Chemicals Business, SCG, is one of the largest integrated petrochemical companies in Asia and a key industry leader. We manufacture and supply a full range of petrochemical products ranging from upstream monomers to downstream polymers including polyethylene, polypropylene, polyvinyl chloride, polystyrene and MMA.

5 ไฮไลต์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน เอสซีจี

5 ไฮไลต์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน เอสซีจี

Date: 23 Dec 2020

เอสซีจี เป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำของประเทศไทย ที่มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้นำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาบูรณาการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนใน 3 มิติสำคัญ คือ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวปฏิบัติที่เรียกว่า SCG Circular way ที่ครอบคลุมการออกแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดหาทรัพยากรที่ได้จากการรีไซเคิลและการใช้ซ้ำ นวัตกรรมที่ช่วยเสริมภาพความชัดเจนของหลักดังกล่าวทั้งในแง่ของแนวปฏิบัติและผลลัพธ์ที่ได้ ประกอบไปด้วย 6 ไฮไลต์ ได้แก่ นวัตกรรมถนนพลาสติกรีไซเคิล ทุ่นกักขยะลอยน้ำจาก HDPE-Bone บ้านปลาเอสซีจี เก้าอี้รีไซเคิลจากถุงนมโรงเรียน และกระถางต้นไม้รีไซเคิลจากแกลลอนน้ำยาล้างไต “ทางออก” เพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ชุมชนมั่งคั่ง นวัตกรรมถนนพลาสติกรีไซเคิล หรือ Innovative Recycled Plastic Road สะท้อนความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงขององค์กร ที่ต้องการส่งเสริมและต่อยอดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ไปพร้อมกับการบูรณาการ Open Innovation เป็นการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันระหว่าง ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย โดยถนนพลาสติกรีไซเคิลที่มีพลาสติกเหลือใช้ ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงร้อน หลอด แก้วกาแฟชนิด PP, PE และ PET ซองบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่เคลือบชั้นโลหะ (โดยทั้งหมดต้องเป็นพลาสติกที่สามารถหลอมละลายได้ในอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า) มาเป็นส่วนประกอบสำคัญ มีผิวถนนที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิมสูงสุด 30% และมีการยึดเกาะถนนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 6% ถือเป็นการช่วยลดขยะพลาสติกในประเทศ โดยนำพลาสติกใช้แล้วมาใช้ทำถนนยางมะตอยที่มีคุณภาพ รวมถึงเป็นการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานให้กับชุมชนเพื่อต่อยอดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน เอสซีจีและพันธมิตรได้ดำเนินการทำถนนแอสฟัลต์คอนกรีตต้นแบบที่มีพลาสติกเหลือใช้เป็นส่วนผสม รวมความยาวถนนทั้งสิ้น 7.7 กิโลเมตร และสามารถนำพลาสติกเหลือใช้หมุนเวียนกลับมาสร้างคุณค่าได้รวมทั้งสิ้น 23 ตัน หรือราว 23,000 กิโลกรัม รับชมวิดีโอนวัตกรรมถนนพลาสติกรีไซเคิลได้ที่ https://bit.ly/360yP05 จัดการปัญหาขยะในทะเลไทยด้วยนวัตกรรม ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระบุว่า 80% ของขยะที่ตกค้างในทะเลมาจากกิจกรรมบนบก เอสซีจี ได้คิดค้น ทุ่นกักขยะลอยน้ำจาก HDPE-Bone (SCG-DMCR Litter Trap Generation 2) นวัตกรรมที่ช่วยลดปริมาณขยะในทะเลนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นจากนวัตกรรมทุ่นกักขยะลอยน้ำ (SCG-DMCR Litter Trap) ที่เอสซีจีได้พัฒนาร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เมื่อปี 2561 ทุ่นกักขยะลอยน้ำเวอร์ชันใหม่ของเอสซีจีนี้ ผลิตจากวัสดุลอยน้ำ HDPE-Bone ที่เป็นเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษ HDPE มาใช้ทดแทนวัสดุเดิม ทำให้ทุ่นฯ สามารถลอยน้ำได้ดีขึ้น จัดเก็บขยะลอยน้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้สามารถนำขยะกลับมารีไซเคิลตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นวัตกรรมนี้ยังทนทานต่อรังสียูวี มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 25 ปี ประกอบและติดตั้งได้ง่ายขึ้น เอสซีจีได้ส่งมอบนวัตกรรมทุ่นกักขยะลอยน้ำรุ่นล่าสุดนี้ให้กับ 7 จังหวัดชายฝั่งทะเล ได้แก่ ระยอง สมุทรปราการ เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี สงขลา พังงา และกระบี่ เพื่อป้องกันขยะไหลสู่ทะเล ไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 รับชมวิดีโอได้ที่นี่ https://bit.ly/2Jk59DW คืนชีวิตสู่ท้องทะเลไทย ส่งต่อความห่วงใยให้ชุมชน ก่อนจะมี บ้านปลาเอสซีจีอีกหนึ่งโครงการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนจากเอสซีจีเกิดขึ้น ชุมชนชาวประมงของจังหวัดระยอง ประสบกับปัญหาปริมาณสัตว์น้ำตามแนวชายฝั่งลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องออกเรือจากฝั่งไปไกลเกือบ 10 กิโลเมตรเพื่อทำประมง แต่การสร้าง “บ้านปลา” ทำให้ทรัพยากรชายฝั่งทะเลได้รับการฟื้นฟู ความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมา และนั่นทำให้ชุมชนกลับมาทำมาหากินได้อย่างยั่งยืน ในช่วงแรกของโครงการฯ เอสซจี นำท่อ PE100 ซึ่งเป็นพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE - High density polyethylene) เกรดพิเศษที่เหลือจากกระบวนการขึ้นรูปทดสอบมาใช้สร้างบ้านปลา วัสดุดังกล่าวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 50 ปี เพราะทนต่อการกัดกร่อนและแรงดันได้สูง ต่อมาในปี 2560 เอสซีจี ได้ทดลองนำขยะพลาสติกจากทะเลและชุมชน เช่น ฝาขวดน้ำ ถุงพลาสติกหูหิ้ว มาคัดแยกผสมกับเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษของเอสซีจี เพื่อนำมาผลิตเป็นท่อสำหรับสร้างบ้านปลา รวมถึงการพัฒนาการวางบ้านปลาแบบใหม่ที่เรียกว่า “หมู่บ้าน” โดยยึดโยงบ้านปลา 10 หลัง เข้าไว้ด้วยกันตั้งแต่อยู่บนบก และใช้แพจากทุ่นพลาสติกเพื่อขนส่งบ้านปลาทั้งหมดไปในบริเวณที่ต้องการวางบ้านปลา ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะลดค่าใช้จ่าย ลดเวลาการวางบ้านปลา และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการวางแบบเดิม ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา (2555 - 2563) เอสซีจี ได้วางบ้านปลาครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกไปแล้วจำนวน 2,180 หลัง คิดเป็น 43 กลุ่มประมง ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลกว่า 47 ตารางกิโลเมตร ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลกว่า 172 ชนิด (ผลสำรวจของเดือนธันวาคมปี 2560) ผ่านความร่วมมือร่วมใจจากจิตอาสาจากทั่วประเทศกว่า 22,900 คน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างบ้านปลา สร้างจิตสำนึกเด็กไทย รู้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เอสซีจี ใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญเรื่องพลาสติกเข้ามาช่วยจัดการขยะถุงนมที่เกิดขึ้นในโรงเรียนวัดโขดหินมิตรภาพที่ 42 จ.ระยอง โดยนำถุงนมโรงเรียนที่ผลิตจากพลาสติกชนิด LLDPE (Linear Low Density Polyethylene) มีคุณสมบัติเหนียวและยืดหยุ่นสูง แต่ยังทนต่อความร้อนและความดันสูงได้ มาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเป็น เก้าอี้รีไซเคิลจากถุงนมโรงเรียน โครงการนี้ นอกจากจะช่วยลดปริมาณของขยะพลาสติกที่จะนำไปทิ้งในหลุมฝังกลบได้แล้ว ยังเป็นตัวอย่างที่ดีช่วยให้นักเรียนได้เห็นประโยชน์ของการรีไซเคิลได้อย่างชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นได้ว่าพลาสติกที่พวกเขาช่วยกันล้างและทำความสะอาดอย่างดีนั้นสามารถกลับมามีคุณค่าได้อีกครั้ง โดยเก้าอี้พลาสติกรีไซเคิล 1 ตัว ใช้ถุงนมที่แห้งและสะอาดประมาณ 600 ถุงในการผลิต ในปัจจุบันเอสซีจีได้กำลังศึกษาสูตรให้สามารถนำถุงนมพลาสติกมารีไซเคิลได้ในจำนวนที่มากขึ้น รวมถึงการนำขยะพลาสติกชนิดอื่น ๆ มาสร้างประโยชน์ให้เพิ่มมากขึ้นด้วย ความร่วมมือเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุพอลิเมอร์และการออกแบบ เอสซีจี ได้พัฒนาอุปกรณ์การแพทย์เพื่อยกระดับการใช้งานให้แก่ทั้งคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์ของกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำของไทยมาอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว นำมาสู่ความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มากมายหลายชนิด หนึ่งในนั่นก็คือ กระถางต้นไม้รีไซเคิลจากวัสดุแกลลอนน้ำยาล้างไต การพัฒนากระถางต้นไม้รีไซเคิลจากวัสดุแกลลอนน้ำยาล้างไตนี้ ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ 2 ส่วน คือ การจัดการขยะ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ เอสซีจีได้แนะนำว่าแกลลอนน้ำยาล้างไตเป็นวัสดุตั้งต้นที่น่าสนใจ เพราะเป็นขยะคุณภาพดี สะอาด ไม่ปนเปื้อน เป็นพลาสติกประเภท HDPE (High Density Polyethylene) อีกทั้งยังทางโรงพยาบาลมีศูนย์ล้างไต จึงมีแกลลอนเปล่าเป็นขยะที่เกิดขึ้นทุกวันและมีปริมาณประมาณ 150-200 แกลลอนต่อวัน จึงเหมาะแก่การนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ในส่วนของการดีไซน์ได้ข้อสรุปออกมาเป็น กระถางต้นไม้ขนาดความสูง 80–100 เซนติเมตร สำหรับตกแต่งอาคาร โดยแกลลอนน้ำยาล้างไตจำนวน 10 แกลลอน นำมารีไซเคิลเป็นกระถางต้นไม้รีไซเคิลขนาดกลางได้ 1 กระถาง และถ้าหากต้องการขนาดกระถางที่ใหญ่ขึ้น ต้องใช้แกลลอนน้ำยาล้างไตจำนวน 12 แกลลอน โครงการกระถางต้นไม้รีไซเคิลจากวัสดุแกลลอนน้ำยาล้างไตในครั้งนี้ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญของเอสซีจีในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์และการออกแบบ พร้อมกับการแบ่งกันแนวคิดและแนวปฏิบัติเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

SCG Unveils Its CE Roadmap, with 4 Core Plans to Achieve Sustainability through Innovation and Plastic Recycling Technology

SCG Unveils Its CE Roadmap, with 4 Core Plans to Achieve Sustainability through Innovation and Plastic Recycling Technology

Date: 2 Dec 2020

Bangkok — November 30, 2020 Chemicals Business, SCG, has unveiled its 2021 business strategy towards a “Chemical Business for Sustainability,” which include a target to deliver “net-zero” greenhouse gas emissions by 2050 and a roadmap highlighting four main areas to drive the circular economy. The company will also be offering a comprehensive range of innovations and technologies as well as products and services that serve as new alternatives for customers, brand owners, and eco-conscious consumers — a new business approach that the company believes, will answer the needs of the global market. The Chemicals Business, SCG, is ready to collaborate with organizations in every sector looking to apply the circular economy principles to their business. Mr. Tanawong Areeratchakul, President of Chemicals Business, SCG, remarked on the company’s economic approaches to the circular economy, “The Chemicals Business, SCG, has been working continuously to advance a circular economy, focusing on the development of innovative plastic resins. The company has also been collaborating with domestic and international partners in its networks to promote resource efficiency and at-source management of post-consumer plastics to put them to good use, such as in recycled plastic roads or recycled lubricant plastic bottles. For the year 2021, the Chemicals Business, SCG, has formulated a circular economy roadmap comprising four main areas as follows. Design for recyclability: The company will further develop solutions and innovative recyclable plastic resins while maintaining all their other properties. An example is the development of mono-material plastic resin for packaging, which allows packaging layers to be made of the same material to facilitate recycling.Furthermore, the company has developed SMXTM Technology, which not only imparts special properties to plastic resins but also allows products to be made with less material. Moreover, the technology also enables a greater proportion of recycled plastic content. Invented and developed by SCG’s R&D team, who works in collaboration with customers and brand owners to deliver products that best serve their needs Post-consumer recycled resin (PCR): Post-consumer recycled resin, which allows used plastics to remain in use and create further value, has garnered tremendous attention among plastic packaging users, especially world-class brand owners. The Chemicals Business, SCG, has developed high-quality PCR in collaboration with various business suppliers who are the world’s recycling experts, such as SUEZ, a world leader in smart and sustainable resource management. Chemical recycling: Thanks to technology and cutting-edge eco-friendly production, it will be possible to recycle used plastics into green naphtha as a raw material for petrochemical plants, in line with the circular economy principle of material circulation. The demonstration unit is being constructed and is expected to reach completion in early 2021. Development of bioplastics: Bioplastics are produced from agricultural raw materials, which help absorb greenhouse gases and thus diminish the impact of climate change. The company has joined hands with both domestic and international research and development networks to create innovative bioplastics that best answer users’ needs, such as the development of films for the food packaging industry. “In addition to the four core initiatives aimed at advancing a circular economy, the Chemicals Business has developed digital platforms that facilitate the collection and reuse of used plastics, such as the web application KoomKah, which provides a data management service for waste banks to enhance their efficiency, and ReadyPlastic, trading platform for industrial scrap and recycled plastic pellets. In tandem, the company has been promoting at-source plastic waste separation, fostering the habit of “resource maximization, correct sorting, and proper disposal” at the household level, as well as developing lessons for school instruction in order to cultivate eco-consciousness in children and teach them proper waste management right from childhood,” concluded Tanawong.
SCG Ranked No.1 Globally in Sustainability Development, Named in DJSI Member List for 17th Consecutive Year

SCG Ranked No.1 Globally in Sustainability Development, Named in DJSI Member List for 17th Consecutive Year

Date: 16 Nov 2020

Mr. Roongrote Rangsiyopash, President and CEO of SCG, revealed that SCG is assessed and listed No. 1 in the world in the Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) as Industry Leader – Construction Materials. Also, SCG ranked in the Gold Class and co–top rank in Industry Group Leader – Materials. SCG is the first organization in ASEAN to be assessed as a member of DJSI since 2004 and continue for the 17th consecutive year. All SCG employees are proud and committed to sustainable development practices. This year, SCG has also rated the highest in Governance & Economic and Environmental Dimensions. SCG is the most outstanding and received a full score of 100 in these following categories; Materiality, Risk & Crisis Management, Codes of Business Conduct, Customer Relationship Management, Sustainable Construction, Climate Strategy, Supply Chain Management, Environmental Policy & Management Systems, Biodiversity, Water-Related Risks, Human Rights. In this regard, SCG received significantly higher scores on Biodiversity and Water-Related Risks. Also, SCG is aware that climate emergencies and serious waste problems have a high impact on the environment. Therefore, the company has adopted the principle of Circular Economy to be applied to all whole chains from production, consumption, and reuse throughout the value chain with innovation as a critical tool. To achieve sustainability goals, the organization focuses on the maximization of resource usage and collaborates with all sectors to drive the circular economy into reality. SCG now has 180 collaboration partners in both the private and public sectors at the national and international levels. Further reading at https://bit.ly/2IKdvUr _______________________________ The Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) is a sustainability index used to evaluate leading companies in sustainable business operations. Or to evaluate the effectiveness of the leading companies’ business operations according to the sustainability guidelines in both economic and social, and environmental governance. DJSI is the global sustainability benchmark launched in 1999. The indices serve as a benchmark for investment institutions and funds around the world used as investment information. The companies in DJSI are trusted to be able to generate profitable and sustainable returns for investors. SCG is a member of the Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) and awarded as an Industry Leader – Construction Materials from 2011-2015.
  • All Around Plastics