SCG CHEMICALS X BRÜCKNER: นวัตกรรมเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE Resin) จากเทคโนโลยี SMX™ สำหรับฟิล์มดึงยืดสองทิศทาง (BOPE Film)

SCG CHEMICALS X BRÜCKNER: นวัตกรรมเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE Resin) จากเทคโนโลยี SMX™ สำหรับฟิล์มดึงยืดสองทิศทาง (BOPE Film)

วันที่: 20 ธ.ค. 2564

เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้พัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนภายใต้แบรนด์ SCG GREEN POLYMERTM และเป็นรายแรกในเอเชียที่สามารถผลิตเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE resin) แบบแข็งแรงพิเศษ สำหรับฟิล์มดึงยืดสองทิศทาง (Biaxial Oriented Polyethylene หรือ BOPE film) ได้ ช่วยให้ฟิล์มที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าฟิล์มในท้องตลาดทั่วไป และการพัฒนาพลาสติกเกรดพิเศษนี้ เป็นไปได้อย่างดีด้วยความร่วมมือของคู่ธุรกิจคนสำคัญอย่าง Brückner ผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตเครื่องจักรแบบดึงยืดสองทิศทางจากเยอรมนี ที่สามารถขึ้นรูปเม็ดพลาสติก HDPE จากเอสซีจี เคมิคอลส์ ให้กลายเป็น BOPE film ที่มีค่าความฝ้ามัว (Haze) และ การหดตัวจากความร้อน (Thermal Shrinkage) ต่ำ เพื่อไปใช้ในบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวที่ทำมาจากพลาสติกชนิดเดียว (Mono-Material Packaging) คุณ นิวัฒน์ อธิวัฒนานนท์ Chief Technology Officer – Polyolefins and Vinyl จากเอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า “ทางเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี SMXTM ที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพของเม็ดพลาสติกให้สามารถใช้ผลิต BOPE film ที่ง่ายต่อการขึ้นรูปสินค้า ทั้งในกระบวนการพิมพ์ การเคลือบ และการบรรจุ เพื่อทดแทนการใช้ BOPET film หรือ BOPA (Nylon) film ได้ เพื่อที่สุดท้ายจะได้เป็นบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวจากวัสดุประเภทเดียว (Mono-Material Packaging) ที่จะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” คุณ Sebastian Ruhland, Senior Sales Manager จาก Brückner Maschinenbau กล่าวว่า “เม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงจากเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ผ่านการทดสอบในการขึ้นรูปแบบดึงยืดสองทิศทางที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของ Brückner ประเทศเยอรมนีเรียบร้อยแล้ว และพบว่าสามารถนำไปใช้งานในสายการผลิตได้อย่างราบรื่น” คุณ Xaver Sedlmeier, Chief Representative จาก Brückner Far East กล่าวว่า “ผลการทดสอบของเม็ดพลาสติก พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงจากเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ทาง Brückner รู้สึกดีใจและขอแสดงความยินดีกับการพัฒนาสินค้าในครั้งนี้ ซึ่งจะส่งผลให้การใช้บรรจุภัณฑ์ที่มาจากวัสดุเพียงชนิดเดียว หรือ Mono-Material Packaging เป็นที่ยอมรับในแง่ของการใช้งานและความสามารถในการนำไปรีไซเคิลได้ ฟิล์มที่ผลิตจากพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงของเอสซีจี เคมิคอลส์ นี้สามารถนำไปใช้ได้ในบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ถุงน้ำยาซักผ้า ถุงน้ำยาล้างจาน หรือแม้กระทั่งบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าประเภทอาหาร เช่น ถุงอาหารสด และถุงอาหารแห้ง” คุณนิวัฒน์ อธิวัฒนานนท์ Chief Technology Officer – Polyolefins and Vinyl จากเอสซีจี เคมิคอลส์ เสริมว่า “เทคโนโลยี SMXTM ของเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดในการใช้วัสดุเพียงชนิดเดียวในโครงสร้างบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัว ซึ่งหนึ่งในแกนหลักสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ของเอสซีจี เคมิคอลส์ ก็คือ Ideas to Products Center (i2P) ที่เรามีการลงทุนทั้งในด้านกำลังคน เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มอัตราเร่งในการพัฒนาสินค้า โดยเฉพาะในหมวดบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์ ก็มีความพร้อมที่จะพัฒนาโซลูชันสำหรับ Mono-Material ร่วมกับคู่ค้าเพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการที่หลากหลายต่อไปเพิ่มประสิทธิภาพในการร่วมมือคิดค้นพัฒนากับคู่ค้าของเรา” หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ ffoodbev_pkg@scg.com
5 นวัตกรรมลดโลกร้อน “เปลี่ยนโลกที่มีให้ดีขึ้น” โดย เอสซีจี เคมิคอลส์

5 นวัตกรรมลดโลกร้อน “เปลี่ยนโลกที่มีให้ดีขึ้น” โดย เอสซีจี เคมิคอลส์

วันที่: 23 พ.ย. 2564

รายงานฉบับล่าสุดของIPCC หรือ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change)ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในระดับโลกเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะเป็นความร่วมมือระหว่าง สหประชาชาติ (United Nation: UN) องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) และนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำสาขาต่างๆ ที่ช่วยกันทบทวน สรุปและสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับการตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์นับหมื่นชิ้นจากทั่วโลก จนออกมาเป็นรายงานการประเมิน (Assessment Report) ระดับโลกที่มีความแม่นยำและมีความน่าเชื่อถือสูงมาก ระบุว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) คือ ประเด็นทางสิ่งแวดล้อมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพชีวิต และการเติบโตทางเศรษฐกิจ” เอสซีจี เคมิคอลส์ ในฐานะผู้ผลิตเคมีภัณฑ์แบบครบวงจรและผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชั้นนำของภูมิภาค จึงได้มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลาสติก ที่มีคุณสมบัติตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่ามากที่สุด และที่สำคัญช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และทำให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกอบกู้โลกได้ ไฮไลต์ที่น่าสนใจทั้ง 5 มีดังต่อไปนี้ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การรีไซเคิล” เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือ High Quality Post-Consumer Recycled Resin (PCR)เป็นหนึ่งในนวัตกรรมภายใต้โซลูชัน “การรีไซเคิล” ด้วยสูตรเฉพาะของเอสซีจี เคมิคอลส์ และเครือข่ายในการรวบรวมพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือน ทำให้สามารถเปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้ให้กลายเป็นเม็ดพลาสติก PCR ชนิด HDPE คุณภาพสูงได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปสู่แหล่งที่มาของขยะที่ถูกนำมาใช้ได้ สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลกอย่าง Global Recycle Standard (GRS) นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ทดแทนเม็ดพลาสติกใหม่ได้ตั้งแต่ 25–100% ตอบโจทย์นโยบายความยั่งยืนของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าเม็ดพลาสติกทั่วไป และยังช่วยลดการเผาขยะเพื่อกำจัดอีกด้วย เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การลดใช้ทรัพยากร” SMXTMTechnologyคือ เทคโนโลยีการผลิตพอลิเมอร์ชั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดย เอสซีจี เคมิคอลส์ โดยมีแนวคิดการออกแบบเม็ดพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยทำให้เม็ดพลาสติก HDPE มีคุณภาพสูง ทั้งด้านความแข็งแรง และความเหนียวแน่น เมื่อนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผู้ผลิตจึงใช้ปริมาณเม็ดพลาสติกน้อยลง ส่งผลให้ใช้พลังงานในการกระบวนการผลิตลดลง นอกจากนี้ ยังทำให้สินค้าปลายทางมีน้ำหนักเบาลงด้วย จึงช่วยลดการใช้พลังงานในการขนส่งอีกต่อหนึ่ง เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การใช้พลังงานสะอาด” นวัตกรรมทุ่นลอยน้ำสำหรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นผิวน้ำ หรือที่เรียกว่าSCG Floating Solar Solutionsเอสซีจี เคมิคอลส์ คิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์พลังงานสะอาด สามารถรองรับการผลิตกระแสไฟฟ้าในระดับกลางจนถึงระดับใหญ่ มีจุดเด่นที่การออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยตัวทุ่นผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษที่มี UV stabilizer ทนทานต่อแสงแดด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากการติดตั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำกว่า 34 โครงการ สามารถสร้างกำลังการผลิตไฟฟ้า รวมถึง 37.9 เมกะวัตต์ (MWp) ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 26,530 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 18,192 ไร่ (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564) เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การจัดการขยะแบบครบวงจร” “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ”คือ โมเดลการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ซึ่งต่อยอดจากบางซื่อโมเดลโมเดลการจัดการขยะภายในเอสซีจี สำนักงานใหญ่ มาสู่การบริหารจัดการขยะในชุมชน จ.ระยอง ขับเคลื่อนผ่าน “บ-ว-ร” ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อน Eco Community และเชื่อมต่อกับ “ธนาคารขยะชุมชน” เพื่อให้เกิดการบูรณาการทั้งระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการช่วงต้นปี 2562 จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2564) สามารถนำขยะรีไซเคิลเข้าสู่ระบบแล้วกว่า 166 ตัน เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 125 ตัน เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัล” การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือAI Supervisory for Energy Analyticsโดยนำมาใช้ตรวจสอบการทำงานที่ผิดปกติของเครื่องจักร ทำให้สามารถคาดการณ์ความผิดปกติได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยง และสามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ สามารถลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต และไม่สูญเสียพลังงานโดยไม่เกิดประโยชน์ จากการทดสอบติดตั้งเทคโนโลยีในหน่วยการผลิตย่อย สามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 19,430 กิกะจูลต่อปี หรือเทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 806 ตันต่อปี ตามความมุ่งมั่นที่เอสซีจี เคมิคอลส์จะพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง ESG และ SDGs อย่างเป็นรูปธรรม เราจึงใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเราพร้อมที่จะร่วมกันขับเคลื่อนและลงมือปรับเปลี่ยน พร้อมสร้างสรรค์แนวทางที่จะช่วยรักษาสมดุลของโลกใบนี้ให้เกิดขึ้นต่อไปอย่างยั่งยืน ติดตาม 5 นวัตกรรมลดโลกร้อน “เปลี่ยนโลกที่มีให้ดีขึ้น” โดย เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ที่https://bit.ly/3C7atQ7​
ESG กับ เอสซีจี เคมิคอลส์ “เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมยั่งยืน ด้วยการบริหารที่โปร่งใส”

ESG กับ เอสซีจี เคมิคอลส์ “เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมยั่งยืน ด้วยการบริหารที่โปร่งใส”

วันที่: 23 พ.ย. 2564

จากความมุ่งมั่นสู่การเป็น “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” (Chemicals Business for Sustainability)” เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก เรายังบูรณาแนวทาง ESG ที่ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบ 3 ด้าน ได้แก่สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG)เข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น แนวทาง ESG ที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ใช้เป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจ ช่วยสะท้อนว่าธุรกิจมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีและบริหารงานอย่างโปร่งใส จัดการความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย มีศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว E for Environmental “เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี” ความตระหนักต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม คือนโยบายที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ดำเนินการมาโดยตลอดผ่านหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเราได้ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าสูงสุด ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและการเกิดของเสีย ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทั้งกระบวนการผลิต และตลอดห่วงโซ่คุณค่า นอกจากนี้ เรายังยกระดับการดำเนินธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการพัฒนานวัตกรรมพลาสติก โดยหนึ่งในผลิตผลสำคัญจากความมุ่งมั่นดังกล่าว ก็คือSCG GREEN POLYMER™โซลูชันนวัตกรรมพลาสติกที่ได้รับการออกแบบให้ช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติก (Reduce) การออกแบบพลาสติกและโซลูชันที่ช่วยให้รีไซเคิลได้ง่าย โดยยังคงคุณสมบัติตั้งต้นไว้อย่างครบถ้วน (Recyclable) การนำพลาสติกใช้แล้วหมุนเวียนกลับมาผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับธุรกิจปิโตรเคมี (Recycle) ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน อย่างนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ (Renewable) ตลอดจนพัฒนาสินค้าให้ได้รับการรับรองSCG Green Choiceซึ่งเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เห็นความสำคัญของสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานสินค้า S for Social “สังคมยั่งยืน” เอสซีจี เคมิคอลส์ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม เราให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย ของพนักงานและคู่ธุรกิจ โดยเริ่มต้นจากภายในองค์กรที่มุ่งสู่ Zero Accident และสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน ภายใต้โครงการ The Lifesaver หรือผู้พิทักษ์ชีวิต นอกจากนี้เรายังขยายผลโครงการรณรงค์ด้านความปลอดภัยจากภายในสู่ภายนอกองค์กร โดยมุ่งเน้นที่ชุมชนรอบโรงงาน ซึ่งมีตัวอย่างสำคัญได้แก่ โครงการ The Lifesaver in School ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการปีละ 1,250 คน รวมทั้ง The Lifesaver in Community มีชุมชนเข้าร่วมโครงการ 16 ชุมชน 8 อำเภอ พร้อมร่วมกับ 16 สถานีตำรวจ นำร่องในเขตจังหวัดระยอง ปีละ 1,000 คน สำหรับในส่วนของความรับผิดชอบต่อลูกค้าและคู่ค้า เอสซีจี เคมิคอลส์ พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) รวมไปถึงในด้านความปลอดภัยในการใช้งาน และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นสำคัญ รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรให้เป็นผู้นำที่เชี่ยวชาญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถพัฒนานวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของชุมชนนั้นเอสซีจี เคมิคอลส์มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมและชุมชนในพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นไปที่การมีส่วนร่วมเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน การส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ในชุมชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน การส่งเสริมการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย รวมทั้งการสนับสนุนด้านการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้เยาวชนเติบโตเป็นคนเก่งและคนดี มีจิตสำนึกเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม G for Governance “ด้วยการบริหารที่โปร่งใส” เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดให้มีนโยบายบรรษัทภิบาลที่เป็นลายลักษณ์อักษร และสนับสนุนให้มีการสื่อสารไปสู่ทุกคนในบริษัทฯ ให้ได้รับทราบยึดถือปฏิบัติอย่างจริงจัง เช่น นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน นโยบายการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและการกระทำผิด และนโยบายการจัดการข้อมูลภายในและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น และการปรับใช้นโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่าบริษัทฯ มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วยความเป็นธรรม รวมถึงกำกับดูแลและพัฒนาบรรษัทภิบาลของบริษัทฯ ให้อยู่ในระดับสากล เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ติดตามให้มีการปฏิบัติ และเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณ เรายังกำหนดจรรยาบรรณและจริยธรรมธุรกิจ ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรของบริษัทฯ ปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ และบริษัทฯ ตั้งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงจริยธรรมในการประกอบการค้าและกฎหมายแข่งขันทางการค้าในประเทศต่าง ๆ ที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ ทั้งต่อลูกค้าและคู่ค้าของบริษัทฯ รวมถึงดำเนินการตามแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง ESG เป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญของการไปสู่ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืนที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ดำเนินงานตามแนวทาง ESG โดยมีเป้าหมายและแผนการขับเคลื่อนที่ชัดเจน พร้อมกับความตั้งมั่นและแรงขับที่จะทำให้โลกนี้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน“เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมยั่งยืน ด้ายการบริหารที่โปร่งใส”
คุณเลือก เพื่อโลกได้: ฉลาก “SCG Green Choice” กับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์

คุณเลือก เพื่อโลกได้: ฉลาก “SCG Green Choice” กับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์

วันที่: 15 ต.ค. 2564

การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดและจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือสองปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การขาดแคลนทรัพยากร การจัดการของเสียที่ด้อยประสิทธิภาพ เป็นความท้าทายและตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคม เอสซีจี เคมิคอลส์ ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจต่อการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และภายใต้แนวทาง “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” เราได้มุ่งมั่นในการส่งมอบคุณค่าผ่านการคิดค้นและพัฒนา “พลาสติก” ที่ครอบคลุมตั้งแต่สินค้า บริการ และโซลูชัน ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ผนวกกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้ฉลาก “SCG Green Choice” เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด พร้อมกับช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมได้อย่างดีที่สุด ฉลาก“SCG Green Choice” คืออะไร ? ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 เอสซีจี เป็นองค์กรไทยรายแรกที่กำหนดฉลากสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเภทการรับรองตนเอง ภายใต้ชื่อ SCG eco value โดยกำหนดกฎเกณฑ์การพิจารณาอ้างอิง มาตรฐาน ISO 14021: Environmental Labels and Declarations-Self-Declared Environmental Claims ครอบคลุมสินค้าที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับผู้บริโภค เช่น สินค้าที่มีการออกแบบให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น และสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคได้ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมจากการเลือกใช้สินค้านั้น เช่น สินค้าที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันฉลากดังกล่าวได้พัฒนาเป็นฉลาก “SCG Green Choice” เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจง่าย และเปรียบเสมือนทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ฉลาก SCG Green Choice ประกอบขึ้นจากสององค์ประกอบสำคัญ คือ ใบไม้สีเขียว แสดงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค และคำว่า Green Choice ที่แสดงถึงการประหยัดพลังงาน การไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรต่อสุขอนามัย ในขณะเดียวกันก็เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ ทำไมต้องฉลาก“SCG Green Choice” ? ฉลาก SCG Green Choice กับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ พิจารณามุมมองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์คุณภาพที่ดีของสินค้าในสามหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน (Climate Resilience)เพราะปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตทั่วโลกจนยกระดับเป็นภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ (Climate Emergency) ตัวอย่างนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่น่าสนใจได้แก่ สารเคลือบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานสำหรับเตาเผาอุตสาหกรรม emisspro® และ แผ่นอะคริลิก Shinkolite กลุ่มประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและยืดอายุการใช้งาน (Circularity)เนื่องจากทรัพยากรมีอยู่จำกัด การใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนจะช่วยให้เราบริหารจัดการทรัพยากรได้คุ้มค่าที่สุด ทั้งยังคำนึงถึงปลายทางการใช้งาน ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือการกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อไม่ใช้งานแล้ว โซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ในกลุ่มนี้ทีน่าสนใจ คือ เม็ดพลาสติก HDPE คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์SCG Green PolymerTMซึ่งผลิตจาก SMXTMTechnology กลุ่มส่งเสริมสุขภาพและสุขอนามัยที่ดี (Well-being)เพราะการมีสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมโดยรวมดีขึ้น และมีกำลังพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นต่อไป นวัตกรรมพลาสติกฉลาก SCG Green Choice จากเอสซีจี เคมิคอลส์ ในหัวข้อนี้ ได้แก่ ท่อพีวีซีเอสซีจี รุ่น Green Premium นวัตกรรมฉลาก“SCG Green Choice”มีอะไรบ้าง? เอสซีจี เคมิคอลส์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชั้นนำระดับประเทศและภูมิภาค ได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลาสติกที่สามารถต่อยอดการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกันสินค้า บริการ และโซลูชันที่เกี่ยวเนื่องกับพลาสติกเหล่านี้ก็ยังได้รับการรับรองฉลาก SCG Green Choice เพื่อการันตีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในสังคม เริ่มต้นด้วยemisspro®สารเคลือบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานสำหรับเตาเผาอุตสาหกรรม ที่พัฒนาสูตรขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและเป็นรายเดียวในอาเซียน โดยเมื่อนำไปเคลือบที่ผนังเตาด้านในจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางความร้อนให้กับเตาเผา นั่นคือ สารเคลือบนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซับและการปลดปล่อยรังสีความร้อนของผนังเตา ส่งผลให้เตาเผาใช้เชื้อเพลิงน้อยลงและยังสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกหนึ่งไฮไลต์นวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ช่วยลดโลกร้อนและประหยัดพลังงาน คือShinkoliteแผ่นพลาสติกอะคริลิกชนิดพิเศษที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นวัสดุสำหรับการทำหลังคาและกันสาดโดยเฉพาะ ประหยัดพลังงานในการขึ้นรูปด้วยความร้อน (Thermoforming) อย่างน้อย 10% สำหรับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและยืดอายุการใช้งาน (Circularity) จาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่น่าสนใจมีสองเรื่อง คือ เม็ดพลาสติก HDPE คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ SCG Green PolymerTMซึ่งผลิตจากSMXTMTechnologyเกรดพลาสติกในกลุ่มนี้ได้แก่ SCG GREEN POLYMER™ เกรด S111Fเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูงที่มีคุณสมบัติทนแรงกระแทก สำหรับบรรจุภัณฑ์ถุงอุตสาหกรรม ช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติกลงได้อย่างน้อย 20% โดยความแข็งแรงของฟิล์มเท่าเดิม SCG GREEN POLYMER™ เกรด SMX551BU และ X14H007B เม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง แข็งแรงสูง สำหรับผลิตIntermediate Bulk Container (IBC)ที่ใช้เม็ดพลาสติกลดลงอย่างน้อย 6% ต่อถังในขณะที่ยังสามารถคงความแข็งแรงได้เท่าเดิม SCG GREEN POLYMER™ เกรด SX002JA และ SX002Jเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง สำหรับฝาน้ำอัดลมน้ำหนักเบา ทำให้ได้เม็ดพลาสติกที่มีความแข็งแรงมากขึ้นสำหรับการผลิตฝาน้ำอัดลมซึ่งสามารถลดการใช้พลาสติกอย่างน้อย 7% อีกสองนวัตกรรมพลาสติกฉลาก SCG Green Choice จาก เอสซีจี เคมิคอลส์ คือ ท่อ SCG รุ่น Green Premium เป็นท่อพีวีซีไร้สาระกั่วและสารปนเปื้อน ผ่านการรับรองมาตรฐาน NSF International ประเทศสหรัฐอเมริกา รายแรกและรายเดียวของไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ท่อพีวีซี ที่สำคัญผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ​เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังคงมุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลาสติก ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของทุกคนในสังคม โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด เพื่อส่งมอบนวัตกรรมพลาสติกฉลาก SCG Green Choice ที่ “คุณเลือก เพื่อโลกได้” และเริ่มสร้างโลกที่น่าอยู่ไปด้วยกัน
SCG GREEN POLYMER โซลูชันนวัตกรรมพลาสติก เพื่อโลก เพื่อเรา

SCG GREEN POLYMER โซลูชันนวัตกรรมพลาสติก เพื่อโลก เพื่อเรา

วันที่: 30 ก.ย. 2564

รายงานการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nations Conference on Trade and Development: UNCTAD) ระบุว่า “มีการประเมินไว้ว่ากว่าร้อยละ 40 ของพลาสติกถูกใช้งานเพื่อเป็นบรรจุภัณฑ์” อายุการใช้งานที่สั้นของวัสดุมหัศจรรย์ดังกล่าวซึ่งเป็นผลจากการออกแบบที่ไม่ได้เอื้อต่อการนำกลับมาใช้ซ้ำ รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของการขาดแคลนอุปกรณ์และระบบสำหรับการจัดการวัสดุที่ใช้งานแล้วเหล่านี้ซึ่งรวมถึงขยะพลาสติกชนิดอื่น ทำให้พลาสติกกลายมาเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างผลกระทบให้กับสิ่งแวดล้อม มีพลาสติกใช้แล้วเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิล โดยส่วนใหญ่จะถูกนำไปทิ้งในหลุมฝังกลบหรือไม่ก็เผาเพื่อเป็นพลังงาน ซึ่งทางเลือกสุดท้ายนั้นเป็นอีกหนึ่งในต้นตอสำคัญของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ สาเหตุหลักของการเกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศของโลกเรา ในประเทศไทยพบว่า ในปี 2561 มีขยะจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั่วประเทศประมาณร้อยละ 65.3 ที่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง1 เพื่อคลี่คลายและหาทางออกให้กับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมดังกล่าว จำเป็นต้องมีมาตรการและแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการบูรณาการจากทุกภาคส่วนที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่า ที่สำคัญต้องมีการรื้อสร้างระบบคิดอย่างจริงจัง เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy คือ โอกาสที่จะช่วยให้เราสามารถใช้สอยทรัพยากรธรรมชาติได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ได้เป็นแต่การใช้ทรัพยากรเหล่านี้ให้หมดไป โซลูชันที่เป็นขั้วตรงข้ามกับโมเดลเศรษฐกิจแบบเดิมที่เน้นการใช้แล้วทิ้ง ช่วยทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดไม่สูญหาย โดยพวกมันจะถูกหมุนเวียนใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญจะไม่ก่อให้เกิดของเสียใด ๆ ตกค้างจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งคุณภาพของสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของคนในสังคม3 เอสซีจี เคมิคอลส์ หนึ่งในบริษัทปิโตรเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับประเทศและของภูมิภาค ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาพลาสติกใช้แล้วที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง จนกลายเป็นภัยคุกคามระบบนิเวศและชุมชนที่ต้องเร่งหาวิธีแก้ไข บริษัทได้บูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เข้าเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยหนึ่งในผลิตผลสำคัญจากความมุ่งมั่นดังกล่าว ก็คือ SCG GREEN POLYMER™ โซลูชันนวัตกรรมพลาสติกที่ตอบโจทย์การใช้งาน และส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมใน 4 ด้าน สำคัญ ได้แก่ Reduce การลดการใช้ทรัพยากร, Recyclable การออกแบบเพื่อให้รีไซเคิลได้, Recycle การนำกลับมาใช้ใหม่ และ Renewable การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ด้วยนวัตกรรมในการผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงจาก SMX™ Technology ทำให้สามารถผลิตเม็ดพลาสติกที่มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น จึงช่วยทำให้ลดความหนาของชิ้นงานลงได้แต่ยังมีความแข็งแรงอยู่ดังเดิม ซึ่งนอกจากจะทำให้ช่วยลดการใช้ทรัพยากรอย่างเม็ดพลาสติกลงได้แล้ว ยังทำให้ชิ้นงานมีน้ำหนักเบาลง ส่งผลให้สามารถลดพลังงานที่ใช้ในกระบวนการขนส่งลงได้ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงด้วยเช่นกัน เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังได้วิจัยและพัฒนาเม็ดพลาสติก PE และ PP มาผลิตเป็นฟิล์มชั้นต่าง ๆ ในบรรจุภัณฑ์ Mono Material ที่สามารถรีไซเคิลได้ โดยสิ่งสำคัญคือต้องสามารถคงคุณสมบัติการใช้งานที่เทียบเท่ากับบรรจุภัณฑ์เดิมให้ได้ นวัตกรรมพอลิเมอร์ทั้งชนิดนี้จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่ต้องการนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมารีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (High Quality Post-Consumer Recycled Resin: PCR) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมภายใต้โซลูชัน “การนำกลับมาใช้ใหม่” ด้วยสูตรเฉพาะของเอสซีจี เคมิคอลส์ และเครือข่ายในการรวบรวมขยะจากครัวเรือน ทำให้สามารถเปลี่ยนขยะให้เกลายเป็นเม็ดพลาสติก PCR ชนิด HDPE คุณภาพสูงได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปสู่แหล่งที่มาของขยะที่ถูกนำมาใช้ได้ สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลกอย่าง Global Recycle Standard (GRS) นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ทดแทนเม็ดพลาสติกใหม่ได้ตั้งแต่ 25% – 100% ตอบโจทย์นโยบายความยั่งยืนของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก จึงนับได้ว่าเป็นการก้าวล้ำออกมาจากพัฒนานวัตกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบเดิม ๆ ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังได้พัฒนาเทคโนโลยี Advanced Recycling ซึ่งสามารถเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมี ซึ่งสามารถนำกลับมาผลิตเม็ดพลาสติกใหม่ ด้วยการใช้สารเร่งปฏิกิริยาทำให้กระบวนการรีไซเคิลมีอุณหภูมิต่ำ จึงช่วยลดการใช้พลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดปัญหาการสะสมของปริมาณขยะพลาสติกในประเทศได้ “การนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ดูจะเป็นที่ทำได้ง่าย แต่เราก็ยังเจอความท้าทายหลายอย่างที่ต้องก้าวข้ามให้ได้ นอกเหนือจากการวิจัย คิดค้นและพัฒนาวัสดุชั้นสูงและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว เรายังต้องร่วมมือกันเพื่อจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพให้กับชุมชน ในส่วนต่อมาเราต้องบ่มเพาะค่านิยมและระบบที่สร้างผลตอบแทนให้เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้เกิดการคัดแยกและการจัดเก็บขยะที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีปริมาณขยะมูลฝอยจำนวนมากที่กระจายกระจายตกค้างอยู่ในหลายแห่ง และความท้าทายสุดท้ายที่สำคัญก็คือ การปนเปื้อนของมูลฝอยเหล่านี้ ที่ต้องใช้การคัดแยกและการทำความสะอาดเพิ่มเติมก่อนที่จะมีการนำพวกมันกลับมาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง” ทีน่า โรวิค Global Director Circular Economy เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าว พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Bio Compostable Compound) เป็นพลาสติกที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยต้นกำเนิดที่มาจากพืช ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สามารถปลูกใหม่ทดแทนได้ จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ และสามารถนำไปผ่านกระบวนการขึ้นรูปได้อย่างไม่ยุ่งยาก นอกจากนี้ยังผ่านมาตรฐานการรับรองระดับโลกอย่าง DIN CERTCO ประเทศเยอรมันนี และ Biodegradable Products Institute (BPI) ประเทศสหรัฐอเมริกา เอสซีจี เคมิคอลส์ มุ่งหวังว่า SCG GREEN POLYMER™ ที่เรามุ่งมั่นวิจัย ค้นคว้า และพัฒนาขึ้นมานี้ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมของความก้าวหน้าด้านวัสดุศาสตร์ ขณะเดียวกันก็โซลูชันนวัตกรรมพอลิเมอร์นี้ก็จะช่วยดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมได้อย่างยั่งยืน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SCG GREEN POLYMER™ ติดต่อได้ที่ foodbev_pkg@scg.com References: https://www.pcd.go.th/pcd_news/12628/ https://supplychain.edf.org/resources/sustainability-101-packaging-waste-the-problem/ https://archive.ellenmacarthurfoundation.org/explore/plastics-and-the-circular-economy
7 นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

7 นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

วันที่: 20 ก.ย. 2564

รายงานของสภาเศรษฐกิจโลก(World Economic Forum:WEF) ประจำปี2021ระบุถึงความจำเป็นเร่งด่วนในอีกเก้าปีข้างหน้าที่เราทุกคนอาจจะต้องมีโลกไว้อีกสักสองถึงห้าใบ ถ้าอัตราการใช้ทรัพยากรทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริงเราทุกคนมีโลกเพียงใบเดียว และนั่นอาจจะหมายถึงภาวะขาดแคลนทรัพยากรที่จะส่งผลกระทบต่อทุกคนทั่วโลกในอนาคตอันใกล้นี้ การเรียนรู้ที่จะใช้งานทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเพียงทางออกเดียว ที่จะช่วยอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรและลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคมโลกในบริบทต่าง ๆ ซึ่งเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy คือ ชุดแนวคิดที่จะเข้ามา “รื้อสร้าง” แบบแผนทางเศรษฐกิจดั้งเดิมที่เน้นการถลุงใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิต และเพิกเฉยต่อการหมุนเวียนใช้ซ้ำทรัพยากรเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน รวมถึง “ปลอดล็อก” ความท้าทายนานัปการที่โมเดลเศรษฐกิจปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ ในบทความนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รวบรวมไฮไลต์นวัตกรรมที่ช่วยสร้างความต่อเนื่องและขยายองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและจากทั่วโลกทั้งหมด 7 ตัวอย่างที่น่าสนใจ โมเดลการจัดการขยะ ขับเคลื่อนจากภายใน ขยายผลสู่ภายนอก การให้ความสำคัญและการเป็นต้นแบบในการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเรื่องความยั่งยืน คือสิ่งที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีบางซื่อโมเดล (Bang Sue Model)เป็นฐานรากสำคัญที่ส่งเสริมและสะท้อนภาพความมุ่นมั่นขององค์กรในเรื่องนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม บางซื่อโมเดล ช่วยขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเริ่มจากภายในเอสซีจี สำนักงานใหญ่ บางซื่อ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อขยะกลับเข้าสู่ระบบตามหลักการ ผลิต–ใช้–วนกลับ โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” จากก้าวสำคัญนี้เองนำไปสู่การขยายผลให้กับชุมชนรอบโรงงานของ เอสซีจี เคมิคอลส์ นั่นคือ โครงการ “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับบ้าน วัด และโรงเรียน รวมถึงการมีธนาคารขยะชุมชนและมีเครื่องมือดิจิทัลอย่างแอปพลิเคชัน “คุ้มค่า” (KoomKah) เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการขยะอีกด้วย หุ่นยนต์แมงมุมช่วยคัดแยกขยะ หนึ่งในหลักการสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ การนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเพื่อหมุนเวียนใช้ซ้ำ ซึ่งจำเป็นต้องมีการคัดแยกวัสดุใช้แล้วอย่างถูกต้องเสียก่อนAMP Roboticsบริษัทนวัตกรรมในรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าใจถึงความท้าทายนี้ จึงได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายแมงมุมขึ้นมา เมื่อติดตั้งหุ่นยนต์ไว้กับสายพานลำเลียงขยะ Computer Vision ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งในตัวหุ่นยนต์จะช่วยคัดแยกวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น หนังสือพิมพ์ กล่องกระดาษ พลาสติกแบบต่าง ๆ ออกมา การทำงานของเทคโนโลยีดังกล่าวจะใช้การจดจำรูปร่าง ขนาด พื้นผิว สี หรือแม้แต่โลโก้ที่อยู่บนวัสดุนั้น ๆ นวัตกรรมนี้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำมากกว่าการใช้แรงงานคนในการคัดแยกวัสดุ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ให้กับผู้ปฏิบัติงานในอีกทางหนึ่งด้วย แยกขยะในแหล่งน้ำด้วยฟองโฟม ทุกๆ ปีมีปริมาณขยะพลาสติกกว่า8 ล้านตันที่ถูกพัดลงสู่ทะเลโดยกว่า 80% เกิดขึ้นจากกิจกรรมบนบก และเมื่อเกิดข้อบกพร่องในการจัดเก็บ ก็ทำให้พวกมันเล็ดลอดลงสู่แม่น้ำและลำคลอง นั่นจึงเป็นที่มาของBubble Barrierโครงการบริหารจัดการขยะพลาสติกสัญชาติดัชต์ ที่ตั้งเป้าจะดักเก็บพลาสติกใช้แล้วก่อนที่พวกมันจะไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทร ท่อที่ถูกติดตั้งไว้ที่ก้นแม่น้ำจะขับอากาศออกมาจนเป็นฟอง กระแสฟองที่อุปกรณ์ดังกล่าวสร้างขึ้นจะทำให้พลาสติกใช้แล้วเหล่านี้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ก่อนจะไหลอย่างมีทิศทางไปยังระบบดักจับที่ติดตั้งไว้ตรงริมตลิ่ง หลังจากที่ทำการทดสอบเป็นเวลากว่าหนึ่งปีในแหล่งน้ำของเมืองอัมสเตอร์ดัม มีการรับรองว่าฟองอากาศเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับระบบนิเวศ ที่สำคัญคือช่วยดักจับพลาสติกใช้แล้ว ตัวอย่างเช่น กระดานเซิร์ฟบอร์ด ถุงนอน รวมถึงหมวกกันน็อก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พลาสติกใช้แล้วเหล่านี้จะถูกนำไปรีไซเคิลเพื่อสร้างมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ต่อไป ตามติดพลาสติกด้วยระบบแทร็กกิ้ง Circulorอีกหนึ่งตัวอย่างนวัตกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพราะทำให้เจ้าของแบรนด์สินค้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้สินค้าผ่านการตรวจสอบแหล่งที่มาของวัสดุ บริษัทที่ขึ้นรูปและกระบวนการที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้เจ้าของแบรนด์ยังได้ยกระดับภาระผูกพันและความรับผิดชอบต่อการผลิตบรรจุภัณฑ์ชิ้นหนึ่งได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผลลัพธ์ของนวัตกรรมนี้ ทำให้เจ้าของแบรนด์สินค้าสามารถตรวจสอบย้อนกลับบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล ระบุขั้นตอนในกระบวนการผลิตเพื่อช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่อาจจะเกิดขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติที่ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องแหล่งที่มาของวัสดุ และจรรยาบรรณและกฎเกณฑ์การจัดการห่วงโซ่อุปทาน โซลูชันที่ช่วยคืนชีพให้กับพลาสติก พลาสติกใช้แล้วกว่า91%มีจุดจบอยู่ที่หลุมทิ้งขยะและหมดโอกาสที่จะถูกนำมาหมุนเวียนสร้างประโยชน์ บริษัทนวัตกรรมสัญชาติอิสราเอลPlastic Backตระหนักถึงปัญดังกล่าวและได้พัฒนาโซลูชันเพื่อทำให้การรีไซเคิลเกิดขึ้นได้กับพลาสติกทุกชนิด ด้วยการใช้วิธีการออกซิเดชันทางเคมี (chemical oxidation) ที่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของอะตอมหรือโมเลกุลที่ไม่เสถียรเพื่อย่อยสลายพลาสติก ทำให้พันธะของพอลิเมอร์ถูกทำลายลงจนเหลือเพียงมอนอเมอร์ ที่เป็นโมเลกุลพื้นฐานของพลาสติก กรรมวิธีนี้สามารถใช้งานกับพลาสติกได้ทุกชนิด และเกิดขึ้นได้ภายใต้อุณหภูมิปกติ เปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้เป็นวัสดุชนิดใหม่ ภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยส่งเสริมการรีไซเคิลพลาสติกใช้แล้ว นั่นคือ การเปลี่ยนพวกมันให้เป็นวัสดุชนิดใหม่ และนี่คือสิ่งที่Arqliteกำลังทำอยู่ บริษัทจากสเปนแห่งนี้ได้คิดค้นและพัฒนาวิธีการรีไซเคิลที่สามารถนำไปใช้กับพลาสติกได้ทุกชนิด โดยผลลัพธ์ที่ได้เป็นวัสดุเชิงพาณิชย์ที่ผลิตจากพลาสติกเหลือใช้หลากหลายประเภทผสมกัน ปัจจุบันวัสดุชนิดนี้ถูกนำร่องไปใช้ในงานก่อสร้าง เช่น คอนกรีตพรีแคสและคอนกรีตมวลเบา รวมถึงวัสดุสำคัญในระบบระบายน้ำอีกด้วย ทีมงานผู้พัฒนากล่าวเสริมว่า “Arqlite Smart Gravel นี้ นอกจากจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาพลาสติกเหลือใช้ปริมาณมากแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมก่อสร้างได้อีกด้วย” ดาต้าอินไซต์เพื่อการรีไซเคิลที่ดียิ่งขึ้น พลาสติกเหลือใช้จะถูกนำกลับมารีไซเคิลได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดเก็บรวบรวมอย่างมีระบบ และLitteratiก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ตั้งเป้าจะช่วยทำให้เราหมุนเวียนวัสดุมีค่าเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงจัดเก็บบิ๊กดาต้าของข้อมูลพลาสติกใช้แล้ว (รวมถึงวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ) ได้อย่างเป็นระบบ หลังจากดาวน์โหลดแอปฯ และสร้างบัญชีผู้ใช้งานแล้ว ก็สามารถถ่ายรูปขยะก่อนนำไปทิ้งให้ถูกต้อง เอไอของระบบจะวิเคราะห์ประเภทของวัสดุเหล่านี้ และข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปงานได้อย่างตรงจุด ตัวอย่างเช่น เนเธอแลนด์ใช้ข้อมูลที่ได้จากแอปฯ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงนโยบายการจัดการขวด PET ขนาดเล็ก หรือขยะจากก้นบุหรี่ที่แอปฯ มีการเก็บข้อมูลไว้ ก็ช่วยให้เมืองซานฟรานซิสโกใช้เป็นแนวทางในการจัดการภาษีความรับผิดชอบจากการขายบุหรี่ได้ถึง 4 ล้านเหรียญต่อปี ที่มา: https://www.foodbusinessnews.net/ext/resources/2021/8/080721_SingleUsePlastic_Lead.png?t=1629648023&width=1080 https://endplasticwaste.org/en/our-stories/these-7-innovations-are-making-circularity-quicker-and-easier https://www.weforum.org/reports/the-global-risks-report-2021 https://www.scgchemicals.com/th/news-media/feature-story/detail/40 https://www.amprobotics.com/about-us https://thegreatbubblebarrier.com/1-year-anniversary-bubble-barrier/ https://www.circulor.com/about-us https://scm-europe.manufacturingtechnologyinsights.com/vendor/circulor-the-future-lies-in-traceability-cid-1989-mid-182.html https://www.plastic-back.com/ https://www.arqlite.com/site/about-us https://www.litterati.org/