SCG GREEN POLYMERTM: THE SOLUTIONS FOR OUR WORLD AND OUR SOCIETY

วันที่: 30 ก.ย. 2564

“Globally, about 40% of plastics are used as packaging” reported UNCTAD on March 3, 2021. Its short life-span due to poor product design and lack of political infrastructure makes plastic packaging the greatest generator of environmental pollution. Only 9 percent has been recycled properly, while the majority are either landfilled or incinerated. And the last option is the significant source of greenhouse gas emissions.

In Thailand, short-use consumer plastic packaging collected from the nation’s environments in 2018 contributes approximately 65.3% of staggering pollution1. Effective schemes and concrete actions are necessarily important, coupled with collaborative and more impactful efforts across the value chain. And all need rethinking!

From the respective standpoint, circular economy represents an opportunity to use —and not use up— material resources. The progressive antidote to a linear economy will help ensure no materials are lost, no toxins are leaked and no maximum value is failed to achieve from every process, material and component3.

SCG Chemicals, one of the largest integrated petrochemical companies in Thailand and a leading industry key player of the region, realizes the urgency of the fastest-growing, starling environmental threat and takes into account of ambitious commitment to never make plastic materials become waste. In so doing, we have integrated the concept of circular economy into our core strategies. These strategies help retain the value of plastics and find their ways to our new product offerings SCG GREEN POLYMER encompassing four major solutions: REDUCE Enhancing Material for Eco-Efficiency; RECYCLABLE Design for Recyclability; RECYCLE Mechanical & Advanced Recycling, and RENEWABLE – Bioplastics.

Embedding with our SMX™ Technology, our breakthrough innovation helps strengthen polyethylene resins and reduce the wall thickness in a product while retaining its functional properties. This does not only save raw material in manufacturing but also makes the product more lightweight, which translates to less energy required for transportation and less carbon dioxide emissions. To keep hard-to-recycle out of the environment, we have developed and enhanced better PP and PE resins to become practical options for mono-materiality. The solution enables full recyclability, while achieving existing properties, and will help to improve post-consumer management. The solution is currently in the development process done in conjunction with several brand owners.

High Quality Post-Consumer Recycled Resin (PCR) is one of innovation in the “Recycle” solution. With our exclusive formulations and wide-ranging network of household waste collection, we can turn waste into high-quality PCR HDPE. Our PCR complies with global traceability standards such as Global Recycle Standard (GRS) and it can replace the use of virgin raw materials from at least 25% up to 100%, an achievement that is in line with global commitments from brand owners. Ultimately, our PCR pushes the boundaries of environmentally friendly packaging innovations. Moreover, we have developed advanced recycling technology that turns post-consumer plastics into recycled feedstock for virgin plastic resin production. This advanced technology utilizes catalyst to promote energy saving and environmental friendliness for the recycling process.

It sounds very easy to recycle plastic; however; there are significant gaps to be closedApart from our material advancements and eco-friendly technologies that play a key role in this scenario, we have to collaborate for sufficient recycling infrastructure in communitiesSecondly, we have to develop a culture and rewarding system across the value chain for efficient sorting and collection as household waste is by nature scattered in small sourcesAnd, the third challenge is the impurity that follows such litter requires extensive sorting and cleansing before the plastic can be reused,” said Rorvik, Global Director Circular Economy at SCG Chemicals.

Our Bio Compostable Compound offers unique products made from renewable resources in which contributing to greenhouse gas emissions reduction along the chain. The resin is ready to use as a drop-in compound and processing friendly. There are a number of recognized certifiers in Europe, DIN CERTCO and Biodegradable Products Institute (BPI) in USA.

Ultimately, SCG Chemicals expects our approach to delivering SCG GREEN POLYMER™ to develop further as a foundation for sustainable material advancements. While the green technology will help benefit our society and planet. For more information about our SCG GREEN POLYMER, please contact foodbev_pkg@scg.com

References:

  1. https://www.pcd.go.th/pcd_news/12628/
  2. https://supplychain.edf.org/resources/sustainability-101-packaging-waste-the-problem/
  3. https://archive.ellenmacarthurfoundation.org/explore/plastics-and-the-circular-economy
คุณเลือก เพื่อโลกได้: ฉลาก “SCG Green Choice” กับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์

คุณเลือก เพื่อโลกได้: ฉลาก “SCG Green Choice” กับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์

วันที่: 15 ต.ค. 2564

การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดและจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือสองปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การขาดแคลนทรัพยากร การจัดการของเสียที่ด้อยประสิทธิภาพ เป็นความท้าทายและตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคม เอสซีจี เคมิคอลส์ ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจต่อการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และภายใต้แนวทาง “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” เราได้มุ่งมั่นในการส่งมอบคุณค่าผ่านการคิดค้นและพัฒนา “พลาสติก” ที่ครอบคลุมตั้งแต่สินค้า บริการ และโซลูชัน ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ผนวกกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้ฉลาก “SCG Green Choice” เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด พร้อมกับช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมได้อย่างดีที่สุด ฉลาก“SCG Green Choice” คืออะไร ? ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 เอสซีจี เป็นองค์กรไทยรายแรกที่กำหนดฉลากสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเภทการรับรองตนเอง ภายใต้ชื่อ SCG eco value โดยกำหนดกฎเกณฑ์การพิจารณาอ้างอิง มาตรฐาน ISO 14021: Environmental Labels and Declarations-Self-Declared Environmental Claims ครอบคลุมสินค้าที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับผู้บริโภค เช่น สินค้าที่มีการออกแบบให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น และสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคได้ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมจากการเลือกใช้สินค้านั้น เช่น สินค้าที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันฉลากดังกล่าวได้พัฒนาเป็นฉลาก “SCG Green Choice” เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจง่าย และเปรียบเสมือนทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ฉลาก SCG Green Choice ประกอบขึ้นจากสององค์ประกอบสำคัญ คือ ใบไม้สีเขียว แสดงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค และคำว่า Green Choice ที่แสดงถึงการประหยัดพลังงาน การไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรต่อสุขอนามัย ในขณะเดียวกันก็เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ ทำไมต้องฉลาก“SCG Green Choice” ? ฉลาก SCG Green Choice กับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ พิจารณามุมมองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์คุณภาพที่ดีของสินค้าในสามหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน (Climate Resilience)เพราะปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตทั่วโลกจนยกระดับเป็นภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ (Climate Emergency) ตัวอย่างนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่น่าสนใจได้แก่ สารเคลือบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานสำหรับเตาเผาอุตสาหกรรม emisspro® และ แผ่นอะคริลิก Shinkolite กลุ่มประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและยืดอายุการใช้งาน (Circularity)เนื่องจากทรัพยากรมีอยู่จำกัด การใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนจะช่วยให้เราบริหารจัดการทรัพยากรได้คุ้มค่าที่สุด ทั้งยังคำนึงถึงปลายทางการใช้งาน ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือการกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อไม่ใช้งานแล้ว โซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ในกลุ่มนี้ทีน่าสนใจ คือ เม็ดพลาสติก HDPE คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์SCG Green PolymerTMซึ่งผลิตจาก SMXTMTechnology กลุ่มส่งเสริมสุขภาพและสุขอนามัยที่ดี (Well-being)เพราะการมีสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมโดยรวมดีขึ้น และมีกำลังพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นต่อไป นวัตกรรมพลาสติกฉลาก SCG Green Choice จากเอสซีจี เคมิคอลส์ ในหัวข้อนี้ ได้แก่ ท่อพีวีซีเอสซีจี รุ่น Green Premium นวัตกรรมฉลาก“SCG Green Choice”มีอะไรบ้าง? เอสซีจี เคมิคอลส์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชั้นนำระดับประเทศและภูมิภาค ได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลาสติกที่สามารถต่อยอดการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกันสินค้า บริการ และโซลูชันที่เกี่ยวเนื่องกับพลาสติกเหล่านี้ก็ยังได้รับการรับรองฉลาก SCG Green Choice เพื่อการันตีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในสังคม เริ่มต้นด้วยemisspro®สารเคลือบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานสำหรับเตาเผาอุตสาหกรรม ที่พัฒนาสูตรขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและเป็นรายเดียวในอาเซียน โดยเมื่อนำไปเคลือบที่ผนังเตาด้านในจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางความร้อนให้กับเตาเผา นั่นคือ สารเคลือบนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซับและการปลดปล่อยรังสีความร้อนของผนังเตา ส่งผลให้เตาเผาใช้เชื้อเพลิงน้อยลงและยังสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกหนึ่งไฮไลต์นวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ช่วยลดโลกร้อนและประหยัดพลังงาน คือShinkoliteแผ่นพลาสติกอะคริลิกชนิดพิเศษที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นวัสดุสำหรับการทำหลังคาและกันสาดโดยเฉพาะ ประหยัดพลังงานในการขึ้นรูปด้วยความร้อน (Thermoforming) อย่างน้อย 10% สำหรับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและยืดอายุการใช้งาน (Circularity) จาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่น่าสนใจมีสองเรื่อง คือ เม็ดพลาสติก HDPE คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ SCG Green PolymerTMซึ่งผลิตจากSMXTMTechnologyเกรดพลาสติกในกลุ่มนี้ได้แก่ SCG GREEN POLYMER™ เกรด S111Fเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูงที่มีคุณสมบัติทนแรงกระแทก สำหรับบรรจุภัณฑ์ถุงอุตสาหกรรม ช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติกลงได้อย่างน้อย 20% โดยความแข็งแรงของฟิล์มเท่าเดิม SCG GREEN POLYMER™ เกรด SMX551BU และ X14H007B เม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง แข็งแรงสูง สำหรับผลิตIntermediate Bulk Container (IBC)ที่ใช้เม็ดพลาสติกลดลงอย่างน้อย 6% ต่อถังในขณะที่ยังสามารถคงความแข็งแรงได้เท่าเดิม SCG GREEN POLYMER™ เกรด SX002JA และ SX002Jเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง สำหรับฝาน้ำอัดลมน้ำหนักเบา ทำให้ได้เม็ดพลาสติกที่มีความแข็งแรงมากขึ้นสำหรับการผลิตฝาน้ำอัดลมซึ่งสามารถลดการใช้พลาสติกอย่างน้อย 7% อีกสองนวัตกรรมพลาสติกฉลาก SCG Green Choice จาก เอสซีจี เคมิคอลส์ คือ ท่อ SCG รุ่น Green Premium เป็นท่อพีวีซีไร้สาระกั่วและสารปนเปื้อน ผ่านการรับรองมาตรฐาน NSF International ประเทศสหรัฐอเมริกา รายแรกและรายเดียวของไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ท่อพีวีซี ที่สำคัญผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ​เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังคงมุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลาสติก ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของทุกคนในสังคม โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด เพื่อส่งมอบนวัตกรรมพลาสติกฉลาก SCG Green Choice ที่ “คุณเลือก เพื่อโลกได้” และเริ่มสร้างโลกที่น่าอยู่ไปด้วยกัน
7 นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

7 นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

วันที่: 20 ก.ย. 2564

รายงานของสภาเศรษฐกิจโลก(World Economic Forum:WEF) ประจำปี2021ระบุถึงความจำเป็นเร่งด่วนในอีกเก้าปีข้างหน้าที่เราทุกคนอาจจะต้องมีโลกไว้อีกสักสองถึงห้าใบ ถ้าอัตราการใช้ทรัพยากรทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริงเราทุกคนมีโลกเพียงใบเดียว และนั่นอาจจะหมายถึงภาวะขาดแคลนทรัพยากรที่จะส่งผลกระทบต่อทุกคนทั่วโลกในอนาคตอันใกล้นี้ การเรียนรู้ที่จะใช้งานทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเพียงทางออกเดียว ที่จะช่วยอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรและลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคมโลกในบริบทต่าง ๆ ซึ่งเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy คือ ชุดแนวคิดที่จะเข้ามา “รื้อสร้าง” แบบแผนทางเศรษฐกิจดั้งเดิมที่เน้นการถลุงใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิต และเพิกเฉยต่อการหมุนเวียนใช้ซ้ำทรัพยากรเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน รวมถึง “ปลอดล็อก” ความท้าทายนานัปการที่โมเดลเศรษฐกิจปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ ในบทความนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รวบรวมไฮไลต์นวัตกรรมที่ช่วยสร้างความต่อเนื่องและขยายองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและจากทั่วโลกทั้งหมด 7 ตัวอย่างที่น่าสนใจ โมเดลการจัดการขยะ ขับเคลื่อนจากภายใน ขยายผลสู่ภายนอก การให้ความสำคัญและการเป็นต้นแบบในการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเรื่องความยั่งยืน คือสิ่งที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีบางซื่อโมเดล (Bang Sue Model)เป็นฐานรากสำคัญที่ส่งเสริมและสะท้อนภาพความมุ่นมั่นขององค์กรในเรื่องนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม บางซื่อโมเดล ช่วยขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเริ่มจากภายในเอสซีจี สำนักงานใหญ่ บางซื่อ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อขยะกลับเข้าสู่ระบบตามหลักการ ผลิต–ใช้–วนกลับ โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” จากก้าวสำคัญนี้เองนำไปสู่การขยายผลให้กับชุมชนรอบโรงงานของ เอสซีจี เคมิคอลส์ นั่นคือ โครงการ “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับบ้าน วัด และโรงเรียน รวมถึงการมีธนาคารขยะชุมชนและมีเครื่องมือดิจิทัลอย่างแอปพลิเคชัน “คุ้มค่า” (KoomKah) เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการขยะอีกด้วย หุ่นยนต์แมงมุมช่วยคัดแยกขยะ หนึ่งในหลักการสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ การนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเพื่อหมุนเวียนใช้ซ้ำ ซึ่งจำเป็นต้องมีการคัดแยกวัสดุใช้แล้วอย่างถูกต้องเสียก่อนAMP Roboticsบริษัทนวัตกรรมในรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าใจถึงความท้าทายนี้ จึงได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายแมงมุมขึ้นมา เมื่อติดตั้งหุ่นยนต์ไว้กับสายพานลำเลียงขยะ Computer Vision ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งในตัวหุ่นยนต์จะช่วยคัดแยกวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น หนังสือพิมพ์ กล่องกระดาษ พลาสติกแบบต่าง ๆ ออกมา การทำงานของเทคโนโลยีดังกล่าวจะใช้การจดจำรูปร่าง ขนาด พื้นผิว สี หรือแม้แต่โลโก้ที่อยู่บนวัสดุนั้น ๆ นวัตกรรมนี้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำมากกว่าการใช้แรงงานคนในการคัดแยกวัสดุ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ให้กับผู้ปฏิบัติงานในอีกทางหนึ่งด้วย แยกขยะในแหล่งน้ำด้วยฟองโฟม ทุกๆ ปีมีปริมาณขยะพลาสติกกว่า8 ล้านตันที่ถูกพัดลงสู่ทะเลโดยกว่า 80% เกิดขึ้นจากกิจกรรมบนบก และเมื่อเกิดข้อบกพร่องในการจัดเก็บ ก็ทำให้พวกมันเล็ดลอดลงสู่แม่น้ำและลำคลอง นั่นจึงเป็นที่มาของBubble Barrierโครงการบริหารจัดการขยะพลาสติกสัญชาติดัชต์ ที่ตั้งเป้าจะดักเก็บพลาสติกใช้แล้วก่อนที่พวกมันจะไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทร ท่อที่ถูกติดตั้งไว้ที่ก้นแม่น้ำจะขับอากาศออกมาจนเป็นฟอง กระแสฟองที่อุปกรณ์ดังกล่าวสร้างขึ้นจะทำให้พลาสติกใช้แล้วเหล่านี้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ก่อนจะไหลอย่างมีทิศทางไปยังระบบดักจับที่ติดตั้งไว้ตรงริมตลิ่ง หลังจากที่ทำการทดสอบเป็นเวลากว่าหนึ่งปีในแหล่งน้ำของเมืองอัมสเตอร์ดัม มีการรับรองว่าฟองอากาศเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับระบบนิเวศ ที่สำคัญคือช่วยดักจับพลาสติกใช้แล้ว ตัวอย่างเช่น กระดานเซิร์ฟบอร์ด ถุงนอน รวมถึงหมวกกันน็อก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พลาสติกใช้แล้วเหล่านี้จะถูกนำไปรีไซเคิลเพื่อสร้างมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ต่อไป ตามติดพลาสติกด้วยระบบแทร็กกิ้ง Circulorอีกหนึ่งตัวอย่างนวัตกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพราะทำให้เจ้าของแบรนด์สินค้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้สินค้าผ่านการตรวจสอบแหล่งที่มาของวัสดุ บริษัทที่ขึ้นรูปและกระบวนการที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้เจ้าของแบรนด์ยังได้ยกระดับภาระผูกพันและความรับผิดชอบต่อการผลิตบรรจุภัณฑ์ชิ้นหนึ่งได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผลลัพธ์ของนวัตกรรมนี้ ทำให้เจ้าของแบรนด์สินค้าสามารถตรวจสอบย้อนกลับบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล ระบุขั้นตอนในกระบวนการผลิตเพื่อช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่อาจจะเกิดขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติที่ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องแหล่งที่มาของวัสดุ และจรรยาบรรณและกฎเกณฑ์การจัดการห่วงโซ่อุปทาน โซลูชันที่ช่วยคืนชีพให้กับพลาสติก พลาสติกใช้แล้วกว่า91%มีจุดจบอยู่ที่หลุมทิ้งขยะและหมดโอกาสที่จะถูกนำมาหมุนเวียนสร้างประโยชน์ บริษัทนวัตกรรมสัญชาติอิสราเอลPlastic Backตระหนักถึงปัญดังกล่าวและได้พัฒนาโซลูชันเพื่อทำให้การรีไซเคิลเกิดขึ้นได้กับพลาสติกทุกชนิด ด้วยการใช้วิธีการออกซิเดชันทางเคมี (chemical oxidation) ที่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของอะตอมหรือโมเลกุลที่ไม่เสถียรเพื่อย่อยสลายพลาสติก ทำให้พันธะของพอลิเมอร์ถูกทำลายลงจนเหลือเพียงมอนอเมอร์ ที่เป็นโมเลกุลพื้นฐานของพลาสติก กรรมวิธีนี้สามารถใช้งานกับพลาสติกได้ทุกชนิด และเกิดขึ้นได้ภายใต้อุณหภูมิปกติ เปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้เป็นวัสดุชนิดใหม่ ภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยส่งเสริมการรีไซเคิลพลาสติกใช้แล้ว นั่นคือ การเปลี่ยนพวกมันให้เป็นวัสดุชนิดใหม่ และนี่คือสิ่งที่Arqliteกำลังทำอยู่ บริษัทจากสเปนแห่งนี้ได้คิดค้นและพัฒนาวิธีการรีไซเคิลที่สามารถนำไปใช้กับพลาสติกได้ทุกชนิด โดยผลลัพธ์ที่ได้เป็นวัสดุเชิงพาณิชย์ที่ผลิตจากพลาสติกเหลือใช้หลากหลายประเภทผสมกัน ปัจจุบันวัสดุชนิดนี้ถูกนำร่องไปใช้ในงานก่อสร้าง เช่น คอนกรีตพรีแคสและคอนกรีตมวลเบา รวมถึงวัสดุสำคัญในระบบระบายน้ำอีกด้วย ทีมงานผู้พัฒนากล่าวเสริมว่า “Arqlite Smart Gravel นี้ นอกจากจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาพลาสติกเหลือใช้ปริมาณมากแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมก่อสร้างได้อีกด้วย” ดาต้าอินไซต์เพื่อการรีไซเคิลที่ดียิ่งขึ้น พลาสติกเหลือใช้จะถูกนำกลับมารีไซเคิลได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดเก็บรวบรวมอย่างมีระบบ และLitteratiก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ตั้งเป้าจะช่วยทำให้เราหมุนเวียนวัสดุมีค่าเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงจัดเก็บบิ๊กดาต้าของข้อมูลพลาสติกใช้แล้ว (รวมถึงวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ) ได้อย่างเป็นระบบ หลังจากดาวน์โหลดแอปฯ และสร้างบัญชีผู้ใช้งานแล้ว ก็สามารถถ่ายรูปขยะก่อนนำไปทิ้งให้ถูกต้อง เอไอของระบบจะวิเคราะห์ประเภทของวัสดุเหล่านี้ และข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปงานได้อย่างตรงจุด ตัวอย่างเช่น เนเธอแลนด์ใช้ข้อมูลที่ได้จากแอปฯ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงนโยบายการจัดการขวด PET ขนาดเล็ก หรือขยะจากก้นบุหรี่ที่แอปฯ มีการเก็บข้อมูลไว้ ก็ช่วยให้เมืองซานฟรานซิสโกใช้เป็นแนวทางในการจัดการภาษีความรับผิดชอบจากการขายบุหรี่ได้ถึง 4 ล้านเหรียญต่อปี ที่มา: https://www.foodbusinessnews.net/ext/resources/2021/8/080721_SingleUsePlastic_Lead.png?t=1629648023&width=1080 https://endplasticwaste.org/en/our-stories/these-7-innovations-are-making-circularity-quicker-and-easier https://www.weforum.org/reports/the-global-risks-report-2021 https://www.scgchemicals.com/th/news-media/feature-story/detail/40 https://www.amprobotics.com/about-us https://thegreatbubblebarrier.com/1-year-anniversary-bubble-barrier/ https://www.circulor.com/about-us https://scm-europe.manufacturingtechnologyinsights.com/vendor/circulor-the-future-lies-in-traceability-cid-1989-mid-182.html https://www.plastic-back.com/ https://www.arqlite.com/site/about-us https://www.litterati.org/
ถอดบทเรียนนอกตำรา กับการสร้างฐานเรียนรู้การจัดการขยะในโรงเรียน  ให้เยาวชนสัมผัสประสบการณ์จริง มุ่งสู่ “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ”

ถอดบทเรียนนอกตำรา กับการสร้างฐานเรียนรู้การจัดการขยะในโรงเรียน ให้เยาวชนสัมผัสประสบการณ์จริง มุ่งสู่ “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ”

วันที่: 15 ก.ย. 2564

“ขยะ...ไม่ใช่ขยะหากได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะวัสดุที่เราใช้แล้วหลายชนิดสามารถกลายเป็นทรัพยากรอันมีค่าด้วยการหมุนเวียนกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ รวมถึงยังช่วยสร้างรายได้อีกด้วยอย่างที่เรียกกันว่า เงินทองจากกองขยะ นั่นเอง มาติดตามการถอดบทเรียนนอกตำราจากองค์กรที่ขับเคลื่อนเรื่อง Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม อย่าง “เอสซีจี เคมิคอลส์” ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุพลาสติก และผู้ริเริ่มโครงการ“ชุมชนLIKE (ไร้) ขยะ”โดยได้ขับเคลื่อนโมเดลการจัดการขยะในชุมชน ด้วยการนำแนวทาง “บ-ว-ร” ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน มาเชื่อมต่อกับ “ธนาคารขยะ” ในชุมชน ทำให้เกิดการบูรณาการทั้งระบบ และได้นำร่องที่ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง ตั้งแต่ต้นปี 2562 การขับเคลื่อนผ่านกระบวนการ บ้าน - วัด – โรงเรียน - ธนาคารขยะ นั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างความรู้ความเข้าใจและการวางรากฐานการจัดการขยะภายในชุมชนอย่างบูรณาการ รวมไปถึงการส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรม “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กลุ่มเยาวชน” ที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในอนาคต ด้วยเหตุนี้เอง เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงได้ร่วมกับเครือข่ายการศึกษาจัดทำชุดความรู้เรื่องคุณค่าของทรัพยากร และการจัดการขยะในโรงเรียน ซึ่งได้ผ่านกระบวนทดสอบ ทดลอง และปรับปรุง จนกระทั่งได้ขยายผลไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ ทำจริง รู้จริง ผ่านฐานเรียนรู้ฯ นางสาวน้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม เอสซีจี เคมิคอลส์กล่าวว่า “การปลูกฝังทัศนคติเรื่องการใช้ทรัพยากร และการจัดการขยะที่ถูกต้องให้กับเยาวชน ถือเป็นการวางรากฐานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับสังคม โดยมุ่งให้เยาวชนมีพฤติกรรม“ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก”และนำการเรียนรู้จากโรงเรียนไปสู่ครอบครัวและชุมชน โดยเบื้องต้น ทีมงานจากเอสซีจี เคมิคอลส์ จะทำงานร่วมกับทางโรงเรียน เพื่อประเมินปัญหาด้านขยะที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน จากนั้นจึงนำมาออกแบบการเรียนรู้ สิ่งที่เรากังวลใจมากที่สุด คือจะทำอย่างไรให้เด็ก ๆ สนใจ ไม่เบื่อหน่าย และคำตอบที่ได้ก็คือ ต้องทำให้เรื่องการจัดการขยะ เป็นเรื่องสนุกที่ให้สาระ ให้เด็ก ๆ สัมผัสได้จริง ในที่สุดก็มาลงตัวที่การสร้างฐานเรียนรู้การจัดการขยะ ให้เด็กๆ ได้ลงมือทำจริง เรียนรู้เรื่องนี้ทุกวันผ่านประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเช่น ฐานถุงนมกู้โลก ฐานโรงอาหารรักษ์โลก เป็นต้น โดยในปีนี้ เรามีแผนขับเคลื่อนการจัดการขยะในโรงเรียนกว่า 10 แห่ง พร้อมทั้งได้ส่งมอบฐานเรียนรู้ฯ ให้แก่โรงเรียนนำร่อง 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านมาบตาพุด โรงเรียนวัดชากลูกหญ้า และโรงเรียนวัดมาบชลูด โดยจะขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ หลังจากที่โรงเรียนสามารถเปิดสอนได้ตามปกติ” เรียนรู้จากปัญหา ศึกษาจากของจริง นางสาววไลลักษณ์ จินต์หิรัณย์กุล ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการCSR เอสซีจี เคมิคอลส์หนึ่งในทีมงานผู้ขับเคลื่อนโครงการชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ กล่าวถึงการจัดการขยะในโรงเรียนว่า “ทีมงานได้พบคุณครู และเด็ก ๆ เพื่อให้ความรู้เรื่องวัสดุชนิดต่าง ๆ และทำให้เห็นถึงคุณค่าของวัสดุที่ใช้แล้ว เช่น ถุงนมโรงเรียน สามารถนำไปรีไซเคิลได้ หากได้รับการจัดการที่ถูกต้องเมื่อเข้าใจถึงประโยชน์และเห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เด็กๆ จะเกิดทัศนคติใหม่ว่า ขยะไม่ใช่ขยะอีกต่อไปโดยเราได้ร่วมกับโรงเรียนวิเคราะห์ปัญหา เรียนรู้ประเภทขยะในโรงเรียน พร้อมใช้ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ และประสบการณ์การทำงานกับเครือข่ายต่าง ๆ มาหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ขยะแต่ละประเภทได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีระบบติดตามผลและพัฒนาต่อยอดเพื่อให้การปฏิบัติเกิดขึ้นได้จริงอย่างยั่งยืน” สำหรับฐานเรียนรู้การจัดการขยะในโรงเรียน เช่นฐานถุงนมกู้โลกเรียนรู้การจัดการขยะถุงนม ซึ่งมีปริมาณมากในแต่ละวัน โดยถุงนมเป็นพลาสติกประเภท LLDPE สามารถรีไซเคิล และนำไปผลิตเป็นของใช้ในโรงเรียนได้ เช่น เก้าอี้ กระถางต้นไม้ โดยเด็ก ๆ จะผลัดเวรกัน ตัด ล้าง ตาก และเก็บถุงนม ส่วนน้ำล้างถุงนมนำไปรดแปลงผักฐานโรงอาหารรักษ์โลกสร้างความตระหนักเรื่องขยะเศษอาหาร รณรงค์การรับประทานให้หมดฐานกรีนโคน ถังหมัก รักษ์โลกเปลี่ยนขยะเศษอาหารเป็นปุ๋ยฐานน้ำหมักชีวภาพจากขยะใบไม้ นำขยะใบไม้มาหมักทำสารปรับปรุงดินฐานปุ๋ยไม่กลับกองจัดการขยะใบไม้ กิ่งไม้ ซึ่งมีปริมาณมากในโรงเรียน โดยนำมาทำเป็นปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยเหล่านี้จะมาดูแลต้นไม้ในบริเวณโรงเรียนและวัดต่อไป เป็นต้น การจัดการวัสดุใช้แล้วอย่างถูกต้อง นอกจากจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรให้กับโลกแล้ว ยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับเด็ก ๆ และทำให้มีรายได้พิเศษเพื่อนำไปสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนอีกด้วย “ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนทิ้งถุงนมทั้งหมด โดยทางเทศบาลนำไปกำจัด แต่เมื่อได้รับความรู้ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนจากเอสซีจี เคมิคอลส์ และได้รับคำแนะนำว่า พลาสติกใช้แล้วแทบทุกชนิดสามารถนำไปรีไซเคิล และสร้างประโยชน์ใหม่ได้ เช่น ถุงนมสามารถนำไปรีไซเคิลเป็นเก้าอี้พลาสติก หรือเป็นของใช้อื่น ๆ ได้ ส่วนขวดและแก้วน้ำพลาสติก สามารถขายให้กับธนาคารขยะชุมชน ขยะประเภทอินทรีย์ต่าง ๆ เช่น ใบไม้ ก็ทำเป็นปุ๋ย ทำให้รู้ว่าขยะไม่ได้จบที่การทิ้ง ยิ่งพอได้เก้าอี้พลาสติกรีไซเคิลจากถุงนมมาใช้ที่โรงเรียน เด็ก ๆ ก็ตื่นเต้น เพราะสิ่งที่คุณครูเคยพูด สิ่งที่เขาลงแรงจัดการขยะนั้นได้ผลเป็นรูปธรรม เห็นเป็นเก้าอี้ได้จริง ส่วนขวดและแก้วพลาสติก เด็ก ๆ จะเก็บรวบรวมแล้วขายเป็นรายได้ของห้องเรียน เวลามีกิจกรรมของนักเรียน เช่น งานปีใหม่ ก็จะนำเงินจากการขายขยะที่เขาเคยเห็นว่าไร้ราคามาใช้ทำกิจกรรม ไม่ต้องควักกระเป๋าของผู้ปกครอง”นายสนอง เพ็ชรฉกรรจ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชากลูกหญ้า กล่าว เด็กรู้แล้ว บอกต่อผู้ใหญ่ที่บ้าน นายสนอง เพ็ชรฉกรรจ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชากลูกหญ้ากล่าวว่า “ฐานเรียนรู้เรื่องการจัดการขยะ จากเอสซีจี เคมิคอลส์ ช่วยปลูกจิตสำนึกเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านการจัดการขยะให้กับนักเรียนได้เป็นอย่างดีเมื่อเด็ก ๆ ออกไปใช้ชีวิตในชุมชน ก็จะนำนิสัยนี้ติดตัวไป ช่วยบอกต่อพ่อแม่ว่าขยะนั้นสามารถเพิ่มรายได้และมีมูลค่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือระหว่าง โรงเรียน ภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งกระบวนการเรียนรู้นี้สามารถเป็นแบบอย่างให้แก่โรงเรียนอื่น ๆ ได้อีกด้วย” ความรู้นอกตำราอย่างเรื่องการจัดการขยะนี้ เรียกได้ว่าสำคัญไม่แพ้ความรู้ในห้องเรียนเลยทีเดียว เป็นการเรียนรู้จากการลงมือทำจนเกิดประสบการณ์จริง สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างความตระหนักรู้ว่า ทุก ๆ คน มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งโมเดล “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทุกพื้นที่ เพียงเริ่มต้นจากหน่วยเล็ก ๆ อย่างครอบครัวและโรงเรียน ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สวยงามอย่างยั่งยืนตลอดไป
นวัตกรรมพลาสติกทางการแพทย์ สู้โควิด 19 อย่างปลอดภัย

นวัตกรรมพลาสติกทางการแพทย์ สู้โควิด 19 อย่างปลอดภัย

วันที่: 18 ส.ค. 2564

จากความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแบบครบวงจรที่มีมาอย่างยาวนานของ เอสซีจี เคมิคอลส์ ผสานกับวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่ต้องการใช้งานวัสดุพอลิเมอร์เพื่อช่วยยกระดับสังคม และสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม เราจึงได้คิดค้น ออกแบบ และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์ ที่ปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค และส่งเสริมการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลได้อย่างให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เสริมความปลอดภัยให้ทีมงานด่านหน้า ในปัจจุบันที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ยังมีความน่ากังวลอยู่มาก บุคลากรทางการแพทย์จึงเป็นด่านแรกที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วย นอกจากนี้ปริมาณของผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันเชื้อไวรัสได้อย่างเต็มรูปแบบอาจจะไม่เพียงพอ นั่นทำให้แพทย์ พยาบาล และผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยมีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสได้ จากความจำเป็นและเร่งด่วนนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงได้นำความเชี่ยวชาญทั้งในด้านวัสดุพลาสติก วิศวกรรมศาสตร์ และการออกแบบนวัตกรรม ผสมผสานกับความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของทีมแพทย์ โดยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ Negative/Positive Pressure Isolation Chamberเป็นห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่ ออกแบบให้บุคลากรทางแพทย์ใช้ Swab โดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย เพราะมีช่องสอดมือสำหรับทำหัตถการได้ มีตะแกรง Fillet ดักจับเชื้อโรคติดตั้งไว้ด้านบน และสามารถปรับความดันให้เป็นลบหรือบวกได้ตามต้องการ Negative Pressure Isolation Roomหรือ ห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ ติดตั้งภายในห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู หรือห้องพักผู้ป่วย เพื่อช่วยป้องกันเชื้อแพร่กระจายสู่ภายนอกด้วยระบบความดันลบ มีประตู 2 ชั้น ชั้นนอกควบคุมความดันของห้องชั้นในให้คงที่ และใช้เป็นพื้นที่เปลี่ยนชุดเจ้าหน้าที่หรือทิ้งขยะติดเชื้อได้ ส่วนชั้นในมีช่องสำหรับสอดเครื่องช่วยหายใจ มีตะขออเนกประสงค์สำหรับแขวนอุปกรณ์จำเป็น และช่องที่เชื่อมต่ออุปกรณ์สายไฟ และเครื่องช่วยชีวิตครบถ้วน แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ (Patient Isolation Capsule)ภายในติดตั้งเครื่องกรองเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 99.97% ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ Small Patient Isolation Capsule for CT Scanออกแบบให้โครงสร้างไร้โลหะช่วงบน เพื่อตรวจผู้ป่วยติดเชื้อผ่านเครื่อง CT Scan โดยเฉพาะ แคปซูลความดันลบสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ (Isolation Capsule for Air Transport)นวัตกรรมล่าสุดที่ทำงานได้ตรงตามความต้องการเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น เป็นการต่อยอดอุปกรณ์เพื่อให้เหมาะกับสภาวะการใช้งานที่มีข้อจำกัดเพิ่มขึ้นจากการเคลื่อนย้ายปกติ มีการออกแบบให้แคปซูลให้มีรูปทรงและขนาดที่เหมาะกับการเคลื่อนย้ายเข้าสู่ลำตัวเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็กได้ และการเลือกใช้วัสดุพลาสติกพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ที่ทนทานเพื่อการใช้งานที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด Dent Guardอุปกรณ์สำหรับงานทันตกรรมที่ปกป้องทันตแพทย์จากการสัมผัสละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายขณะทำหัตถการ ผลิตจากวัสดุพลาสติกพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) แบบใสพิเศษ โปร่งแสง ไม่สะท้อนไฟ ทนทาน น้ำหนักเบา ทำความสะอาดได้ง่ายและรวดเร็ว ต่อยอดจากชิ้นก่อนหน้าFlexi Dent Guardสามารถปรับระยะได้ตามสรีระและความถนัดของแพทย์ ง้างออกได้เพื่อให้คนใช้สามารถลุกบ้วนน้ำได้สะดวก ในแง่ของสุขลักษณะ สามารถใช้พลาสติกสำหรับหุ้มโครงแบบใช้แล้วทิ้งสำหรับคนไข้แต่ละรายได้ นอกจากนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังได้พัฒนาถังทิ้งเข็มฉีดยาที่มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขสามารถใช้มือเดียว (One Hand Operation Technique) ในการทิ้งเข็มและตัวกระบอกฉีดยาได้โดยไม่ต้องถอดหัวเข็มออกจากตัวเข็ม ลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากถอดหัวเข็ม มีดีไซน์รูปทรงเหลี่ยม สะดวกต่อการวางบนรถเข็นและเข้ามุมได้ดี พร้อมหูหิ้วช่วยอำนวยความสะดวกในระหว่างการขนย้าย ในขณะเดียวกันก็ปกป้องเจ้าหน้าที่ในระหว่างการทำงาน ประกอบง่าย และใช้พื้นที่ในการจัดเก็บน้อย สร้างสุขภาพที่ดีให้กับทุกคนในสังคม เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังคงเดินหน้าคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพอลิเมอร์อย่างไม่หยุดยั้ง โดยได้เปิดตัวเอสซีจี พีพี เมลต์โบลน (SCG PP Melt-Blown)เม็ดพลาสติกมูลค่าเพิ่มสูงเพื่อใช้ผลิตผ้าเมลต์โบลน (Melt-blown Fabrics) สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลเป็นรายแรกในอาเซียน SCG PP Melt-Blown คือ เม็ดพลาสติกเม็ดพลาสติกมูลค่าเพิ่มสูง ที่ใช้ผลิตแผ่นกรองหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นนอนวูฟเวนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีการขึ้นรูปเส้นใยจากเม็ดพลาสติกโดยตรง มีลักษณะเล็กในระดับนาโนเมตรไมโครเมตร จึงนิยมใช้ในการผลิตฟิลเตอร์ นวัตกรรมพอลิเมอร์นี้ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกที่ใช้สำหรับการผลิตหน้ากากอนามัยได้ นับเป็นการส่งเสริมศักยภาพให้กับระบบสาธารณสุขของประเทศ อีกหนึ่งนวัตกรรมที่สะท้อนความใส่ใจของเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่มีต่อสังคมก็คือVAROGARD (วาโรการ์ด)ชุดผลิตภัณฑ์ป้องกันเชื้อโรคที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตให้กับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อทางเดินหายใจ ผู้ที่ต้องทำกิจกรรมในที่แออัด ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และเด็ก โดยสินค้าที่ได้รับการเปิดตัวไปภายใต้แบรนด์ดังกล่าว ประกอบด้วย VAROGARD Antiviral Mask หน้ากากเคลือบสารป้องกันเชื้อโรคแบบใช้แล้วทิ้ง เป็นหน้ากากอนามัยสามมิติประสิทธิภาพสูง ที่มีการเคลือบสารยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ลิขสิทธิ์จาก HeiQ Viroblock ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานที่ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ของ เอสซีจี เคมิคอลส์ ผสานเข้ากับความร่วมมือของพันธมิตร เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมพลาสติก ที่ช่วยยกระดับการปฏิบัติงานของบุคลากรในหน่วยงานสาธารณสุข และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคนในประเทศ
นวัตกรรมพลาสติก กับการบริหารจัดการน้ำเพื่ออนาคต

นวัตกรรมพลาสติก กับการบริหารจัดการน้ำเพื่ออนาคต

วันที่: 17 ส.ค. 2564

การอนุรักษ์และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ คือ หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ เอสซีจี เคมิคอลส์ มุ่งมั่นคิดค้นและต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในบริบทดังกล่าว โดยเฉพาะ “น้ำ” ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เพราะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ เอสซีจี เคมิคอลส์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชั้นนำของประเทศและผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนให้กับการบริหารจัดการน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ความตั้งใจจริงนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติข้อที่ 6 “การจัดการน้ำและสุขาภิบาล”โดยโครงการของ เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการน้ำ สามารถนำเสนอได้เป็น 3 ข้อที่น่าสนใจ ดังนี้ “พอลิเมอร์เพื่อกักเก็บน้ำสะอาด ลดปัญหาขาดแคลนน้ำ และบำบัดเพื่อให้ปลอดภัย” พอลิเมอร์เพื่อกักเก็บน้ำสะอาด การมีสุขภาพดีเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งการมีความเป็นอยู่ที่ดีด้านสุขอนามัยนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลายข้อ และการเข้าถึงทรัพยากรน้ำที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อการดำรงชีวิตก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ เอลิเซอร์ (elixir)นวัตกรรมพอลิเมอร์ที่พัฒนาขึ้นโดยทีมงานของ เอสซีจี เคมิคอลส์ ช่วยยกระดับมาตรฐานวัสดุที่ใช้ในการผลิตถังเก็บน้ำบนดิน เพราะมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากวัสดุพอลิเมอร์ที่ใช้ผลิตถังเก็บน้ำโดยทั่วไปดังต่อไปนี้ ปลอดภัยกับอาหาร (Food Contact Materials: FCMs) เอลิเซอร์ (elixir) ผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับสากลว่าสามารถสัมผัสอาหารและน้ำดื่มได้อย่างปลอดภัย ไร้โลหะหนักประเภท สารตะกั่ว ปรอท และสารหนู ด้วยการเลือกใช้เม็ดสีที่ไร้ซึ่งสารโลหะหนัก และใช้วิธีการผสมสีด้วยการอัดรีดโดยใช้ความร้อนและความดัน ทำให้เนื้อวัสดุพอลิเมอร์นี้กับเม็ดสีรวมเป็นเนื้อเดียวกัน สีจึงไม่หลุดลอกออกมาปะปนกับน้ำเมื่อใช้งาน ได้ถังเก็บน้ำที่ปลอดภัย แข็งแรง ทนทาน ใช้งานยาวนาน เอลิเซอร์ (elixir) มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสียูวี (Anti-UV) ทำให้เนื้อวัสดุไม่เสื่อมสภาพเมื่อสัมผัสกับแสงแดดและรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต อายุการใช้งานจึงยาวนานขึ้น ไร้ตะไคร่น้ำ แบคทีเรีย และกลิ่น ถังเก็บน้ำที่ผลิตด้วยวัสดุ เอลิเซอร์ (elixir) ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำและเชื้อแบคทีเรีย เพราะเนื้อวัสดุมีคุณสมบัติทึบแสง และการขึ้นรูปถังเก็บน้ำที่มีความหนาของผนังระหว่าง 4.5 – 5.5 มิลลิเมตร ทำให้ไม่มีแสงผ่านเข้ามาในตัวถังและเอื้อต่อการเติบโตของสิ่งไม่พึงประสงค์ได้ และเพื่อการขนส่งลำเลียงน้ำและใช้เป็นท่อน้ำดื่ม สำหรับผู้ใช้งานที่ใส่ใจความปลอดภัยและห่วงใยสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังได้พัฒนา ท่อเอสซีจี รุ่น กรีน พรีเมียม (Green Premium) นวัตกรรมท่อพีวีซีไร้สารตะกั่ว ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ อาทิเช่น เป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากNSF International ประเทศสหรัฐอเมริกาในกลุ่มผลิตภัณฑ์ท่อพีวีซีฉลากเขียว (Green Label)สำหรับผลิตภัณฑ์ท่อพีวีซีแข็งสำหรับน้ำดื่ม (TGL-103-15) SCG Green Choice ภายใต้เกณฑ์การพิจารณาของบริษัท โดยอ้างอิงมาตรฐาน ISO14021 ในด้านกลุ่มส่งเสริมสุขภาพและสุขอนามัยที่ดี (Well-being) รวมทั้งยังสอดรับกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมใหม่ (มอก.) สำหรับท่อพีวีซีประเทศไทยที่เริ่มบังคับใช้ในปีนี้ จึงมั่นใจได้ในคุณภาพของสินค้า และสุขอนามัยที่ดีได้อย่างเต็มที่ พอลิเมอร์ที่ช่วยลดปัญหาขาดแคลนน้ำ โครงการก่อสร้างระบบท่อน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย ที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมกับ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) วางท่อส่งน้ำประปาลอดทะเลระหว่างอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงเกาะสมุย ซึ่งมีระยะทางของท่อลอดใต้ทะเลยาวกว่า 20 กิโลเมตร นับเป็นโครงการวางท่อขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ในโครงการดังกล่าว เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ใช้PE112นวัตกรรมวัสดุพอลิเมอร์สำหรับผลิตท่อประปาของภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนคอมพาวนด์สีดำ มาตรฐานระดับโลกและได้รับการจดสิทธิบัตร มีคุณสมบัติพิเศษของเม็ดพลาสติกSCG HDPE H112PCคือ มีความเหนียว แข็งแรงคงทนมากกว่าเม็ดพลาสติก PE100 ทั่วไปในตลาด สามารถทนแรงดันได้เพิ่มขึ้น 10% ทั้งภายในและภายนอกท่อ สามารถทนรอยขีดข่วนได้เพิ่มขึ้น 50% ผ่านการทดสอบการสึกกร่อนด้วยวิธี Sand Slurry Test มีความยืดหยุ่นดี สามารถโค้งงอได้ ทำให้ง่ายในการจมท่อลงสู่พื้นผิวใต้ทะเล และมีอายุการใช้งานของท่อยาวนานขึ้น การเป็นส่วนหนึ่งของ เอสซีจี เคมิคอลส์ ในโครงการฯ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนบนเกาะสมุย รวมถึงชุมชนตลอดเส้นแนวทางประปาให้ดียิ่งขึ้น และเป็นฐานรากสำคัญที่ช่วยดูแลการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมของ PE112 คลิกเพื่อรับชมวิดีโอได้ที่นี่https://bit.ly/3Am4bfd พอลิเมอร์ที่บำบัดน้ำให้สะอาด นอกเหนือจาก เอลิเซอร์ (elixir) และ PE112 ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการพัฒนาของสังคมแล้ว เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังได้ตระหนักถึงปัญหามลภาวะปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยขยายผลสู่การบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อการอนุรักษ์แหล่งน้ำอย่างยั่งยืน และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยพิทักษ์และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่น่าสนใจได้แก่นวัตกรรมทุ่นกักขยะลอยน้ำและ Zyclonic™ by SCG เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะในทะเล เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พัฒนานวัตกรรมทุ่นกักขยะลอยน้ำ ซึ่งมีอยู่ 2 รุ่น คือ SCG-DMCR Litter Trap และ SCG-DMCR Litter Trap Generation 2 นวัตกรรมเพื่อแหล่งน้ำสะอาดทั้งสองนี้มีพอลิเมอร์ของ เอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นส่วนประกอบหลักของวัสดุ โดย SCG-DMCR Litter Trap ทำจาก ท่อ PE100 ที่เหลือจากการทดสอบขึ้นรูปในโรงงานของเอสซีจี มีความแข็งแรงทนทาน ส่วน SCG-DMCR Litter Trap Generation 2 มีวัสดุลอยน้ำ HDPE-Bone ซึ่งผลิตจากพลาสติกเกรดพิเศษ HDPE มาใช้ทดแทนวัสดุเดิม ทำให้ทุ่นฯ สามารถลอยน้ำได้ดีขึ้น จัดเก็บขยะลอยน้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ทนทานต่อรังสียูวี อายุการใช้งานยาวนาน 25 ปี ประกอบและติดตั้งได้ง่ายขึ้น นวัตกรรมทั้งสองนี้สามารถนำกลับมารีไซเคิลตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ด้วย ส่วนZyclonic™ by SCGคือ ระบบบำบัดสำหรับน้ำที่ใช้งานแล้ว ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำเสียจากห้องน้ำ และน้ำเสียในครัวเรือนด้วยกระบวนการทางชีวภาพและเคมีไฟฟ้า ทำให้น้ำที่ได้ปราศจากเชื้อโรค สี และกลิ่น สามารถนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมดังกล่าวสามารถนำไปเชื่อมต่อกับบ่อเกรอะ และบ่อพักน้ำเสียของอาคารได้ทันที เป็นนวัตกรรมเพื่อสุขอนามัยที่ยั่งยืนที่ได้รับการพัฒนา ต่อยอดมาจากระบบสุขาปลอดเชื้อที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ร่วมพัฒนาขึ้นกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ (Bill & Melinda Gates Foundation: BMGF) ไม่ใช่แค่เฉพาะประเด็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเท่านั้นที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่เรายังคงมุ่งมั่นคิดค้น สร้างสรรค์ และต่อยอดนวัตกรรมพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยยกระดับสังคมให้ดียิ่งขึ้นในบริบทที่หลากหลายอีกด้วย คลิกที่นี่ เพื่อดูเนื้อหาที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่https://bit.ly/3AqfEdD ที่มา: https://www.un.org/development/desa/disabilities/envision2030-goal6.html https://www.nsf.org/ https://www.tei.or.th/greenlabel/about.html https://www.tisi.go.th/data/standard/fulltext/TIS-17-2561m.pdf
5 อันดับ วัสดุ “รักษ์โลก” ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม

5 อันดับ วัสดุ “รักษ์โลก” ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม

วันที่: 11 ส.ค. 2564

แพ็กเกจจิ้งเครื่องดื่มเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายและได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีการประเมินกันว่าในปี 2022 มูลค่าของสินค้าในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์จะสูงถึง980.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯอย่างไรก็ตามกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และความสนใจของสังคมที่สนับสนุนการใช้งานบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ชวนให้คิดว่า “วัสดุที่เราใช้ผลิตภาชนะใส่เครื่องดื่มนั้น มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ?” จากบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์THE CONVERSATIONของศาสตราจารย์ เอียน วิลเลียมส์และอลิซ โบร้คแห่งมหาวิทยาลัยเซาท์แฮมป์ตัน ได้นำเสนอผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของวัสดุซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มทั้ง 5 ชนิด เอสซีจี เคมิคอลส์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชั้นแนวหน้าของประเทศและระดับภูมิภาค จึงได้เรียบเรียงเนื้อหาขึ้นมาใหม่ไว้ในบทความนี้ และเรามาดูกันว่า “พลาสติก” นั้นจะถูกจัดอยู่ในอันดับที่เท่าไร อันดับที่5ขวดแก้ว หลายคนอาจจะประหลาดใจว่าทำไมวัสดุอย่างแก้วถึงอยู่ท้ายสุดของการจัดอันดับ เพราะตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ เข้าใจว่าแก้วนั้นน่าจะวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด แต่จากผลวิจัยเผยให้เห็นว่า วัสดุที่เราคิดว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดนั้น กลับใช้วัตถุดิบและพลังงานตลอดทั้งกระบวนการมากที่สุดในการจัดอันดับนี้ การผลิตแก้วนั้นเริ่มต้นจากการขุดทรายแก้ว (silica sand) และโดโลไมท์ (dolomite) ซึ่งการทำเหมืองแร่ทั้งสองชนิดนี้สร้างมลพิษปริมาณมหาศาลและเป็นอันตรายต่อปอดอย่างมาก โดยคนงานที่อยู่ในเหมืองดังกล่าวมักเป็นโรคปอดจากฝุ่นหิน หรือโรคซิลิโคซิส (Silicosis) ขั้นตอนการหลอมแร่ทั้งสองนี้ก็จำเป็นต้องใช้พลังงานที่สูงมาก และเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่ใช้ก็เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นพลังงานสิ้นเปลืองที่ได้จาก น้ำมัน หินน้ำมัน ทรายน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ โดยในขั้นตอนนี้ยังมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกด้วย จากการวิเคราะห์ของศาสตราจารย์ เอียน วิลเลียมส์ และ อลิซ โบร้ค แห่งมหาวิทยาลัยเซาท์แฮมป์ตัน ระบุว่า “ขวดแก้วขนาด 1 ลิตร มีน้ำหนัก 800 กรัม ในขณะที่ขวดพลาสติกจะหนักประมาณ 40 กรัม นั่นหมายถึงการขนส่งบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากขวดแก้วต้องใช้พลังงานมากกว่า และทำให้วัสดุชนิดนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงถึง 90% เมื่อเทียบกับกระป๋องอะลูมิเนียม” อันดับที่4ขวดแก้วรีไซเคิล หากเราคิดว่าวัสดุใด ๆ ก็ตาม ถ้ามีคำว่ารีไซเคิลอยู่ด้วยแล้วจะทำให้มันดูเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น นั่นอาจจะเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะขวดแก้วรีไซเคิลเองก็ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 4 ของวัสดุรักษ์โลกที่ใช้ทำแพ็กเกจจิ้งเครื่องดื่ม แม้ว่าจะไม่ต้องกลับไปเริ่มตั้งแต่การขุดเหมือง การสกัดแร่ การผลิต และการขนส่ง แต่การรีไซเคิลขวดแก้วก็ยังต้องใช้พลังงานในปริมาณที่สูง ก็คือการหลอมขวดแก้ว และการใช้พลังงานจำนวนมากก็มาพร้อมกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สูงตามไปด้วย ในระหว่างกระบวนใช้ซ้ำนี้เองอาจจะมีการเล็ดลอดของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นได้อีกครั้งด้วย อันดับที่3ขวดพลาสติก พลาสติก คือ วัสดุที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่สามของวัสดุยั่งยืนที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ด้วยคุณสมบัติที่ แข็งแรง ทนต่อสารเคมี และมีน้ำหนักเบา ทำให้วัสดุนี้ใช้พลังงานที่น้อยลงในระหว่างการขนส่ง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย นี่คือเหตุผลที่งานวิจัยดังกล่าวจัดอันดับพลาสติกไว้ในลำดับที่สาม สำหรับ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้พัฒนา SMXTMTechnology เทคโนโลยีการผลิตเม็ดพลาสติก HDPE คุณภาพสูงที่มีความแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม โดยที่ยังคงคุณสมบัติเชิงกล (Mechanical Properties) ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้สามารถลดปริมาณการใช้เม็ดพลาสติกลง แต่ยังคงความแข็งแรงไว้ได้ เทคโนโลยีนี้สามารถผลิตเม็ดพลาสติก HDPE สำหรับหลากหลายการใช้งาน ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ ฝาขวดน้ำอัดลม HDPE รุ่นน้ำหนักเบาพิเศษ ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก SCG™ HDPE SX002J และ SX002JA สามารถลดปริมาณวัสดุตั้งต้นได้สูงสุดถึง 30% จึงช่วยลดการใช้พลังงานในการขึ้นรูป และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนส่งถึงมือผู้ใช้งาน อันดับที่2กระป๋องอะลูมิเนียม สำหรับวัสดุรักษ์โลกที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในอันดับที่สอง คือ อะลูมิเนียม สาเหตุที่ทำให้วัสดุนี้ประเภทนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเพราะใช้พลังงานและทรัพยากรในการผลิตน้อยกว่า อย่างไรก็ตามวัสดุอย่างอะลูมิเนียมเองก็ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะตามธรรมชาติอะลูมิเนียมไม่ได้เป็นแร่ธาตุบริสุทธิ์ แต่เป็นสารประกอบที่อยู่กับบอกไซต์ (Bauxite) ซึ่งต้องนำมาสกัด โดยขั้นตอนนี้สิ้นเปลืองพลังงานอย่างมากและอาจมีสารพิษที่อาจะเล็ดลอดและปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำได้ อันดับที่1กระป๋องอะลูมิเนียมรีไซเคิล การศึกษาของศาสตราจารย์ เอียน วิลเลียมส์และอลิซ โบร้คแห่งมหาวิทยาลัยเซาท์แฮมป์ตัน พบว่า กระป๋องอะลูมิเนียมที่ถูกนำมาใช้งานซ้ำ เป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด หนึ่งในเหตุผลสำคัญก็คือ เราสามารถใช้อะลูมิเนียมซ้ำได้หลายรอบโดยที่คุณสมบัติยังคงเดิม และนั่นทำให้ไม่ต้องไปขุดแร่ขึ้นมาใหม่ รวมถึงตัดขั้นตอนการขนส่งแร่ที่ต้องใช้พลังงานออกไปได้เลย นอกจากนี้การรีไซเคิลอะลูมิเนียมยังช่วยประหยัดพลังงานได้สูงถึงร้อยละ 95 แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะเรามักไม่ค่อยนำอะลูมิเนียมกลับมาใช้งานซ้ำ ในสหราชอาณาจักรเองอัตราการรีไซเคิลแพ็กเกจจิ้งที่ทำจากวัสดุประเภทนี้มีเพียง 52% แม้ว่าจะมีความพยายามในการจัดอันดับให้กับวัสดุ เพื่อชี้ให้เห็นว่าพวกมันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยขนาดไหน แต่การส่งเสริมให้เกิดการรีไซเคิลวัสดุเหล่านี้ให้เกิดขึ้นมากที่สุด และการให้ความรู้ว่าการแต่ละวัสดุมีคุณค่าและเราควรช่วยกันคัดแยกวัสดุหลังการใช้งานตั้งแต่ต้นทาง จะเป็นทางที่นำไปสู่การสร้างวิถีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่ง เอสซีจี เคมิคอลส์ เองก็ได้เป็นต้นแบบและผลักดันให้เกิดแนวปฏิบัติดังกล่าวภายใต้แนวคิด“ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” ที่มา: https://www.smithers.com/resources/2018/mar/global-packaging-consumption-to-reach-$980-4-bill https://theconversation.com/ranked-the-environmental-impact-of-five-different-soft-drink-containers-149642 https://endplasticwaste.org/en/our-stories/environmental-impact-of-five-different-soft-drink-containers https://www.scgchemicals.com/th/news-media/feature-story/detail/97