“เอสซีจี เคมิคอลส์” หรือ SCGC มั่นใจในศักยภาพธุรกิจระยะยาว ยื่นไฟลิ่งเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขยายการเติบโตเสริมศักยภาพผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์แบบครบวงจร

“เอสซีจี เคมิคอลส์” หรือ SCGC มั่นใจในศักยภาพธุรกิจระยะยาว ยื่นไฟลิ่งเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขยายการเติบโตเสริมศักยภาพผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์แบบครบวงจร

Date: 27 Apr 2022

บมจ.เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ระดมทุนเสริมศักยภาพผู้นำด้านการผลิตเคมีภัณฑ์แบบครบวงจรในอาเซียน ชูศักยภาพเป็นผู้นำเพียงรายเดียวที่มีฐานการผลิตทั้งในไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน วางเป้าหมายขยายผลิตภัณฑ์กลุ่ม
พอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (GREEN POLYMER) พัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services HVA) มุ่งนำเสนอสินค้าและบริการตอบสนองอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ เดินหน้าโครงการ LSP คอมเพล็กซ์ปิโตรเคมีแห่งแรกของประเทศเวียดนาม คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในครึ่งแรกของปี 2566

นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC
เปิดเผยว่า SCGC เป็น ผู้นำด้านการผลิตเคมีภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน” ที่มีประสบการณ์การดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์กว่า 40 ปี และบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตพอลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) เพียงรายเดียวที่มีการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งทั้งในประเทศไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและขยายผลิตภัณฑ์กลุ่มพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (GREEN POLYMER) เป็น 1 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 พร้อมมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและโอกาสเติบโตที่ดี รวมถึงเน้นสินค้าและบริการมูลค่าเพิ่มสูง โดยเน้น 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์  การแพทย์และสุขภาพ และโซลูชันด้านพลังงาน เพื่อตอบสนองแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก (Megatrends) และยังมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) เพื่อพัฒนานวัตกรรมเคมีภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยแผนขยายการลงทุนโครงการต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมศักยภาพการขยายธุรกิจ ซึ่งจะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต”

“เรามีความมั่นใจในศักยภาพธุรกิจระยะยาว  ซึ่งความต้องการใช้สินค้าและนวัตกรรมเคมีภัณฑ์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเมกะเทรนด์ที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน SCGC จึงเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อรองรับแผนการลงทุนที่จะสร้างการเติบโตในอนาคต” นายธนวงษ์ กล่าว

บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายพอลิเมอร์ (polymer) ประสิทธิภาพสูง ซึ่งจำเป็นสำหรับสินค้าที่มีอุปสงค์ขับเคลื่อนด้วยแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก (Megatrends) เช่น การขยายตัวของเมือง ความยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านระบบพลังงาน ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือกับลูกค้า มีการนำไปใช้งานต่าง ๆ ตั้งแต่สินค้าที่มีความแข็งแรงคงทนสำหรับการใช้งานในโครงสร้างพื้นฐาน บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ชิ้นส่วนที่ใช้ในกลุ่มยานยนต์ สินค้าและอุปกรณ์สำหรับกลุ่มการแพทย์และการดูแลสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับธุรกิจพลังงานทดแทน โดยใช้ขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาที่ดีที่สุดของบริษัทฯ และความร่วมมือกับลูกค้ารายสำคัญ

ปัจจุบัน SCGC สามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์โมโนเมอร์ต้นน้ำไปจนถึงผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ปลายน้ำ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญเพื่อนำไปใช้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ (Olefins) พอลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) และเม็ดพีวีซี (PVC) รวม 6.9 ล้านตันต่อปี และบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผนึกกำลังร่วมกันระหว่างธุรกิจในกลุ่ม SCGC เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตที่ดี ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ทั้งนี้ SCGC อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการ LSP คอมเพล็กซ์ ปิโตรเคมี (Petrochemical Complex) แห่งแรกในประเทศเวียดนาม โดย Long Son Petrochemicals Co., Ltd. (LSP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCGC ถือหุ้นร้อยละ 100 จะเพิ่มศักยภาพการผลิตในระดับภูมิภาค โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในครึ่งแรกของปี 2566 ซึ่งจะทำให้ SCGC มีกำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 เป็น 9.8 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ Chandra Asri Petrochemical (CAP) ผู้ดำเนินธุรกิจคอมเพล็กซ์ปิโตรเคมีแบบครบวงจรรายเดียวในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่ SCGC ถือหุ้นร้อยละ 30.57 ได้วางแผนขยายคอมเพล็กซ์ปิโตรเคมี (โครงการ CAP 2) โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ประมาณปี 2569 ดังนั้น หลังจากการขยายกำลังผลิตในปี 2569 SCGC จะเป็นผู้ผลิตโอเลฟินส์ (Olefins) รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีส่วนแบ่งกำลังการผลิตโอเลฟินส์ (Olefins) ตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ร้อยละ 15 และเป็นผู้ผลิตพอลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีส่วนแบ่งกำลังการผลิตพอลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) ตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ ร้อยละ 19

สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเมกะเทรนด์ต่าง ๆ ส่งผลให้มีความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น เช่น ความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีน้ำหนักเบาเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้า การใช้นวัตกรรมเพื่อดูแลรักษาสุขภาพ การขยายตัวของเมือง การใช้พลังงานหมุนเวียน การดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น  SCGC จึงมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุชนิดเดียวเพื่อรองรับการนำมารีไซเคิลได้ดียิ่งขึ้น โซลูชันโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำที่พัฒนาขึ้นเป็นรายแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2560 พร้อมทั้งได้เข้าลงทุนถือหุ้นร้อยละ 70 ในบริษัท Sirplaste-Sociedade Industrial de Recuperados de Plástico, S.A. (ซีพลาสต์) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงรายใหญ่ที่สุดในประเทศโปรตุเกส เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการรีไซเคิลพลาสติกและเพิ่มศักยภาพการตอบสนองเมกะเทรนด์ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน SCGC มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการ ESG มุ่งเน้นความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อมุ่งสู่ “ธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน” โดยการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจนและวัดผลได้ เพื่อก้าวสู่ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 ได้แก่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยให้ได้ร้อยละ 20 ภายในปี 2573 (เทียบกับปี 2564 เป็นปีฐาน) ลดการใช้น้ำจากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้ได้ร้อยละ 5 ภายในปี 2568 (เทียบกับปี 2557 เป็นปีฐาน) และลดการกำจัดของเสียให้ได้ร้อยละ 75 (เทียบกับปี 2557 เป็นปีฐาน) ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานในปี 2564 มีรายได้จากการขาย 238,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 62.3 จากปี 2563 และมีกำไรสุทธิ 43,164 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 129.4 จากปีก่อน โดยมีปัจจัยมาจากปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนด้านการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ SCGC ยังประสบความสำเร็จจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.75 ต่อปี ให้แก่ประชาชนทั่วไป มูลค่ารวม 30,000 ล้านบาท ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่มีต่อศักยภาพ SCGC  สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ช่วงไตรมาส 2 ปี 2565 นั้น หากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน ยังไม่คลี่คลาย คาดว่าแนวโน้มราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบจะยังอยู่ในระดับสูง ซึ่ง SCGC ได้มุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับความคืบหน้าในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทฯ ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทฯ คาดว่าจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 3,854,685,000 หุ้น (รวมจำนวนหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Agent) อาจใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัทฯ ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment) โดยหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 25.2 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้น IPO เพื่อเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (Pre-Emptive Right) ผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) ผู้ลงทุนสถาบัน บุคคลที่มีความสัมพันธ์ และ/หรือ ผู้มีอุปการคุณของ SCGC และ/หรือ บริษัทย่อยของ SCGC และ/หรือ บุคคลหรือนิติบุคคลอื่น และผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Agent) (หากมี) โดยในเบื้องต้นบริษัทฯ คาดว่าจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้เป็นเงินลงทุนในการขยายธุรกิจในไทยและต่างประเทศ ชำระคืนเงินกู้ยืม และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ

__________________________
หมายเหตุ
การแจกจ่ายเอกสารฉบับนี้ไปยังประเทศหรือเขตอำนาจรัฐอื่น ๆ นอกจากประเทศไทย อาจเป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย ผู้ที่ได้รับเอกสารฉบับนี้ควรศึกษาและปฏิบัติตามข้อจำกัดทางกฎหมายนั้น ๆ เอกสารฉบับนี้ไม่ได้ถูกจัดทำเพื่อการเผยแพร่ การตีพิมพ์ หรือการแจกจ่าย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในหรือไปยังสหรัฐอเมริกา

เอกสารฉบับนี้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อแจ้งข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นการเสนอขายหรือการชักชวนให้เข้าซื้อหลักทรัพย์ใด ๆ และไม่มีการเสนอขายหรือซื้อหลักทรัพย์ในประเทศหรือเขตอำนาจรัฐใดที่การเสนอขาย การชักชวนการเสนอซื้อ หรือการขายหลักทรัพย์นั้นขัดต่อกฎหมาย หลักทรัพย์ที่กล่าวถึงในเอกสารฉบับนี้ยังไม่ได้นำไปจดทะเบียนภายใต้กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ค.ศ.1933
รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ("กฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา") หรือกฎหมายของรัฐใด ๆ ในสหรัฐอเมริกา และจะไม่มีการเสนอขายหรือการขายหลักทรัพย์ดังกล่าวในสหรัฐอเมริกา เว้นแต่จะได้มีการจดทะเบียนหรือได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา และกฎหมายของรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไม่มีความประสงค์ที่จะจดทะเบียนไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดหรือว่าทั้งหมดของการเสนอขายหรือหลักทรัพย์ใด ๆ ที่กล่าวถึงในเอกสารฉบับนี้ในสหรัฐอเมริกา หรือดำเนินการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในสหรัฐอเมริกา

ข้อความในเอกสารฉบับนี้ที่เป็นการคาดการณ์ของตลาดหรือแนวโน้มอุตสาหกรรมนอกเหนือจากที่เป็นข้อเท็จจริงในอดีต เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งขึ้นอยู่กับมุมมองในปัจจุบัน สมมติฐาน การประมาณการ อันมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน กรณีมิได้เป็นการรับประกันว่าเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่คาดการณ์นั้นจะเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงในสมมติฐานหรือปัจจัยต่าง ๆ อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างจากการคาดการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ บุคคลใด ๆ ไม่ควรนำเอกสารฉบับนี้ไปใช้เพื่อเตรียมบทความสำหรับการเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา

SCGC CONTOINUES TO DELIVER "INNOVATION THAT'S REAL" TO MEDICAL PROFESSIONALS WITH THREE LATEST MODELS OF MOBILE ISOLATION UNITS

SCGC CONTOINUES TO DELIVER "INNOVATION THAT'S REAL" TO MEDICAL PROFESSIONALS WITH THREE LATEST MODELS OF MOBILE ISOLATION UNITS

Date: 13 May 2022

Because the Omicron variant that is currently raging can spread easier and faster compared to its predecessors, there has been a substantial surge in the number of patients.“Sometimes, patients do not inform us that they have an infection, so for our patient transfer team, wewear different types of personal protective equipment(PPE)and install our stretchers and wheelchairs with other specialized equipment to help prevent the spread of COVID-19,”Punnarat Sappakitchanchai, Head of Patient Transfer Service, said as she described the daily situation at the hospital. As they say, protection is better than cure. Since the onset of the COVID-19 pandemic a few years ago, SCG Chemicals, or SCGC, has been using its innovation and technology expertise to develop Mobile Isolation Units that can help prevent the spread of COVID-19 in collaboration with medical professionals. During the first wave, SCGC produced several inventions with emphasis on mobility and transportability to remote areas, such as Small Patient Isolation Capsules, Negative Pressure Isolation Rooms, and Negative/Positive Pressure Isolation Chambers. However, to curb the spread of the new variant more effectively, SCGC has been workingclosely with doctors at Siriraj Hospital to understand their problems and unmet needs and has successfully developed three latest models of Mobile Isolation Units, which have been given to Siriraj Hospital for use in protecting both the medical professionals and patients at the hospital against COVID-19. With cases doubling, preventing the spread of the virus is more important than ever. Nongnuch Imsap, Head Nurse of Medicine Unit at Siriraj Hospital, recounted the problems facing her team.“Now, our medicine unit is faced with 2-3 COVID-19 cases every day.Sometimes, we have as many as five cases.However, we do not have sufficient negative pressure equipment that can prevent germ dispersal.With more such devices, we would be able to better manager at-risk patients.” At the same time, staffers or doctors on duty who need to spend the night together in a small on-call room with poor ventilation are also at risk of contracting COVID-19 as they cannot wear a face mask while resting.Diana Woradetsuttichai, a nurse at Siriraj Hospital, described her feelings.“I’m scared that I would contract COVID-19 from my infected co-workers because we spend our days in the ward together.Although we use personal protective equipment,such as face shields and masks,there is still a period where we are vulnerable, which is during our breaks.Despite the partitions and physical distancing, the room is still poorly ventilated, and I simply do not feel safe.” From insights to the latest models of Mobile Isolation Units Dr.Suracha Udomsak, Chief Innovation Officer, Executive Vice President-New Business, SCG Chemicals(SCGC)said,“We have been talking with the medical team at Siriraj Hospital to identify issues that they are still facing and their needs that are still unmet.That’s the origin of the three innovationswe have contributed to Siriraj Hospital.SCGC’s aspiration is to develop innovation that’s real–solutions that can truly work, are accessible to people, and help lighten the burden of the medical professionals–in order to keep them safe and healthy and enable them to work with greater confidence.” The three latest types of Mobile Isolation Units that SCGC has developed and given to Siriraj Hospital are1)Negative Pressure Isolation Hood, which prevents the dispersal of pathogens while waiting for consultation;2) NegativePressure Isolation Wheelchair, which curbs the spread of germs during patient transfer; and3)Positive Pressure Isolation Cocoon, additional equipment that provides healthcare professionals safety and a private space during breaks. Developed for greater efficiency in reducing pathogen dispersal, the three innovations are equipped with an air pressurization system, a HEPA filtration system, and SCGC’s VAROGARD AC filters, which are coated with antiviral and antibacterial agents capable of inhibiting SARS-CoV-2, thus further enhancing filtration efficiency. The structures have also been designed for greater durability as well as easy and quick installation and disassembly for disinfection. Real insights into problems through close collaboration Assoc.Prof.Visit Vamvanit, Director of Siriraj Hospital, described the actual work environment.“Actually, Siriraj has been working with SCGC for over 10 years.Once the doctors and nurses in charge ofon-duty doctor offices, examination rooms, and the emergency room told me about the large numbers of patients they were handling, I thought of SCGC because we had been collaborating.Most importantly, the way we work was not we telling them what we wanted and they coming up with solutions.Rather, we worked together to gradually develop the products, identify what we truly needed, what the options were, and how we could improve on them.We would go then through cycles of prototyping and testing until we get the products that we have today.” As long as COVID-19 is still around and healthcare workers are still working hard to keep everyone safe, SCGC will continue to support them and work with them to develop innovations that can help medical professionals and Thai society overcome these challenging times together. For additional information on the latest models of mobile isolation units, please contact SCGC atmedandwellness@scg.com
SCGC is Among Thailand's First Group Certified Circular Mark for Eco-Friendly Plastic Innovations Under  SCGC GREEN POLYMERTM, Reinforcing Chemicals Business for Sustainability

SCGC is Among Thailand's First Group Certified Circular Mark for Eco-Friendly Plastic Innovations Under SCGC GREEN POLYMERTM, Reinforcing Chemicals Business for Sustainability

Date: 6 May 2022

BANGKOK – 6 May 2022SCG Chemicals or SCGC continually endeavors to become the Chemicals Business for Sustainability. SCGC recently received Circular Mark certification for its environmentally friendly plastic innovations under the brand SCGC GREEN POLYMER™, HDPE plastic resins developed using the SMXTM technology, and High Quality Post-Consumer Resin (High Quality PCR), making it one of the first companies in Thailand to receive this recognition. The certification ensures that products and packaging are designed to promoteresourcecirculation through an environmentally friendly production process, a circular economy management system, usage guidelines, and waste collection and management for end-of-life products utilizing an ESG (Environmental, Social, and Governance) approach. The certification aims to contribute to concrete environmental sustainability while also delivering products that meet the needs of brand owners and environmentally conscious consumers. Niwat Athiwattananont, Technology & Product Development Director of SCG Chemicals or SCGC, disclosed, "SCGC has developed products to fulfill sustainability needs under the brand SCGC GREEN POLYMER™ using the SMXTM technology, one of the innovations that contribute to our 'Reduce' solution which is reducing resource consumption. The technology enables the production of stronger polyethylene resin or PE (Polyethylene), resulting in innovative materials that can minimize workpiece thickness while preserving the same strength. The innovation also minimizes resource usage and greenhouse gas emissions throughout the transportation process. This Circular Mark certification reaffirms the commitment to becoming a leader in the Chemicals Business for Sustainability and incorporating the concrete implementationof the circular economy into product development while also boosting confidence among customers and environmentally conscious consumers.” The following are Circular Mark certified HDPE plastic resins manufactured using the SMXTM technology: SMX551BU for producing large-scale intermediate bulk container (IBC) that is ultra-strong and chemical resistant. SX002J and SX002JA for producing lighter and thinner soft drink bottle caps. S111F for producing industrial packaging films that require exceptional strength and toughness. S199F for producing film for consumer product packaging, which can handle more impacts than conventional films. All are manufactured by Thai Polyethylene Company Limited (TPE), a subsidiary of SCG Chemicals or SCGC. And another innovation from SCGC GREEN POLYMERTM certified is High Quality PCR manufactured by Teamplas Chemical Company Limited, a plastic recycling partner who has expertise in recycling innovation with a strong network of household waste collection. High Quality PCR is an innovation that contribute to "Recycle" solution. Thanks to SCGC's unique formula and network of household waste collection, it is made possible to turn post-consumer plastic into HDPE High Quality PCR with traceability to its resources. This conforms to the world-class standard Global Recycle Standard (GRS). In addition, it can be used to replace 25-100% of virgin plastics, meeting the sustainability policies of the world's major brands. SCGC is committed to developing eco-friendly plastic innovations under SCGC GREEN POLYMERTM, comprising environmentally friendly plastic solutions encompassing four areas: (1) REDUCE - reducing resource consumption and maximizing resource efficiency; (2) RECYCLABLE – designing with recyclability in mind; (3) RECYCLE – adopting recycling; and (4) RENEWABLE - developing solutions to make plastic bio compostable and plastic made from renewable resources. At the event, Supasak Kaewwichit, HDPE 4 Production Department Manager from Thai Polyethylene Company Limited (TPE), and Nutthakorn Atichatsrisakul, Deputy Managing Director of Teamplas Chemical Group, were representatives to receive the certification. SCGC is one of the first 30 companies and 376 products in Thailand to be Circular Mark certified. The consideration requirements encompass wasteful resource consumption, waste generation,greenhouse gas emissions, and other environmental impacts throughout the product's life cycle. The goal is to enhance resource efficiency while maintaining resources in a continuous loop to generate economic value, minimize waste and greenhouse gas emissions, and alleviate other environmental impacts. The initiative is in line with Thailand's circular economy policy, which aims to improve the country's environmental quality and quality of life for Thai society and the international community. ____________________ About Circular Mark Circular Mark was created for entrepreneurs in Thailand and overseas to use as a marketing tool for renewable products. The certification bolsters Thailand's leadership in the circular economy, strengthens brands, and boosts the country's competitiveness. The effort is a collaboration between Kasetsart University and the Thailand Environment Institute, and other network partners such as the Ministry of Industry, the Federation of Thai Industries, and PPP Plastics.
‘วินด์เซอร์’ เดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่าง  เปิดตัวนวัตกรรม “WINDSOR Curtain Wall” สำหรับงานอาคารสูง  ตอบครบ จบทุกความต้องการเรื่องประตูหน้าต่าง

‘วินด์เซอร์’ เดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่าง เปิดตัวนวัตกรรม “WINDSOR Curtain Wall” สำหรับงานอาคารสูง ตอบครบ จบทุกความต้องการเรื่องประตูหน้าต่าง

Date: 1 May 2022

‘วินด์เซอร์’ (WINDSOR) ผู้นำตลาดประตูหน้าต่างไวนิล ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) เดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่าง รุกงานอาคารสูง ล่าสุด ในงานสถาปนิก’ 65 ได้เปิดตัวนวัตกรรม “WINDSOR Curtain Wall ระบบผนังกระจกไวนิลวินด์เซอร์” ตอบโจทย์งานออกแบบอาคารทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ที่ทันสมัย เหมาะสำหรับงานอาคารหรือสำนักงานขนาดใหญ่ที่ต้องการความโอ่โถง สูงโปร่งเป็นพิเศษ หรือนำไปใช้งานติดตั้งเป็นบ้านกระจก (Glass House) หรือหลังคากระจก (Skylight) โดยยังคงคุณสมบัติเด่นของไวนิลวินด์เซอร์ที่ช่วยป้องกันการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร ช่วยประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้เป็นอย่างดี ครบครันทั้งโซลูชันประตูหน้าต่างสำหรับอาคารสูงทั้งในส่วนที่พักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง โดยมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำอย่างครบวงจร เพื่องานที่ปลอดภัย และตรงตามความต้องการของลูกค้าทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน คุณอภิชาติ พรวรนันท์ ผู้จัดการธุรกิจ Profiles บริษัทนวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) กล่าวว่า ““WINDSOR Curtain Wall หรือระบบผนังกระจกไวนิลวินด์เซอร์ เป็นนวัตกรรมล่าสุดจาก แบรนด์ WINDSOR ด้วยระบบผนังกระจกไวนิลวินด์เซอร์จึงสามารถติดตั้งได้แม้เป็นอาคารสูง ซึ่งสามารถเพิ่มความสูงตามหน้างานได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำอย่างครบวงจร เพื่องานที่ปลอดภัย และตรงตามความต้องการของลูกค้าทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน” นอกจากนี้ ภายในงานฯ วินด์เซอร์ ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่างไวนิล วินด์เซอร์ หลากสีสัน ทั้งลวดลายไม้ธรรมชาติ ด้วยสีไม้อ่อนอย่างสีทีค (Amber Teak) มอบอารมณ์เรียบหรู อบอุ่น หรือจะเป็นสีวอลนัท (Dark Walnut) มาในโทนสีไม้เข้ม ในสไตล์ทรอปิคอล และยังมีประตูหน้าต่างสีดำ (Brilliant Black) สีเทา (Modern Grey) และสีคลาสสิกอย่าง สีขาว (Glorious White) ให้ชมกันในงานอีกด้วย พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยไปอีกขั้น ด้วย WINDSOR Advance Vinyl ไวนิลสูตรพิเศษเฉพาะของวินด์เซอร์ ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในสภาวะอากาศร้อนชื้นสูงอย่างเมืองไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งคุณสมบัติ Ultimate Protection ช่วยปกป้องสิ่งรบกวนภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการลดเสียงรบกวนได้ดีกว่าอะลูมิเนียมทั่วไปถึง 40% การป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าภายในตัวบ้าน รวมถึงลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร ช่วยประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมตอบครบ จบทุกความต้องการเรื่องประตูหน้าต่างทั้งแนวราบและอาคารสูง เชิญสัมผัสประสบการณ์การใช้งานสินค้า พร้อมรับโปรโมชันพิเศษ ได้ที่บูทวินด์เซอร์ ในงานสถาปนิก’65 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี บูทหมายเลข S307 เสา 40 ระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2565 สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าและบริการจากวินด์เซอร์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.windsor.co.th Facebook: https://www.facebook.com/WindsorpageLine Official Account: @windsorofficial หรือ https://lin.ee/pfrYE1a รวมถึงขอรับคำปรึกษาได้ที่เบอร์ 02 555 0333 E-mail: windsor@scg.com นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ ของเอสซีจีได้ที่ https://scgnewschannel.com/ Facebook: scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel
SCGC Introduces Barrier Coating Innovation to Increase Recyclability, Becoming the First in ASEAN to be Certified by RecyClass, Eco-Friendly and Providing an Answer to Green Packaging Solutions

SCGC Introduces Barrier Coating Innovation to Increase Recyclability, Becoming the First in ASEAN to be Certified by RecyClass, Eco-Friendly and Providing an Answer to Green Packaging Solutions

Date: 18 Apr 2022

BANGKOK – 18 April 2022SCG Chemicals or SCGC reinforced its commitment to becoming the "Chemicals Business for Sustainability" through the circular economy and the development of plastic packaging recycling capabilities. It has recently launched its first innovative barrier coating technology for mono-material packaging, enabling flexible packaging such as frozen and chilled food packaging, dry food packaging and refill pouch packaging to be recyclable. The conventional flexible packaging is made from multi-material, making it difficult to be recycled. The solution intends to address plastic packaging issues by facilitating the transition from multi-material plastic packaging to mono-material plastic packaging. This approach will increase recycling efficiency while maintaining the product's qualities. SCGC’s innovative barrier coating technology is the first of its kind in ASEAN to be RecyClass certified and is ready to serve the growing demand for green packaging. Tanawong Areeratchakul, Chief Executive Officer & President of SCG Chemicals or SCGC, disclosed, "SCGC is taking steps to become the 'Chemicals Business for Sustainability,' with the aim to conducting business following ESG (Environmental, Social and Governance) principles and achieving the Sustainable Development Goals (SDGs). SCGC has developed environmentally friendly plastic innovations based on the Circular Economy that maximizes post-consumer plastic recycling by using innovation and advanced technology.High Quality Post-Consumer Recycled Resin: PCR under SCGC GREEN POLYMER™ brand is an example of the green solution. Additionally, SCGC’s innovative barrier coating technology, certified by RecyClass, is a solution that will offer the flexible packaging manufacturer a more efficient recyclable mono-material plastic packaging in replacement of conventional multi-material packaging while maintaining the quality performance. We are ready to work with brand owners interested in environmentally friendly packaging to increase recycling to together create a sustainable future." Tanawong stated. SCGC is committed to develop eco-friendly plastic solutions under SCGC GREEN POLYMERTM, encompassing four areas: (1) REDUCE – reducing resource consumption and maximizing resource efficiency; (2) RECYCLABLE – developing solutions to convert packaging from multi-material films to mono-material PE or PP for improved recycling efficiency; (3) RECYCLE – developing solutions to recycle post-consumer plastics to help reduce waste and resource consumption; and (4) RENEWABLE – developing environmentally friendly bio compostable plastics and plastics made from renewable resources. ________________________ About RecyClass RecyClass is an organization in Europe that offers Recyclability Certifications and Recycled Content Traceability Certification for plastic packaging. It contains the development of Recyclability Evaluation Protocols and scientific testing, the findings of which are incorporated into regularly updated Design for Recycling guidelines in accordance with European rules.
SCGC Completes Acquisition of Sirplaste Portugal with Goal of Expanding Production Capacity in Europe to Fuel Growth of Recycled Plastic Market

SCGC Completes Acquisition of Sirplaste Portugal with Goal of Expanding Production Capacity in Europe to Fuel Growth of Recycled Plastic Market

Date: 7 Apr 2022

Bangkok – 7 April 2022 SCG Chemicals PCL or SCGC reinforced its commitment to becoming the "Chemicals Business for Sustainability" by announcing a successful closure of a deal to acquire a 70% stake in Sirplaste-Sociedade Industrial de Recuperados de Plástico, S.A. or Sirplaste, a leading plastic recycling company in Portugal (the “Acquisition”). The Acquisition will boost manufacturing capacity and improve quality while also marking our entry into the High Quality Post-Consumer Recycled Resin (PCR) markets in Portugal and Europe under the SCGC GREEN POLYMERTM brand. Moreover, the Acquisition will help to fuel the ever-expanding recycled plastic market, pursuing SCGC’s Environmental goals: producing 1 million tons a year (MTA) of SCGC GREEN POLYMERTM by 2030. Through SCG Chemicals Trading (Singapore) Pte, Ltd., a subsidiary of SCGC, SCGC has acquired 70% of the common shares of Sirplaste. The Acquisition is in response to the growing demand for recycled plastic in Europe, serving the need of multinational customers, in which nearly 3.7 million tons of this plastic type were used in 2021 and it is anticipated to grow at a rate of 10.6% annually during the next 5 years, according to NexantECA. Tanawong Areeratchakul, CEO and President of SCG Chemicals or SCGC, disclosed, “The decision to enter into the shares purchase agreements to acquire Sirplaste shares is a significant step forward in SCGC's pursuit of becoming the “Chemicals Business for Sustainability,” through adherence to circular economy principles. The Acquisition is a significant step to achieve SCGC’s Environmental goal: producing 1 MTA of SCGC GREEN POLYMERTM by 2030, and to promote High Quality PCR under the SCGC GREEN POLYMERTM brand into the international markets. We recognize the potential of Sirplaste, the leader in Portugal's recycled plastics manufacturing industry with more than 40 years of professional experience, to facilitate future collaborative through technology exchanges. Additionally, the Acquisition would offer business opportunities for SCGC in which SCGC will gain Sirplaste's current customer base in Portugal and other European countries with a nameplate capacity expansion roadmap of 36,000 tons per year to serve the expanding recycled plastic market.” “By leveraging on SCGC’s competitive advantages such as SMXTM proprietary technology, which enables plastic resins to have higher performance than standard plastic resins and will boost the efficiency of recycled plastics considerably. By combining their strengths, both companies will strengthen High Quality PCR and establish a dominant presence in European markets ahead of competitors.” said Tanawong. Ricardo Pereira, CEO of Sirplaste, mentioned, “SCGC and Sirplaste follow similar business practices since we value resource efficiency. This collaboration will increase the potential of recycled plastics and enable them to reach a broader customer base. Sirplaste has long been committed to creating High Quality PCR for the world's leading packaging manufacturers and investing in cutting-edge technologies. Additionally, it is certified by EuCertPlast, a European standard that verifies that raw material sources for recycled plastic resin manufacturing are developed from responsibly sourced post-consumer plastic. This approach will contribute to reducing plastic waste, creating new value for post-consumer plastic, and establishing true sustainability for business and the planet.” The acquisition of Sirplaste shares will bolster SCGC's business in High Quality PCR, one of the main products under SCGC GREEN POLYMERTM, which comprises eco-friendly polymer solutions encompassing four areas: (1) REDUCE – reducing resource consumption and increasing resource efficiency; (2) RECYCLABLE – developing solutions to convert packaging from film to be recyclable efficiently; (3) RECYCLE – developing solutions to recycle post-consumer plastics to help reduce waste and resource consumption; and (4) RENEWABLE – developing environmentally friendly bio compostable compound and bio plastics made from renewable resources.
SCGC and SCG Award 20 Baht Weight of Gold,  Congratulating ‘Pro Jeen’ & ‘Pro Meaw’ for First LPGA Titles

SCGC and SCG Award 20 Baht Weight of Gold, Congratulating ‘Pro Jeen’ & ‘Pro Meaw’ for First LPGA Titles

Date: 29 Mar 2022

SCGCand SCGChemicals or SCGC - Chemicals Business for Sustainability, extends the warmest congratulations to ‘Pro Jeen’ Atthaya Thitikul after capturing the JBTC Classic, presented by Barbasol, for her first LPGA title at California, USA and ‘Pro Meaw’ Pajaree Anannarukarn who won the LPGA Tour at the ISPS HANDA World Invitational in Northern Ireland, UK last year. Mr. Roongrote Rangsiyopash, President & CEO of SCG, said “SCG would like to congratulate Pro Jeen and Pro Meaw for successfully capturing LPGA champions. Given their goals and commitments, we would like to thank them for bringing joy to Thai people. I believe that Pro Jeen and Pro Meaw will find their path to success, similar to golfing sisters Pro May - Ariya Jutanugarn and Pro Mo - Moriya Jutanugarn, and will, again in the future, bring pride to Thai people and their fans worldwide. Mr. Tanawong Areeratchakul, CEO and President of SCG Chemicals or SCGC, said “Both Pro Jeen and Pro Meaw set their remarkable examples for Thai youths who have a dream, dare to make it come true and stand ready to overcome all obstacles with a will. SCGC praises this success and is willing to cheer on Thailand’s wonder girls to earn a reputation at every tournament for the country.” ‘Pro Jeen’ Atthaya Thitikul, 19 years and 25 days, is the youngest golfer ever to win the LPGA Tour in the past six years. Back to 2017, Pro Jeen was the youngest golfer ever to win a professional golf tournament at the age of 14 years, 4 months and 19 days after winning the Ladies European Thailand Championship. Two years later, as an amateur golfer, she won the professional golf tournament ‘Ladies European Thailand Championship 2019' again and became the youngest golfer ever who was ranked first of the Ladies European Tour at the age of 18 years, 9 months and 8 days. In 2020, Pro Jeen turned professional and was ranked first in Thailand and LPGA Tour. And, in the previous year, she won several awards including Ladies European Tour’s Race to Costa del Sol, Rookie of the Year and Player of the Year. ‘Pro Meaw’ Pajaree Anannarukarn became the fifth Thai golfer who won the LPGA Tour at the ISPS Handa World Invitational 2021 and continues her good performance, meanwhile, ‘Pro Jeen’ is the sixth golf player who won the LPGA Tour. These are similar to Pro May - Ariya Jutanugarn - Pro Mo - Moriya Jutanugarn who won the LPGA Tour and brought pride to Thai people, with full support from SCG, SCGC, SCGP and COTTO.