“เอสซีจี พีพี เมลต์โบลน” นวัตกรรมเม็ดพลาสติกมูลค่าเพิ่มสูง ยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ เพิ่มการปกป้องทุกชีวิตในสังคม

วันที่: 5 พ.ค. 2564

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึงใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นภายในองค์กรและจากความร่วมมือผ่านเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อนำมาสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นกับทุกคนในสังคม

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้ก็เช่นกัน ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ยังคงขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมอย่างแข็งขัน โดยล่าสุดได้เปิดตัว เอสซีจี พีพี เมลต์โบลน (SCG PP Melt-Blown) เม็ดพลาสติกมูลค่าเพิ่มสูงเพื่อใช้ผลิตผ้าเมลต์โบลน (Melt-blown Fabrics) สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลเป็นรายแรกในอาเซียน

มาตรฐานสากล รายแรกของภูมิภาค
พลาสติกเป็นหนึ่งในวัสดุทดแทนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สำหรับทางการแพทย์เองก็มี Medical Grade Plastic ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานในด้านนี้ได้อย่างปลอดภัย โดยเม็ดพลาสติกเพื่อใช้ทางการแพทย์จะต้องผ่านมาตรฐานสำคัญ 2 มาตรฐาน คือ ISO 13485 และ ISO 14971 

อุปสงค์ของเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทั่วโลก ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เมื่อปลายปี 2562 โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย (Surgical face mask) ที่ในสถานการณ์ปกติมีความต้องการหน้ากากอนามัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 28 ล้านชิ้นต่อวัน แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าว ทำให้มีรายงานถึงความเป็นไปได้ที่ความต้องการหน้ากากอนามัยจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 12 ล้านชิ้นต่อวัน ในส่วนของประเทศไทย ข้อมูลจากกรมการค้าภายในระบุว่า ในภาวะปกติความต้องการใช้หน้ากากอนามัยของไทยอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 ล้านชิ้นต่อเดือน แต่จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น 5 เท่า มีความต้องการประมาณ 200 ล้านชิ้นต่อเดือน

สำหรับ เอสซีจี พีพี เมลต์โบลน (SCG PP Melt-Blown) นี้ เป็นเม็ดพลาสติกมูลค่าเพิ่มสูงที่สามารถใช้ผลิตเป็นผ้าเมลต์โบลน (Melt-blown Fabrics) สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์ นวัตกรรมดังกล่าวผ่านการทดสอบโดยสถาบันชั้นนำ ขณะนี้กำลังพัฒนาเป็นผ้าเมลต์โบลนร่วมกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมการแพทย์ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ใช้งานที่สวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำเพื่อป้องกันเชื้อโรค รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก

นวัตกรรมเม็ดพลาสติกเพื่อการปกป้อง
เอสซีจี พีพี เมลต์โบลน (SCG PP Melt-Blown) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นเม็ดพลาสติกเม็ดพลาสติกมูลค่าเพิ่มสูง ที่สามารถนำมาใช้ผลิตแผ่นกรองหน้ากากอนามัย นิยมใช้ผ้าชนิด เมลต์โบลน นอนวูฟเวนส์ (Melt-blown Nonwovens) ซึ่งเป็นนอนวูฟเวนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีการขึ้นรูปเส้นใยจากเม็ดพลาสติกโดยตรง เส้นใยดังกล่าวจะมีลักษณะเล็กในระดับนาโนเมตรไมโครเมตร ด้วยคุณสมบัติพิเศษดังกล่าวจึงมักถูกนำมาใช้ในงานกรองต่าง ๆ ได้แก่ ไส้กรอง ฉนวน และแผ่นกรองในหน้ากากอนามัย

ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข การผลิตหรือนำเข้าหน้ากากอนามัย จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หน้ากากอนามัยใช้ครั้งเดียว (มาตรฐาน เลขที่ มอก. 2424-2562) โดยหน้ากากอนามัยแบบทั่วไป จะต้องมีประสิทธิภาพในการกรองและดักจับแบคทีเรียขนาด 3 ไมครอน (Bacterial Filtration Efficiency: BFE) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95

สำหรับนวัตกรรมเม็ดพลาสติก เอสซีจี พีพี เมลต์โบลน (SCG PP Melt-Blown) นี้ ผ่านการทดสอบและการรับรองจากสถาบันชั้นนำว่าสามารถนำมาผลิตเป็นเส้นใยขนาดเล็กได้ถึง 1-5 ไมครอน เพื่อกรองอนุภาคขนาดเล็ก เช่น ฝุ่น PM 2.5 และเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า 95% ตามมาตรฐานสากล โดยมีค่าที่เป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (BFE ≥ 95% และ PFE ≥ 95%)

ส่งเสริมพลวัตรทางเศรษฐกิจ
นอกจากจะใช้เป็นวัสดุสำหรับการผลิตชั้นฟิลเตอร์ที่ดักจับเชื้อแบคทีเรียและกรองฝุ่นละอองได้แล้ว เม็ดพลาสติก เอสซีจี พีพี เมลต์โบลน (SCG PP Melt-Blown) ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกที่ใช้สำหรับการผลิตหน้ากากอนามัย แก้ปัญหาการขาดแคลนวัสดุผลิตหน้ากากอนามัยให้กับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนเข้าถึงอุปกรณ์การแพทย์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมศักยภาพให้กับระบบสาธารณสุขของประเทศ ที่สำคัญก็คือถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมผลิตหน้ากากอนามัยของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เราขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDGs ในเป้าหมายที่ 3 ได้แก่ การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเราเล็งเห็นว่าวัสดุพลาสติกเป็นวัสดุทดแทนที่สำคัญ และจำเป็นอย่างมากในการผลิตอุปกรณ์การแพทย์ สร้างประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมและสังคม ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติก และอุปกรณ์การแพทย์จากต่างประเทศ ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนเข้าถึงอุปกรณ์การแพทย์ได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น” นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าว