สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้การรับรองสองบริษัทนำร่องในเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นต้นแบบโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศแห่งแรกของไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้การรับรองสองบริษัทนำร่องในเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นต้นแบบโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศแห่งแรกของไทย

วันที่: 17 ต.ค. 2557

เอสซีจี เคมิคอลส์ ย้ำความเป็นโรงงานต้นแบบอุตสากรรมเชิงนิเวศ โดยสองโรงงานนำร่องในกลุ่ม เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้แก่ บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด และ บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ได้รับรองเป็นโรงงานต้นแบบอุตสากรรมเชิงนิเวศสองแห่งแรกในประเทศไทย จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้มอบ

พร้อมกันนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ มีแผนพัฒนาอีก 11 โรงงานในมาบตาพุดให้เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศทั้งหมดภายในปี 2558 ตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องกับแผนดำเนินงานของสมาคมเพื่อนชุมชนที่ต้องการยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมในมาบตาพุดให้เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

บุคคลในภาพเรียงจากซ้าย : ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม, นายสมชาย หวังวัฒนาพาณิชผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-ปฏิบัติการบริษัท เอสซีจี เคมิคอลล์ จำกัด, นายอภิชัย เจริญสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด, ดร.อรรชกา สีบุญเรืองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม,นายสุพันธุ์ มงคลสุธีประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายพลชม จันทร์อุไรกรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด และ นายชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลล์ จำกัด

Emisspro คว้ารางวัลดีเด่นด้านพลังงานสร้างสรรค์ในงาน Thailand Energy Awards 2014

Emisspro คว้ารางวัลดีเด่นด้านพลังงานสร้างสรรค์ในงาน Thailand Energy Awards 2014

วันที่: 22 ส.ค. 2557

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมอบรางวัล "ดีเด่น" ด้านพลังงานสร้างสรรค์ แก่ นายนิวัฒน์ อธิวัฒนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เท็กซ์พลอร์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ จากผลงานนวัตกรรมสารเคลือบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานสำหรับเตาเผาอุตสาหกรรม (emisspro®) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในงาน Thailand Energy Awards 2014 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นวัตกรรม emisspro® เป็นสารเคลือบเตาเผาที่พัฒนาขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยและเป็นรายเดียวในอาเซียน จากการศึกษาวิจัยร่วมกัน ระหว่างบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด และบริษัท สยามอุตสาหกรรม วัสดุทนไฟ จำกัด ในเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ที่นำความรู้และ ความเชี่ยวชาญมาพัฒนาสารเคลือบให้มีประสิทธิภาพการดูดซับและการปลดปล่อยรังสีความร้อนที่ได้จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในเตาเผา และมีความสามารถในการยึดเกาะกับพื้นผิววัสดุทนไฟในโครงสร้างของเตาเผา มีความแข็งแรงที่อุณหภูมิสูง ทนต่อสารเคมีและการขัดถู ตลอดจนทนต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่เกิดขึ้นจากสภาพการใช้งานจริง ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานออกสู่ชั้นบรรยากาศ
เอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) ธุรกิจปิโตรเคมีรายแรกของไทย

เอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) ธุรกิจปิโตรเคมีรายแรกของไทย

วันที่: 21 ก.ค. 2557

เอสซีจี เคมิคอลส์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ โดยนายสมชาย หวังวัฒนาพานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่–ปฏิบัติการ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 5 (Green Industry Level 5) เครือข่ายสีเขียว (Green Network) จากกระทรวงอุตสาหกรรมนับเป็นโรงงานปิโตรเคมีรายแรกที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยมี ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้มอบ ทั้งนี้ บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้นำนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการบริหารจัดการโรงงาน ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายสีเขียวที่ยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมทั้งซัพพลายเออร์ และลูกค้า พร้อมนำหลักการ Eco Symbiosis หรือ หลักการพึ่งพาอาศัยกันมาปรับใช้กับการจัดการของเสียของโรงงานร่วมกับคู่ค้าคู่ธุรกิจ เพื่อส่งเสริมให้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เกิดเป็นเครือข่ายการใช้ทรัพยากรร่วมกันแบบพึ่งพา นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมกับชุมชมและสังคมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
เอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัล Design Excellence Award

เอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัล Design Excellence Award

วันที่: 8 ก.ค. 2557

เอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัล Design Excellence Award จากการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารญี่ปุ่นเบนโต๊ะเซ็ท โดยนายคณาวุฒิ วีรไวทยะ (ขวา) นักออกแบบหน่วยงาน Design Catalyst ในเอสซีจี เคมิคอลส์ รับรางวัล Design Excellence Award หรือ DEmark กลุ่มบรรจุภัณฑ์สินค้าอาหารและบรรจุภัณฑ์ สุขภาพ และ ความงามดีเด่น จากผลงานการออกแบบ Bento Set Delivery บรรจุภัณฑ์อาหารเดลิเวรี่ของร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ โดยรับมอบจากนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค (กลาง) อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยมี ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ (ซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการ ส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ร่วมแสดงความยินดี สำหรับแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารญี่ปุ่นเบนโตะเซ็ทที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ นักออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นสายของดอกซากุระที่สะท้อนวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น ผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกเม็ดพลาสติกให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าที่ต้องการความแข็งแรง ช่วยลดขั้นตอนการบรรจุอาหาร ทำให้สะดวกรวดเร็วมากขึ้นสามารถบรรจุอาหารได้หลายช่อง และฝาปิดสนิท ทำให้อาหารไม่หกออกจากบรรจุภัณฑ์ระหว่างการจัดส่ง เยี่ยมชมเวปไซต์ Design Catalyst by SCG Chemicals ได้ที่www.design-catalyst.comและเฟสบุ๊คwww.facebook.com/DesignCatalyst
หาดงามตา...ปลากลับบ้าน

หาดงามตา...ปลากลับบ้าน

วันที่: 8 ก.ค. 2557

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างยั่งยืน เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงริเริ่มโครงการ 'หาดงามตาปลากลับบ้าน' ด้วยการประยุกต์ท่อพีอี 100 ที่เหลือจากกระบวนการทดสอบเม็ดพลาสติกโพลิเอททีลีน มาสร้างบ้านปลาจำลอง เพื่อให้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์เล็กไปจนถึงเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆใต้ท้องทะเล รวมถึงเพิ่มแหล่งทำประมงพื้นบ้านเพื่อต่อยอดการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยมีพนักงาน เอสซีจีเคมิคอลส์ กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน และหน่วยจิตอาสาในพื้นที่ร่วมกันประกอบและติดตั้งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2555 ณ ต.แกลงกะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง พีอี100…จากท่อส่งน้ำสู่บ้านปลาจำลอง ท่อพีอี หรือ Polyethylene Pipe (PE) ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลิเอททีลีน เป็นท่อที่ใช้ส่งน้ำดื่ม โดยผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยจากสถาบัน VTT ประเทศฟินแลนด์ และสถาบันอื่นๆ ทั่วโลกว่าไม่มีสารเคมีปนเปื้อนออกมาในน้ำดื่มและน้ำทะเล และมีอายุการใช้งานถึง 100 ปี การนำท่อพีอี 100 ที่เหลือจากการบวนการผลิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำมาประดิษฐ์เป็นบ้านปลานอกจากจะลดการสูญเสียพลังงานในการกำจัดทิ้งแล้วยังไม่ก่อพิษและไม่สร้างภัยใดๆให้กับสิ่งแวดล้อมทางทะเลอีกด้วย บ้านปลาจำลองใช้ท่อพีอีขนาด 110 มม. และ 250 มม. มาเชื่อมต่อเป็นรูปทรงปิรามิดขนาดพื้นที่ประมาณ2 ตารางเมตรจำนวน 100 หลังโดยเลือกวางบ้านปลาในตำแหน่งที่เหมาะสมในทะเลจังหวัดระยองหลังจากนี้จะมีการศึกษาและเก็บข้อมูลสถิติของสิ่งมีชีวิตในทะเลทุกๆ3 เดือนมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมปี 2556 ไม่ใช่แค่บ้านปลาแต่คือบ้านของทุกคน "วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้มีสามข้อ อย่างแรกคือ 1. คืนความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลเราหวังว่าเมื่อปล่อยบ้านปลาไปแล้วก็จะมีปลาเข้ามาอยู่อาศัยเป็นการเพิ่มจำนวนทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล 2. สองเป็นการสร้างอาชีพทำรายได้ให้ชุมชนชาวประมงพื้นบ้านที่นี่ 3. ตอบโจทย์ของ'เอสซีจีเคมิคอลส์รักษ์สิ่งแวดล้อม' ถ้าเราไม่เอาท่อเหล่านี้มาทำบ้านปลาก็ต้องนำไปรีไซเคิลซึ่งต้องสูญเสียพลังงานในการทำลาย" 'การมีส่วนร่วม' และ'ความยั่งยืน' คือหัวใจหลักในการทำงานด้าน CSR นอกจากรู้สึกภาคภูมิใจที่โครงการนี้ดำเนินไปตามวัตถุประสงค์หลักทั้งสามข้อแล้ว ยังสามารถทำให้ชาวประมงเรือเล็กในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่แรกเริ่ม "ชาวประมงที่นี่ต้องประกอบบ้านปลาเองเพื่อเน้นการมีส่วนร่วมในกิจกรรม บริษัทไม่ได้ทำบ้านปลาสำเร็จรูปมามอบให้เลย แต่ได้นำพนักงานจิตอาสามาช่วยกันประกอบบ้านปลากับชุมชน ร่วมแก้ปัญหา รวมถึงนำไปปล่อยทะเลเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน" หากท้องทะเลมีสัตว์ทะเลอุดมสมบูรณ์ นั่นย่อมหมายถึงหลักประกันความอยู่ดีมีกิน หากทุกคนตระหนักได้ว่าบ้านของปลาคือบ้านของตัวเองย่อมจะต้องดูแลรักษาไม่ทำลายล้างเพื่อจะได้อาศัย 'บ้าน' หลังนี้ประคองชีพไปอย่างยั่งยืน
ชุมชนต้นแบบ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน Eco-Community

ชุมชนต้นแบบ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน Eco-Community

วันที่: 3 ก.ค. 2557

นอกเหนือจากการเป็นโรงงานสีเขียวหรือ Eco Factory แล้ว เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังเห็นความ สำคัญของการมีส่วนร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เพราะสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญและส่งผลถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทำให้ชีวิตคนในชุมชนมีคุณภาพและยังส่งผลไปถึงการอยู่ร่วมกันได้ อย่างมีความสุขระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชน ด้วยแนวคิดนี้เอง เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงทำโครงการ "ชุมชนต้นแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม" ขึ้นมา โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมควบคุมมลพิษ และเทศบาลเมืองมาบตาพุด เพื่อส่งเสริมให้สังคมในจังหวัดระยองมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีในระดับชุมชน โดยคัดเลือกชุมชนต้นแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมในจังหวัดระยองที่โดดเด่นด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี "ปัจจุบัน เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้คัดเลือกชุมชนต้นแบบเข้าร่วมโครงการฯทั้งหมด 17 ชุมชน แต่ละชุมชนโดดเด่นด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน ในจำนวนนี้มีชุมชนในเขตมาบตาพุด 6 ชุมชน ซึ่งชุมชนห้วยโป่งใน-สะพานน้ำท่วมเป็นต้นแบบแห่งแรกเพราะมีความพร้อมด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมคนในชุมชนให้ความสนใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ และได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อมไปบ้างแล้วจึงสามารถพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้กับชุมชนอื่นๆต่อไปได้" แนวคิดหลักที่ชุมชนต้นแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมวางไว้ คือ การจัดการสิ่งแวดล้อม 4 เรื่องได้แก่ การสร้างพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะรีไซเคิล การจัดการน้ำเสีย และการทำก๊าซชีวภาพใช้เอง โดย เอสซีจี เคมิคอลส์ และภาครัฐมีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างกระบวนการที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนทั้งด้านคุณภาพชีวิตและรายได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนในชุมชนเข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนอย่างที่ชุมชนห้วยโป่งใน-สะพานน้ำท่วม ได้ทำโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และธนาคารขยะจนประสบความสำเร็จมาระดับหนึ่งด้วยความร่วมมือของคนในชุมชน ซึ่งชุมชนต้นแบบในโครงการฯ ที่น่าสนใจยังมีอีกหลายแห่ง เช่น ชุมชนรอบเขายายดา ร่วมเป็นชุมชนต้นแบบด้านการสร้างฝายชะลอน้ำซึ่ง เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้สนับสนุนการสร้างฝายชะลอน้ำจำนวน 5,000 ฝายมาตั้งแต่ปี 2553 ส่งผลให้ทุกวันนี้ ชาวสวนผลไม้ของจังหวัดระยองมีน้ำใช้ตลอดปี อีกชุมชนในเขตตำบลสองสลึง เป็นทั้งต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมแบบพึ่งพาตนเอง และการจัดการทรัพยากรตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง "ความรับผิดชอบต่อสังคม" เป็นหนึ่งในอุดมการณ์ 4 ที่เอสซีจี เคมิคอลส์ ยึดมั่นมาโดยตลอด และส่งเสริมพนักงานทุกระดับรวมไปจนถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจให้เกิดจิตสำนึกสาธารณะเช่นเดียวกัน "เราทำเพื่อชุมชน เพราะคิดว่าชุมชนเป็นเหมือนเพื่อนบ้าน ถ้าเพื่อนบ้านเราดี มีสิ่งแวดล้อมที่ดี บริษัทก็จะสามารถดำเนินธุรกิจด้วยความราบรื่น ถ้าไม่คิดแค่แสวงหากำไร หรือใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างเดียว แต่ตอบแทนกลับคืนให้ชุมชน อย่างที่ผ่านมาเราให้ทุนการศึกษา จัดกิจกรรมกีฬา หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ สนับสนุนสินค้า ร้านค้าชุมชน และอีกหลายกิจกรรม โดยเฉพาะให้การสนับสนุนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ก็จะทำให้อุตสาหกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน แต่หัวใจหลักคือ ต้องมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานรัฐ องค์กรธุรกิจ และชาวบ้าน ที่ต้อง เชื่อใจ ไว้ใจ และรักษาคำพูด ก็จะทำให้เราสามารถดูแลกันได้เหมือนคนในครอบครัว" จากองค์กรไปสู่ชุมชน จากชุมชนต้นแบบขยายไปสู่ชุมชนอีกนับพัน นับหมื่นในอนาคต จิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ก็จะถูกร้อยรักษ์ให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน
รู้เรื่องเม็ดพลาสติกที่ได้มาตรฐานสำหรับท่อน้ำประปา

รู้เรื่องเม็ดพลาสติกที่ได้มาตรฐานสำหรับท่อน้ำประปา

วันที่: 18 มิ.ย. 2557

บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกชั้นนำของประเทศไทย ได้รับเกียรติจาก นางรัตนา กิจวรรณ ผู้ว่าการ การประปาส่วนภูมิภาค เพื่อมาให้ความรู้เรื่องท่อประปาในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องโพลิเอททีลีนคอมพาวด์สำหรับผลิตท่อน้ำดื่มตามมาตรฐานมอก.2559-2554 เพื่อยกระดับมาตรฐานสาธารณูปโภคด้านการประปาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการและ การบรรยายในหัวข้อ "พีอี คอมพาวด์ คุณภาพผ่านมาตรฐานสำหรับท่อน้ำดื่ม" ในงานวันประปาวิชาการ'57 ที่ผ่านมา