ที่จะพัฒนาเศรษฐหมุนเวียนด้วยการนำเสนอโซลูชั่นสำหรับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักในเรื่องการรีไซเคิล การนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ และสร้างบริบทเพื่อส่งเสริมธุรกิจที่ยั่งยืนสำหรับผู้ผลิตพลาสติกและลูกค้าของเรา “เป้าหมายความยั่งยืน พ.ศ. 2568 ของดาวจะสำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรที่มีเป้าประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อชุมชนและสังคมเฉกเช่นเดียวกับเรา” นายเจฟ วูสเตอร์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนของ ดาว เคมิคอล กล่าว “การร่วมมือกับ เอสซีจี เพื่อจะหาโซลูชั่นที่เพิ่มคุณค่าให้กับขยะพลาสติกโดยการนำไปใช้พัฒนาเป็นถนนครั้งนี้ ทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากพลาสติกได้อีกทางหนึ่ง” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดาว ได้ร่วมกับประเทศอินเดียและอินโดนีเซียจัดทำโครงการนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้ทำถนนยางมะตอย โดยในประเทศอินเดียนั้นได้สร้างถนนยางมะตอยจากพลาสติกรีไซเคิลในเมืองบังคาลอร์และเมืองปูเณ่รวมความยาว 40 กิโลเมตร ซึ่งใช้ขยะพลาสติกจำนวนกว่า 100 ตัน สำหรับประเทศอินโดนีเซียได้เริ่มสร้างถนนจากพลาสติกรีไซเคิลในเมืองเดป๊อคความยาวกว่า 2 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 9,781 ตารางเมตร จากขยะพลาสติกจำนวนกว่า 3.5 ตัน เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่พลาสติกที่จะถูกนำไปฝังกลบและลดการเล็ดลอดออกสู่ทะเล นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “ดาว ได้นำประสบการณ์และองค์ความรู้ที่เรามีจากการทำถนนยางมะตอยจากพลาสติกรีไซเคิลในประเทศต่าง ๆ มาร่วมกับความเชี่ยวชาญด้านพลาสติกของเอสซีจี เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการทำถนนยางมะตอยจากพลาสติกรีไซเคิลที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยโซลูชั่นนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมประเทศไทยไปสู่การเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy ได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี มุ่งมั่นที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศเพื่อทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืนเช่นเดียวกับความร่วมมือกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ในครั้งนี้ ที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา ซึ่งเอสซีจีให้ความสำคัญมาโดยตลอดเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนด้วยการสร้างคุณค่าให้กับพลาสติกที่หมดอายุ ให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ นับเป็นนวัตกรรมทางถนนเพื่อสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้คนได้อย่างแท้จริง [1]แหล่งข้อมูล กรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง http://www.dmcr.go.th/detailAll/13479/nws/87/
อมตะ-เอสซีจี-ดาว จับมือพัฒนาถนนพลาสติกรีไซเคิลเส้นแรกในนิคมฯอมตะซิตี้ชลบุรี เพิ่มมูลค่าขยะพลาสติก

อมตะ-เอสซีจี-ดาว จับมือพัฒนาถนนพลาสติกรีไซเคิลเส้นแรกในนิคมฯอมตะซิตี้ชลบุรี เพิ่มมูลค่าขยะพลาสติก

วันที่: 5 ต.ค. 2561

กรุงเทพฯ 4ตุลาคม 2561 –บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสร้างถนนพลาสติกรีไซเคิลเส้นแรกในนิคมอุตสาหกรรม ณ ต้นแบบเมืองอัจฉริยะอมตะซิตี้ชลบุรี ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าให้กับขยะพลาสติกตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยแก้ปัญหาการจัดการขยะภายในนิคมอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการตอบโจทย์นวัตกรรมถนนยางมะตอยที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในแต่ละปี ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 1.5 ล้านตันที่ยังไม่ได้ถูกจัดการอย่างถูกวิธี ซึ่งบางส่วนอาจถูกพัดออกสู่มหาสมุทร ส่งผลต่อระบบนิเวศ โครงการถนนพลาสติกรีไซเคิล ณ ต้นแบบเมืองอัจฉริยะอมตะซิตี้ โดยความร่วมมือทางเทคโนโลยีระหว่างเอสซีจี และ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย มุ่งหวังที่จะเป็นแบบอย่างในการจัดการขยะพลาสติกจากภาคอุตสาหกรรมและภาคชุมชนได้อย่างยั่งยืนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างคุณค่าให้กับพลาสติกใช้แล้ว นำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้คุ้มค่าและยั่งยืน โดยโครงการนี้วางแผนที่จะทำถนนพลาสติกรีไซเคิลในพื้นที่นิคมฯอมตะรวมทั้งสิ้น 2,600 ตารางเมตร และคาดว่าจะใช้จำนวนพลาสติกรีไซเคิลประมาณ 1.3 ตัน หรือเทียบเท่ากับถุงพลาสติก จำนวนประมาณ 1 แสนใบ โดยคาดว่าการก่อสร้างถนนพลาสติกรีไซเคิลในครั้งนี้จะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 จากการทดสอบโดยภาควิชาโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปรียบเทียบคุณสมบัติของถนนยางมะตอยซึ่งใช้พลาสติกรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบ กับถนนยางมะตอยทั่วไป พบว่าถนนยางมะตอยซึ่งมีพลาสติกรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบนั้นมีคุณสมบัติดีขึ้นทั้งในด้านการเพิ่มความแข็งแรงคงทน ประมาณร้อยละ 15-33 และการเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนประมาณร้อยละ 6 นายวิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาที่ดิน บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า ความร่วมมือ 3 ฝ่ายครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญในการนำพลาสติกรีไซเคิลมาเป็นส่วนประกอบของการสร้างถนนในพื้นที่นำร่องภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรีเพื่อสร้างต้นแบบเมืองอัจฉริยะ(สมาร์ทซิตี้)แห่งแรกของไทย ซึ่งการสร้างถนนจากพลาสติกรีไซเคิลนอกจากจะมีความแข็งแรงทนทานและประสิทธิภาพสูงกว่ายางมะตอยทั่วไปแล้ว ยังช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรมส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อันจะนำมาซึ่งการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ “เบื้องต้นจะมีการนำพลาสติกรีไซเคิลมาสร้างถนน 2 จุดในนิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี ซึ่งการดำเนินงานนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการตอบโจทย์ของสมาร์ทซิตี้ คือ Smart Environment ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่วางเป้าหมายสนับสนุนให้เกิดสมาร์ทซิตี้โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และถือเป็นถนนพลาสติกรีไซเคิลเส้นแรกในนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่จะนำขยะพลาสติกมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างถนนที่ใช้งานได้จริง และยังเป็นโครงการนำร่องที่จะดำเนินการในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป"นายวิวัฒน์กล่าว นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ Vice President - Polyolefin and Vinyl Business ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นแนวทางเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ให้ความสำคัญกับการรักษาคุณค่าของทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็น ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ธุรกิจ และประชาสังคม สำหรับความร่วมมือกับอมตะและดาว ในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งและมีอุดมการณ์เดียวกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงและยั่งยืน โดยเอสซีจีพร้อมที่จะร่วมมือและช่วยขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาถนนพลาสติกรีไซเคิล ณ นิคมฯ อมตะซิตี้ชลบุรี ให้เป็นถนนพลาสติกรีไซเคิลที่ใช้งานได้จริง และสามารถขยายโครงการนี้ต่อไปยังภาคส่วนอื่น ๆ ในอนาคต ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการลดปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “ดาว ได้ริเริ่มโครงการสร้างถนนยางมะตอยจากพลาสติกรีไซเคิลในประเทศอินเดียและอินโดนีเซียมาก่อนหน้านี้และได้รับความสำเร็จอย่างดีโดยมีระยะความยาวของถนนรวมกว่า 40 กิโลเมตร นอกจากถนนพลาสติกรีไซเคิลจะช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกได้อย่างยั่งยืนแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของถนนยางมะตอยอีกด้วย ซึ่งคุณสมบัติของพลาสติกจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานและกันการกัดเซาะของพื้นผิวถนนได้ดีขึ้น ด้วยความร่วมมือของทั้ง 3 ฝ่ายในครั้งนี้จะทำให้เราสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและรูปแบบการรีไซเคิลพลาสติกให้เหมาะสมสำหรับการทำถนนในประเทศไทยได้ดีมากยิ่งขึ้นเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งของการลดปริมาณะพลาสติกที่ออกไปสู่ทะเลได้อย่างเป็นรูปธรรม” เกี่ยวกับบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัทอมตะคอร์ปอเรชันจำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2532 โดยนายวิกรมกรมดิษฐ์ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครั้งแรกในปีพ.ศ. 2540 บริษัทอมตะเป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีลูกค้าชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 1,200 ราย ภายใต้แนวคิด "POSSIBILITIES HAPPEN" ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2532 ปัจจุบันอมตะดำเนินการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยทั้งหมด 2 แห่งได้แก่ อมตะซิตี้ชลบุรี (เดิมชื่อ อมตะนคร) และอมตะซิตี้ระยอง ซึ่งทั้งสองนิคมตั้งอยู่ในพื้นที่ของโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC: Eastern Economic Corridor) เกี่ยวกับ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึง ขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลักทั้ง 3 ประเภท คือ พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน และพอลิไวนิลคลอไรด์ เอสซีจี ยังมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products and Services หรือ HVA) เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย เกี่ยวกับ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เป็นบริษัทชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย ประกอบไปด้วย กลุ่มบริษัท ดาว เคมิคอล ประเทศไทย รวมถึงกลุ่มบริษัทร่วมทุน เอสซีจี-ดาว ทั้งนี้ ดาว ประเทศไทย นับเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของดาวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นผู้นำในด้านการนำเข้าเคมีภัณฑ์สำหรับภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่หลากหลาย อาทิ บรรจุภัณฑ์ การคมนาคมขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์ การแพทย์ และสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือและเครือข่ายเพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งต่อธุรกิจและสังคม