Chemicals Business, SCG, is one of the largest integrated petrochemical companies in Asia and a key industry leader. We manufacture and supply a full range of petrochemical products ranging from upstream monomers to downstream polymers including polyethylene, polypropylene, polyvinyl chloride, polystyrene and MMA.

Chemicals Business, SCG, Takes ESG-Friendly Stance to Strengthen Society, Environment, and Business Growth

Chemicals Business, SCG, Takes ESG-Friendly Stance to Strengthen Society, Environment, and Business Growth

Date: 24 Jun 2021

Operating a company in the traditional manner, with an emphasis primarily on profit and cost reduction, may be irrelevant in today's global context, when the world is confronted with a slew of challenges ranging from a scarcity of natural resources, exacerbated climate change, a wider gap in social inequality, to corruption. Therefore, businesses should take these variables into account and use them adequately to continue to grow sustainably while benefiting all stakeholders and creating sustainable returns. SCG recognizes the significance of this evolving context and devotes consistent attention to the ESG criteria. In addition, the company takes a broader approach to environmental, social, and governance challenges by incorporating sustainable practices into business operations to promote confidence in all sectors and emphasize the business's responsibility in the three said dimensions. What does ESG have to do with Sustainable Business? ESG is a term used in the capital markets to provide investors information to assess the business's performance holistically. ESG encompasses more than just financial data; it reflects a company's corporate governance, transparent management, risk management, and commitments to its stakeholders, as well as competitiveness and the ability to deliver long-term returns. The vital sustainable practices underlying ESG include 3 main areas: Environmental (E), covering energy, water, waste, pollution, and greenhouse gas management; Social (S), covering company's treatment regarding employees, customer, social and community development; and Governance (G) focusing on good corporate governance, sustainability risk management, supply chain management, and corporate innovation. The Importance of ESG to Chemicals Business, SCG In addition to placing sustainable development and circular economy at the heart of company operations, Chemicals Business, SCG also adopted ESG as an additional conceptual framework to help reflect its accountability to stakeholders in three dimensions: Environmental Dimension. Chemicals Business, SCG, announced earlier this year its roadmap "Chemicals Business for Sustainability," which will apply to the entire supply chain. To achieve such a roadmap, the company implemented key strategies such as Design for Recyclability, in which products are redesigned to use less plastic materials while providing the same or superior performance, accelerating the development of bioplastics as an alternative material, and integrating advanced recycling processes to convert post-consumer plastics into renewable feedstock. Social Dimension. To sustainably shape the healthy community around the plant, Chemicals Business has fostered exceptional community entrepreneurship by leveraging the local identities of communities in Rayong to generate additional value, in line with the circular economy model, which incorporates innovation and technology to facilitate and improve efficiency. Among the examples are fabric made from pineapple leaves by the Khon Saen Witi Weaving Community Enterprise in Pluak Daeng District, seawater-dyed batik by the Tan Batik Community Enterprise in Ban Chang District, Tulip Housewife Community Enterprise in Mueang District's Noenpayom, and Song Saleung Salacca Fruit in Syrup Community Enterprise in Klaeng District, and online marketplace -- Rayong Shop Hi. Governance Dimension. ESG helps Chemicals Business, SCG, monitor and collect business sustainability performance in a more comprehensive, organized, and transparent manner, allowing the company to better communicate and establish an understanding with stakeholders. The approach also helps the company in better managing stakeholder needs while retaining competitiveness and developing corporate credibility. It is also a tool for reflecting business potential to attract investors who want to invest in outstanding businesses with the potential to deliver sustainable and long-term returns. The use of ESG (Environmental, Social, Governance), which conforms to environmental care, social stewardship, and good corporate governance, would aid Chemicals Business, SCG, in operating a sustainable path in line with the international community's Sustainable Development Goals (SDGs).

สำนักงานประกันสังคม จ.ระยอง ร่วมกับ เอสซีจี เคมิคอลส์  จัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนประกันสังคม SCG ระยอง สำหรับผู้ประกันตน ม. 33 เร่งฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ประกันตน

สำนักงานประกันสังคม จ.ระยอง ร่วมกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนประกันสังคม SCG ระยอง สำหรับผู้ประกันตน ม. 33 เร่งฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ประกันตน

Date: 22 Jul 2021

ระยอง – 13 กรกฎาคม 2564 : สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จังหวัดระยอง ร่วมกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดตั้ง “ศูนย์ฉีดวัคซีนประกันสังคม SCG ระยอง สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33” ณ อาคารสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม อาร์ ไอ แอล ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี จ.ระยอง โดยได้รับเกียรติจากนายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และนายปรีดา วัชรเธียรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยโพลิเอททีลีน จำกัด รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฯ ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมสถานที่ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ประกันตนที่เข้ารับการฉีดวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2564 เป็นระยะเวลา 42 วัน ซึ่งสนับสนุนนโยบายของสำนักงานประกันสังคมที่มีแผนกระจายวัคซีนให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 4 จังหวัดเศรษฐกิจ ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ หลังจากฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนฯ ในพื้นที่สีแดงเข้มไปแล้วกว่า 4 แสนคน และจะทำการกระจายวัคซีนในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า “สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน มีความพร้อมที่จะดำเนินงานอย่างเต็มขีดความสามารถเพื่อช่วยให้ผู้ประกันตนทุกท่านได้รับบริการวัคซีนโควิด 19 อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในทุกพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้เราเริ่มลงพื้นที่ฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งมีการระบาดของโควิด 19 มากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้ประกันตนที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 4 แสนราย สำหรับการกระจายวัคซีนมาให้กับผู้ประกันตนในเขตพื้นที่เศรษฐกิจนี้ ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม เป็นต้นไป ซึ่งมี 11 จุด ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ” นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เผยว่า “จังหวัดระยองเป็นหนึ่งในจังหวัดเศรษฐกิจของประเทศ มีนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ส่งผลให้มีประชากรอยู่เป็นจำนวนมาก และจังหวัดระยองจัดอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด จึงเป็นการดีที่สำนักงานประกันสังคมได้เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนกับทางผู้ประกันตนมาตรา 33 เพื่อช่วยสร้างให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่อย่างเร็วที่สุด ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้มีมาตรการให้ประชาชนในพื้นที่ป้องกันตนเองและปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ตลอดจนการจํากัดการเคลื่อนย้ายและการดําเนินกิจกรรมของบุคคลให้มาก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มในพื้นที่จังหวัดระยอง” นายปรีดา วัชรเธียรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยโพลิเอททีลีน จำกัด กล่าวว่า “ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างนั้น บริษัทฯ ได้สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย และในครั้งนี้ บริษัทฯ มีความยินดีที่ได้สนับสนุนและส่งเสริมการกระจายวัคซีนของสำนักงานประกันสังคม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับผู้ประกันตน โดยได้สนับสนุนพื้นที่จัดตั้ง “ศูนย์ฉีดวัคซีนประกันสังคม SCG ระยอง” สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในบริเวณอาคารสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม อาร์ ไอ แอล ในธุรกิจเคมิคอส์ เอสซีจี พร้อมทั้ง อำนวยความสะดวกให้ทั้งทีมบุคลากรทางการแพทย์และผู้ประกันตนที่มารับวัคซีน โดยพื้นที่ดังกล่าวสามารถรองรับจำนวนผู้ที่มารับวัคซีนได้ถึง 2,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับจังหวัดระยอง รณรงค์ให้ความรู้และแนวปฏิบัติผ่านแคมเปญ ‘ระยองพร้อม สู้โควิด 19’ ตลอดจนมอบอุปกรณ์ป้องกันเชื้อที่จำเป็นกับภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดระยองมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยดูแลชาวระยองให้ปลอดภัย” สำหรับศูนย์ฉีดวัคซีนประกันสังคม 11 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด มีรายละเอียดดังนี้ จังหวัดชลบุรี 4 จุด ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เซ็นทรัลพลาซ่า ชลบุรี แปซิฟิกพาร์ค ศรีราชา เซ็นทรัลมารีน่า พัทยา จังหวัดระยอง 2 จุด ได้แก่ สวนอุตสาหกรรม สยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลปาร์ค ปลวกแดง บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา 1 จุด ได้แก่ บริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จังหวัดสมุทรปราการ 4 จุด ได้แก่ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด หอประชุมที่ว่าการ อ.พระสมุทรเจดีย์ บริษัท ต่อยอดเฟรช (ประเทศไทย) จำกัด หอชมเมืองสมุทรปราการ สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับบริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ทั้ง 11 จุด ดังกล่าว คือ ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ลงทะเบียนผ่านระบบ e-service กับสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม เป็นต้นไป สำหรับผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการนัดหมายให้เข้ารับการฉีดวัคซีนในรอบแรก ทางสำนักงานประกันสังคมจะนัดหมายและจัดสรรให้ในรอบถัดไป เรียงตามลำดับการลงทะเบียน ทั้งนี้ การเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนประกันสังคม SCG ระยอง ได้รับเกียรติจาก นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ดร.ภานุพงศ์ จิตดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสมพงษ์ โสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง นายแพทย์สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง นางขนิษฐา ศรีบัวชุม ผู้อำนวยการประกันสังคมจังหวัดระยอง นายสันติโชค กุลเศรษฐ ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 2 นายฉกาจ พัฒนศรี ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นายอนุชิต สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานกลุ่มมาบตาพุด นายอำนวย ไตรลักษณ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด นายสุรเชษฐ์ ซื่อมาก ประธานสภาเทศบาลเมืองมาบตาพุด ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฯ โดยมีตัวแทนจากธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้แก่ นายปรีดา วัชรเธียรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยโพลิเอททีลีน จำกัด นายพิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช กรรมการผู้จัดการ บริษัทระยอง โอเลฟินส์ จำกัด นายไพศาล เล็กสกุลไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัทมาบตาพุด โอเลฟินส์ จำกัด นายบุญเอื้อม น้อยเอม กรรมการผู้จัดการ บริษัทอาร์ ไอ แอล 1996 จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารจากธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ให้การต้อนรับ
Chemical Business, SCG Restates Commitment to Plastic Management, Joining Forces with FTI, PPP Plastics and AEPW to Launch ALL_Thailand

Chemical Business, SCG Restates Commitment to Plastic Management, Joining Forces with FTI, PPP Plastics and AEPW to Launch ALL_Thailand

Date: 15 Jun 2021

Bangkok — 15 June 2021 - The Federation of Thai Industries, PPP Plastics and the Alliance to End Plastic waste (AEPW) jointly launched the ALL_Thailand project for sustainable plastic management with Mr. Supant Mongkolsuthree, Chairman, The Federation of Thai Industries, Dr. Wijarn Simachaya, Chairman, Thailand PPP Plastics, and Mr. Jacob Duer, President and CEO, Alliance to End Plastic Waste: AEPW, presided over the ceremony with executives from the main sponsors of PPP Plastics, namely Dow Thailand Group, Chemicals Business, SCG, PTT Global Chemical Public Company Limited, Nestle (Thailand) Co., Ltd., and SUEZ. The ALL_Thailand project aims to develop prototypes and innovations in reusing used plastics and preventing those plastics from leaking into the environment by emphasizing on the creation of management prototypes at the source from community, local, and provinces levels of every lifestyle to systems, as well as the creation of innovations that will help bring those plastics back to use in accordance with the circular economy principle effectively which when the project is completed, then will require further expansion of the national governments have to provide results to cover in accordance with the government's BCG policy and the plastic waste management roadmap of Thailand. The 3 projects are as follows: Eco Digiclean Klongtoei Project, Rayong Less-Waste Project, and Paving Green Roads Project with a total operating period of 2 years. Mr Supant Mongkolsuthree, Chairman, The Federation of Thai Industries, said, "The Federation of Thai Industries (FTI) has focused on the sustainable management of plastic waste in Thailand. We collaborate with the Alliance to End Plastic Waste (AEPW) and PPP Plastics to create a business model in waste management that can be widely expanded to benefit society, the environment, and the economy. FTI is well prepared to implement the projects to promote a comprehensive waste management model and create added value to plastic waste. For example, plastic waste can be used for road construction, a key infrastructure of the country. In addition, it can create Thailand's guidelines for plastic waste management throughout the supply chain according to the guidelines for the development of the Bio-Circular-Green Economic: BCG Model and enhance the competitiveness of the Thai industrial sector following economic and technological development trends in the future." Dr Wijarn Simachaya, Chairman, Thailand PPP Plastics, said, “The ALL Thailand project consists of 3 projects: 1. A pilot project to develop plastic waste management in major cities or Eco Digiclean Klongtoei. It focuses on applying digital technology to help manage the plastic waste at the source, such as creating an application to help manage waste, developing a new semi-automatic bin to help separate plastic waste and creating a traceability system to add value to plastic waste, as well as research & development of a system for recycling used plastics to meet the demands of people with different lifestyles in order to attract more plastics back into the recycling system. 2. The “Rayong Less-Waste” or “Rayong Reduce Waste” project aimed to expand the community and local waste management model with a circular economy in Rayong Province by transferring knowledge to create knowledge and understanding of waste management to cover all 68 municipalities of Rayong Province, and to generate income, a career, good quality of life and reduce the amount of plastic waste that goes to landfills in Rayong which it is counting the days to have less area. 3. Paving Green Roads Project, It is a study on how to use plastic waste as part of building asphalt roads with efficiency and no environmental impact which jointly implement with many countries. In Thailand, we have worked with a team of experts from Chiang Mai University to jointly the environmental research of road construction that contains plastic waste in terms of air and water, including strength and durability properties, and the potential to recycle demolished plastic roads in order to be appropriate option to build Thailand's new roads in the future” Mr Jacob Duer, President and CEO of the Alliance to End Plastic Waste, said: “These three projects are each unique examples of the action happening on the ground. When combined through the ALL_Thailand programme, they demonstrate how collaboration can help to amplify individual efforts – to enable knowledge sharing, empower education and drive positive impact for communities. This is in line with the vision of the Alliance to catalyse collective action to advance a circular economy and end plastic waste in the environment.” "The Industrial Promotion and Support Department focused on plastic waste management," said,Mr Kriengkrai Thiennukul, Vice Chaiman, The Federation of Thai Industries, "and is ready to act as a representative in order to encourage relevant business sectors to discuss the establishment of a standard for plastic PET bottles from colored to clear recycled bottles , including to promote the reuse of recycled plastic bottles, and create value by collection of more used plastic bottles into the recycling system in accordance with the future technology direction and the Bio-Circular-Green Economy (BCG Model)." Mr Chatchai Luanpolcharoenchai, President, Dow Thailand Group,said, “We see the benefits of working with all sectors to manage used plastic sustainably. We are one of the founding members of PPP Plastics since 2017 and have driven various projects under PPP Plastics, including the ALL_Thailand project to drive plastic circularity. We are willing to support this project and work with all stakeholders for the success of the ALL_Thailand, which will bring many benefits the country.” Mr Sakchai Patiparnpreechavud, Vice President, Chemicals Business, SCG, said “Chemical Business, SCG is conducting business with the 2021 direction toward a “Chemicals Business for Sustainability,” aligning our strategies and practices with the ESG and SDGs. Given rising concerns around the realities of inappropriately managed plastic waste, we have thus adopted circular economy and integrated the restorative approach into our business operations, focusing on thorough management cycle of plastics with a strong sense of care and responsibility. These perspectives have been illustrated in three disciplinary ways: (1) Building a better awareness and understanding of circularity that leads to cultivating eco-consciousness in target audience and ultimately changing their undesired behaviour for sustainably-intended and at-source waste management practices. According to a green mindset of “Resource Maximization, Correct Sorting, Proper Disposal,” the SCG-endorsed way of waste management and disposal can start at home. Children, while in schools, are to sensitize environmental stewardship through waste-free lessons and activities, empowering them to be role models and mentors in waste management and disposal for society. To accommodate waste management activities and recover more of the valuable materials present in waste streams, SCG is also at the forefront of the effectively digitized waste management regimes — our waste bank management application “KoomKah” helps streamline waste management at fingertips. (2) Integrating circular economy principles into our business model is another key practice that SCG has adopted. We are committed to groundbreaking solutions that exceeds customer needs and wants, and more importantly, they are ecologically sound and recycling-driven. (3) Accelerating networks and collaborations spans across the country and overseas plays the last role in SCG’s environmental stewardship. We believe that collaborative efforts among organizations at all levels and territories — particularly AEPW, PPP Plastics and its alliances — are significantly important to safeguarding well-being and building sustainable growth for our stakeholders. Dr Chaya Chandavasu, Senior Vice President, Sustainability and Corporate Branding, PTT Global Chemical Public Company Limited, said, “GC, one of the founders of PPP Plastics, is pleased that PPP Plastics and the Federation of Thai Industries are joining with the Alliance to End Plastic Waste, or AEPW in solving the plastic waste problem through sustainable waste management and solutions in line with the principles of the Circular Economy and the 3Rs. GC recognizes the problems caused by plastic waste. To respond, we have adopted innovations and technologies to develop various alternative solutions for consumers. GC is ready to provide support in education, research and development, and innovation to maximize the value of plastic waste, in accordance with BCG’s guidelines, to elevate people’s well-being and increase the competitiveness of the Thai industrial sector. GC strongly believes that the cooperation with PPP Plastics and its partners will drive more systematic management of used plastics resulting in projects that are capable of achieving their objectives in reducing the amount of plastic waste in Thailand’s seas by at least 50% by 2027.” Mr. Nophadol Siwabutr, Director for Corporate Affairs, Nestlé (Thai) Ltd., said, “The plastic waste problem is an immense environmental challenge for all of us. As the world’s largest food and beverage company, Nestlé recognizes our role as a manufacturer in addressing this challenge and we are committed to reducing our environmental impact and helping to find a solution for a waste-free future. Nestlé has changed our packaging materials to be recyclable or reusable. We also place great importance on collaborations with all relevant parties and support the development of an efficient plastic waste management system for Thailand so we can become a full-fledged circular economy as soon as possible.” Mr Stephane Heddesheimer, CEO of Recycling & Recovery, SUEZ Asia, said: “Plastic recycling has an essential role to play in accelerating the Kingdom’s Bio-Circular-Green Economy and its vision to transit into a low-carbon future. SUEZ is dedicated to recycling plastic and turning waste into energy for Thailand, and we continue to join hands with The Federation of Thai Industries, PPP Plastics and the Alliance to End Plastic waste as well as other industrial leaders across the value chain in achieving a noble goal. I am convinced that our cooperation will bring a positive impact on our environment, our biodiversity, and our community.”
  • All Around Plastics