คิดค้นเพื่อชีวิต พลาสติกเพื่อวงการแพทย์

คิดค้นเพื่อชีวิต พลาสติกเพื่อวงการแพทย์

วันที่: 9 ก.ย. 2556

เอสซีจี เคมิคอลส์ ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) มาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งการสร้างสังคมและธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนนั้น บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นตัวขับเคลื่อนที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมต่างๆ ทั้งสินค้าและบริการ โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่เอสซีจี เคมิคอลส์ ทุ่มเทพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง คือ นวัตกรรมพลาสติกเพื่อวงการแพทย์ (Medical Plastics) ซึ่งก่อประโยชน์วงกว้างกับสังคม ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้น เข้าถึงการรักษาได้ทั่วถึงและสะดวกยิ่งขึ้น เพราะเครื่องมือแพทย์ที่ทำจากพลาสติกมีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ และยังทำให้ขนส่งได้สะดวกไม่แตกหักเสียหายระหว่างการขนส่ง จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร เช่น ขวดน้ำเกลือแบบแขวนถุงเลือด และหลอดฉีดยา นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วยและผู้ใช้งาน เช่น ชุดถุงฟอกไต สำหรับผู้ป่วยโรคไต ซึ่งในอนาคต คนไข้สามารถทำได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล นอกจากนวัตกรรมพลาสติกจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมดีขึ้นแล้ว ในภาคเศรษฐกิจก็ได้รับประโยชน์ด้วยเช่นกัน เพราะช่วยให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศได้ โดย คุณยุทธนา เจียมตระการ กรรมการผู้จัดการบริษัทเอสซีจี เพอร์ฟอร์มานซ์ เคมิคอลส์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ขยายความเพิ่มเติมในส่วนนี้ "นโยบายของรัฐบาลอยากให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub ซึ่งเรามีโรงพยาบาลที่ดี มีแพทย์ที่เก่ง มีพยาบาลที่มีจิตใจให้บริการ สิ่งที่ขาดคืออุปกรณ์ทางการแพทย์และยารักษาโรค ในส่วนที่เอสซีจี เคมิคอลส์ จะเข้าไปมีบทบาทแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ คือ เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อให้เกิดวัสดุอุปกรณ์ทางด้านการแพทย์ขึ้นมาในประเทศหากสามารถลดต้นทุนทางด้านอุปกรณ์ได้ ด้วยงบประมาณเท่าเดิมจะทำให้เข้าถึงคนในวงกว้างได้มากขึ้น ทำให้สังคมไทยดีขึ้นในระยะยาว" หลายคนอาจสงสัยว่าพลาสติกที่นำมาใช้ในการแพทย์ต่างจากพลาสติกทั่วไปหรือไม่ รวมถึงอาจไม่แน่ใจว่าพลาสติกจะสามารถทดแทนและมีคุณภาพด้านความปลอดภัยเทียบเท่าวัสดุทางการแพทย์อื่นๆ ได้อย่างไร คุณยุทธนา ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ดังนี้ ความแตกต่างของพลาสติกสำหรับวงการแพทย์กับพลาสติกประเภทอื่นแบ่งออกเป็น 3 ด้านคือ 1. ด้านผลิตภัณฑ์ (Product) จุดที่แตกต่างจากพลาสติกประเภทอื่นก็คือ ทั้งกระบวนการผลิตต้องสะอาด ปลอดเชื้อ เพราะงานด้านการแพทย์เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตคน การออกแบบสูตรการผลิตจึงมีความพิเศษอย่างมาก เพราะต้องสามารถผ่านการฆ่าเชื้อ (Sterilization)ได้หลายรูปแบบ ได้แก่ การฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำความดันสูง (ต้ม) การฆ่าเชื้อด้วยสารเคมี ได้แก่ ก๊าซเอททิลีน ออกไซด์ และการฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมม่าซึ่งเม็ดพลาสติกของเอสซีจี เคมิคอลส์ สามารถผ่านการฆ่าเชื้อในระดับสูงสุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ เม็ดพลาสติกชนิดพิเศษนี้ ยังต้องสามารถนำไปขึ้นรูปและผลิตเป็นเครื่องมือแพทย์ได้จริง 2. ด้านเทคโนโลยี (Technology) ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) ซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์ได้ทุ่มเทเรื่องการวิจัยและพัฒนาสำหรับพลาสติกเพื่อการแพทย์เป็นอย่างมาก และด้านการควบคุมคุณภาพในการบริหารจัดการตลอดกระบวนการผลิต ต้องผ่านมาตรฐานคุณภาพที่เป็นขั้นกว่าของ GMP (Good Manufacturing Practices) ได้แก่ ISO 13485 ที่มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอน เพื่อดูแลเรื่องการปนเปื้อน ซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายแรกและรายเดียวในเอเชียที่ใช้กระบวนการผลิต ISO 13485 เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้งานหรือคนไข้นั่นเอง 3. ด้านบริการ (Innovative Service) นอกจากนวัตกรรมพลาสติกเพื่อวงการแพทย์ซึ่งออกสู่ตลาดจริงแล้วเอสซีจี เคมิคอลส์ ก้าวไปอีกขึ้นด้วยการพัฒนานวัตกรรมทางด้านบริการ โดยก่อตั้งหน่วยงาน Design Catalyst by SCG Chemicals เพื่อให้บริการด้านการออกแบบและเลือกใช้วัสดุพลาสติกให้เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท ถือเป็นหนึ่งในบริการที่แตกต่างจากผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์รายอื่นๆ และถือเป็นผู้ผลิตรายแรกในอาเซียนที่ให้บริการทางด้านนี้อย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น เครื่องมือผ่าตัดโรคพังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ (Carpal Tunnel Retractor or CTR) ซึ่งทีม Design Catalyst สามารถตอบสนองความต้องการของนวัตกรและบริษัทจัดจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพจนสามารถเปลี่ยนวัสดุของเครื่องมือผ่าตัดชิ้นนี้จากสแตนเลสเป็นพลาสติกจนประสบความสำเร็จ ซึ่งนอกจากจะสามารถลดต้นทุนการผลิตและลดค่าใช้จ่ายการผ่าตัดแต่ละครั้งแล้ว ยังช่วยลดขนาดของบาดแผล และลดเวลาการผ่าตัดลงจากเดิมประมาณ 1 ชั่วโมง เหลือเพียงแค่ 8 นาทีเท่านัน้ ปัจจุบันโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศนำไปใช้งานจริงในห้องผ่าตัด และเตรียมวางจำหน่ายในต่างประเทศเร็วๆ นี้ ถือเป็นสินค้านวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยชิ้นแรกที่ก้าวสู่สากล และได้รับรางวัลระดับโลก จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย เครื่องมือผ่าตัดโรคพังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ (Carpal Tunnel Retractor orCTR)ผลิตจากเม็ดพลาสติก PP (Polypropylene) ที่สามารถผ่านการฆ่าเชื้อโดยฉายรังสีแกมม่า (Gamma) และอีลาสโตเมอร์ (Elastomers) ซึ่งการนำพลาสติกมาทดแทนสแตนเลสถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากวัสดุทั้งสองมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทีมออกแบบต้องใช้จินตนาการผสานกับความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้งานของอุปกรณ์ชิ้นนี้ ต้องศึกษาเรื่องสรีระและการทำงานของแพทย์เพื่อให้ฟังก์ชั่นต่างๆ ของเครื่องมือผ่าตัดชิ้นนี้อยู่ครบถ้วน นอกเหนือจากงานด้านออกแบบแล้ว ส่วนที่สำคัญอย่างมาก คือ การเลือกสรรวัสดุที่เหมาะสม (Materials Selection) ซึ่งสองส่วนงานนี้ คือ การออกแบบ และเทคนิคการเลือกใช้วัสดุต้องทำงานร่วมกัน ซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์ มีทั้งนักออกแบบและวิศวกรด้านเทคนิคเพื่อร่วมดูแลงานของลูกค้าออกมาสมบูรณ์ที่สุด นี่คือความท้าทายของเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ได้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสินค้าและบริการเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ถือเป็นครั้งแรกในอาเซียนที่ผู้ผลิตพลาสติกและเคมีภัณฑ์ได้นำร่องอุตสาหกรรมพลาสติกสู่ความเป็น Creative Plastic นี่จึงเป็นก้าวสำคัญที่เอสซีจี เคมิคอลส์มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนต่อไป คลิกที่นี่เพื่อชมข้อมูลผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกเพื่อการแพทย์ Design Catalyst คู่คิดของธุรกิจพลาสติกดีไซน์www.design-catalyst.com