Chemicals Business, SCG, is one of the largest integrated petrochemical companies in Asia and a key industry leader. We manufacture and supply a full range of petrochemical products ranging from upstream monomers to downstream polymers including polyethylene, polypropylene, polyvinyl chloride, polystyrene and MMA.

นวัตกรรมพลาสติกจากเอสซีจี กับโลกปี 2020 ตอนที่ 1

นวัตกรรมพลาสติกจากเอสซีจี กับโลกปี 2020 ตอนที่ 1

Date: 30 Nov 2020

เอสซีจี มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลาสติกและโซลูชันที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้งานในทุกมิติของอุตสาหกรรม และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ยกระดับคุณภาพของสังคม และเสริมความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม โดยในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา เอสซีจีได้นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกที่สนับสนุนความก้าวหน้าให้เกิดขึ้นในหลากหลายมิติของธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตใหม่ ปลอดภัยไกลโควิด-19 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้การใช้ชีวิตของคนในสังคมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้ภาครัฐจะมีการผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรคระบาดดังกล่าวออกมา แต่ห้างร้านและคนในสังคมยังคงต้องระมัดระวังในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการทำกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะ เอสซีจี ในฐานะแนวหน้าผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ของประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านพอลิเมอร์ของภูมิภาค ได้นำความรู้และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดังกล่าว มาพัฒนาอุปกรณ์ป้องกันเชื้อ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางสาธารณสุขและประชาชนทั่วไปอย่างมีมาตรฐาน ฉากกั้นอะคริลิกป้องกันเชื้อแบบสำเร็จรูป และฉากกั้นอะคริลิกชนิดออกแบบพิเศษจาก Shinkolite (ชินโคไลท์์) คือ หนึ่งในนวัตกรรมไฮไลต์ที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อุปกรณ์ดังกล่าวผลิตจากอะคริลิกเกรดพรีเมียมที่มีความแข็งแรง ทนทาน และง่ายต่อการเช็ดล้างเพื่อทำความสะอาด สามารถช่วยป้องกันเชื้อที่ติดมากับละอองฝอยระหว่างการพูดคุยหรือติดต่องาน และลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างกันได้ มีการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวที่ออฟฟิศสำนักงาน สถานที่ราชการ โรงเรียน ร้านอาหาร และในรถแท็กซี่ เพื่อให้แพทย์และพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยทั้งสองฝ่าย เอสซีจี โดยความร่วมมือกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนพัฒนานวัตกรรมกลุ่ม Mobile Isolation Unit หรือ นวัตกรรมป้องกันโควิด-19 แบบเคลื่อนที่ ซึ่งมีด้วยกันถึง 5 นวัตกรรม ได้แก่ ห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ (Negative Pressure Isolation Room) ใช้สำหรับติดตั้งภายในห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู หรือห้องพักผู้ป่วย เพื่อช่วยป้องกันเชื้อแพร่กระจายสู่ภายนอกด้วยระบบความดันลบ ห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่ (Negative/Positive Pressure Isolation Chamber) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ใช้ตรวจวินิจฉัย (Swab) โดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย สามารถปรับเป็นห้องความดันลบหรือบวกได้ตามความต้องการใช้งาน แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ (Patient Isolation Capsule) คำนึงถึงการใช้งานจริงโดยมีช่องเปิด-ปิดรอบตัวผู้ป่วย มีที่ใส่เสาน้ำเกลือ และสามารถต่อกับโต๊ะวางอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบขนาดเล็กสำหรับเข้าเครื่อง CT Scan (Small Patient Isolation Capsule for CT Scan) ออกแบบให้โครงสร้างไร้โลหะช่วงบน เพื่อตรวจผู้ป่วยติดเชื้อผ่านเครื่อง CT Scan โดยเฉพาะ และอุปกรณ์ครอบศีรษะคนไข้เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อ สำหรับงานทันตกรรม (Dent Guard) ออกแบบมาเพื่อป้องกันทันตแพทย์จากการสัมผัสละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายในขณะปฏิบัติงาน ขนาดเหมาะกับมาตรฐานของเก้าอี้ทันตกรรม โดยทั้งหมดนี้ผลิตจากวัสดุพลาสติกคุณภาพสูงของเอสซีจี ชุมชนปลอดภัย ไกลยุงร้าย เพื่อแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกเดงกี (Dengue Fever) ที่มีแนวโน้มการเกิดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เอสซีจี ร่วมกับสถาบันปาสเตอร์ ฝรั่งเศส และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าวิจัยและพัฒนา “The Mosquito Trap” นวัตกรรมกับดักยุงลาย เพื่อช่วยลดปริมาณการแพร่พันธุ์ยุงลายที่เป็นพาหะสำคัญของโรค ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกและยกระดับคุณภาพด้านสาธารณสุขและการบริการสุขภาพให้กับชุมชนในประเทศไทย ในเบื้องต้นนั้น เอสซีจีได้ร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทดสอบการใช้งานนวัตกรรมดังกล่าวจำนวน 200 ชุด ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนามในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี “ยุงลายสวน” ชุกชุมตลอดทั้งปี และล่าสุดนวัตกรรมนี้ยังถูกนำมาทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานใน พื้นที่ชุมชนมาบตาพุดและชุมชนบ้านบน จ.ระยอง พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญเพราะมีจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงเป็นอันดับที่สองของประเทศ โดยการทดลองในครั้งนี้ เน้นไปที่การศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของนวัตกรรมกับดักยุงลาย (Mosquito Trap) กับ “ยุงลายบ้าน” โดยโครงการนำร่องดังกล่าวนี้มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือน และข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนานวัตกรรมนี้ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ก่อนขยายผลการใช้งานไปยังจังหวัดอื่น ๆ ที่มีอุบัติการณ์ของโรคไข้เลือดออกในระดับวิกฤตต่อไป โซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน นอกเหนือจากการมุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนาเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง เพื่อนำมาใช้ในการผลิตนวัตกรรมที่สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจและยกระดับให้กับสังคมแล้ว เอสซีจียังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การคิดค้นและการพัฒนานวัตกรรมชุดบำบัดน้ำเสียก็เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ นวัตกรรมบำบัดสิ่งปฏิกูลและน้ำเสียจากครัวเรือน “ไซโคลนิก” โดย Aquonic 600 ช่วยขจัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำเสียจากห้องน้ำและน้ำเสียในครัวเรือนด้วยกระบวนการทางชีวภาพและเคมีไฟฟ้า ทำให้น้ำที่ได้ปราศจากเชื้อโรค สี และกลิ่น สามารถนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากระบบสุขาปลอดเชื้อที่ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมพัฒนาขึ้นกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิบิล และเมลินดา เกตส์ ไฮไลต์ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ นวัตกรรมทุ่นกักขยะลอยน้ำ HDPE-Bone ผลิตพลาสติกเกรดพิเศษ HDPE ทำให้ สามารถลอยน้ำได้ดีขึ้น จัดเก็บขยะลอยน้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ทนทานต่อรังสียูวี อายุการใช้งานยาวนาน 25 ปี ประกอบและติดตั้งได้ง่ายขึ้น และสามารถนำกลับมารีไซเคิลตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อีกด้วย การประยุกต์ใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญของเอสซีจี นำไปสู่ความก้าวหน้าของธุรกิจ สังคม และสิ่งแวะล้อมในหลากหลายด้าน และในบทความฉบับหน้าเรามาดูไฮไลต์นวัตกรรมพลาสติกจากเอสซีจีที่น่าสนใจได้อีก

SCG Ranked No.1 Globally in Sustainability Development, Named in DJSI Member List for 17th Consecutive Year

SCG Ranked No.1 Globally in Sustainability Development, Named in DJSI Member List for 17th Consecutive Year

Date: 16 Nov 2020

Mr. Roongrote Rangsiyopash, President and CEO of SCG, revealed that SCG is assessed and listed No. 1 in the world in the Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) as Industry Leader – Construction Materials. Also, SCG ranked in the Gold Class and co–top rank in Industry Group Leader – Materials. SCG is the first organization in ASEAN to be assessed as a member of DJSI since 2004 and continue for the 17th consecutive year. All SCG employees are proud and committed to sustainable development practices. This year, SCG has also rated the highest in Governance & Economic and Environmental Dimensions. SCG is the most outstanding and received a full score of 100 in these following categories; Materiality, Risk & Crisis Management, Codes of Business Conduct, Customer Relationship Management, Sustainable Construction, Climate Strategy, Supply Chain Management, Environmental Policy & Management Systems, Biodiversity, Water-Related Risks, Human Rights. In this regard, SCG received significantly higher scores on Biodiversity and Water-Related Risks. Also, SCG is aware that climate emergencies and serious waste problems have a high impact on the environment. Therefore, the company has adopted the principle of Circular Economy to be applied to all whole chains from production, consumption, and reuse throughout the value chain with innovation as a critical tool. To achieve sustainability goals, the organization focuses on the maximization of resource usage and collaborates with all sectors to drive the circular economy into reality. SCG now has 180 collaboration partners in both the private and public sectors at the national and international levels. Further reading at https://bit.ly/2IKdvUr _______________________________ The Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) is a sustainability index used to evaluate leading companies in sustainable business operations. Or to evaluate the effectiveness of the leading companies’ business operations according to the sustainability guidelines in both economic and social, and environmental governance. DJSI is the global sustainability benchmark launched in 1999. The indices serve as a benchmark for investment institutions and funds around the world used as investment information. The companies in DJSI are trusted to be able to generate profitable and sustainable returns for investors. SCG is a member of the Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) and awarded as an Industry Leader – Construction Materials from 2011-2015.
SCG Recognized as Effort to Enhance Thailand’s Public Toilets

SCG Recognized as Effort to Enhance Thailand’s Public Toilets

Date: 16 Nov 2020

16 พฤศจิกายน 2563 นายพิสันติ์ เอื้อวิทยา Emerging Businesses Director ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัลองค์กรขับเคลื่อนงานส้วมสาธารณะไทย จากการพัฒนานวัตกรรมระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล Zyclonic™ by SCG ในงานรณรงค์วันส้วมโลก (World Toilet Day) ประจำปี 2563 “ส้วมสาธารณะวิถีใหม่เพื่อทุกคน: The New Normal Public Toilet for All” ที่จัดขึ้นโดยกรมอนามัย ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานมอบรางวัล Zyclonic™ เกิดจากการพัฒนาต่อยอดระบบบำบัดน้ำเสียที่เอสซีจีร่วมพัฒนาขึ้นกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ เป็นนวัตกรรมที่สามารถบำบัดสิ่งปฏิกูลจากมนุษย์และน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วให้ปราศจากเชื้อโรค เปลี่ยนของเสียให้เป็นทรัพยากรที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ หรือระบายสู่ธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยภายในงาน Zyclonic™ ได้ไปจัดนิทรรศการแสดงระบบบำบัดรุ่นต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบสุขาภิบาลและการจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้และชุมชนโดยรอบ ป้องกันไม่ให้ห้องน้ำเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และแพร่กระจายเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น ท้องร่วง อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อย รวมถึงโรค COVID-19 ทั้งนี้ สหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดให้วันที่ 19 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันส้วมโลก เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาของระบบสุขาภิบาล ที่ประชากรกว่า 4.2 พันล้านคนทั่วโลก หรือกว่า 60% ของประชากรทั้งหมด ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบสุขาภิบาลที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน โดยการรณรงค์ในปีนี้ได้มุ่งเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวิกฤติด้านภูมิอากาศกับระบบสุขาภิบาลแบบยั่งยืน
  • All Around Plastics