MOSQUITO TRAP นวัตกรรมกับดักยุงลาย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชุมชน

Date: 19 Aug 2020

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โรคไข้เลือดออกเดงกี (Dengue Fever) เป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขระดับโลกที่มียุงลายเป็นพาหะของโรค เนื่องจากโรคได้แพร่กระจายอย่างกว้างขวางในหลายประเทศทั่วโลก และมีการคาดการณ์ไว้ว่าประชากรโลกราว 100 - 400 ล้านคน ต้องเผชิญภัยคุกคามด้านสุขภาพจากโรคดังกล่าว (ที่มา: องค์การอนามัยโลก (WHO)) สำหรับประเทศไทยนั้นตามรายงานของกรมควบคุมโรค (Department of Disease Control)  ระบุว่า ในปี 2563 มีรายงานผู้ป่วยจากโรคดังกล่าวกว่า 25,000 ราย และเสียชีวิต 15 ราย ซึ่งเป็นอัตราการป่วยและการตายที่สูงมากกว่าปกติ จากแนวโน้มการเกิดการระบาดของโรคไข้เลือดออกในช่วงเวลามากกว่า 5  ปีที่ผ่านมา

เพิ่อแก้ปัญหาดังกล่าว เอสซีจี ร่วมกับสถาบันปาสเตอร์ ฝรั่งเศส และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าวิจัยและพัฒนา “The Mosquito Trap” นวัตกรรมกับดักยุงลายเพื่อช่วยลดปริมาณการแพร่พันธุ์ยุงลายที่เป็นพาหะสำคัญของโรค ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกและยกระดับคุณภาพด้านสาธารณสุขและการบริการสุขภาพให้กับชุมชนในประเทศไทย

มุ่งมั่นคิดค้น “นวัตกรรมเพื่อสังคม”
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้เลือดออกเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขของไทยที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเฉลี่ยปีละ 100,000 คน และเสียชีวิตกว่า 100 คน นวัตกรรมกับดักยุงลาย (The Mosquito Trap) ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่างเอสซีจี และสถาบันปาสเตอร์ ฝรั่งเศส จะมีส่วนสำคัญในการช่วยลดปริมาณประชากรยุงลาย ซึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไข้เลือดออกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

กลไกหลักที่สำคัญของนวัตกรรมกับดักยุงลาย (The Mosquito Trap) นี้ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) กับดักยุง และ 2) สารพิเศษบริเวณฟองน้ำภายในกับดัก ในส่วนของกับดักยุง เอสซีจีได้ออกแบบให้เหมาะสมตามพฤติกรรมตามธรรมชาติของยุงลายและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการวางไข่ของยุง ทั้งเรื่องสีของวัสดุพลาสติก ขนาดและรูปแบบช่องว่างที่ให้ยุงบินเข้า ระดับน้ำ พื้นที่ว่างเพื่อการบินและลงมาเกาะวางไข่ภายในกับดัก รวมถึงขนาดที่เหมาะสม ใช้งานง่าย สะดวก สามารถใช้งานทั้งภายในบ้านและกลางแจ้งได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการเคลือบผิวภายในกับดักด้วยสารดึงดูดยุงลาย (Attractant) ที่พัฒนาขึ้นโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท อิคาริ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ยุงบินเข้ากับดัก

สำหรับสารพิเศษบริเวณฟองน้ำภายในกับดัก เป็นเคมีภัณฑ์สารเติมแต่งพิเศษ (Functional Material) ที่เอสซีจีต่อยอดจากการใช้สาร BTI (Bacillus Thuringiensis Israelensis) ซึ่งเป็นสารยับยั้งการเติบโตจากลูกน้ำไปเป็นยุงลายที่ใช้กันอยู่เดิม โดยคิดค้นสารเติมแต่งเพื่อเสริมให้ BTI มีคุณสมบัติสามารถเกาะติดกับขายุงได้ดี โดยภายในกับดักจะมีฟองน้ำที่เคลือบสารพิเศษนี้ เมื่อยุงมาเกาะที่ฟองน้ำสารพิเศษจะเกาะติดไปกับขายุง เมื่อยุงลายบินไปเกาะในแหล่งน้ำแห่งใหม่ สารพิเศษที่ติดขายุงจะละลายลงในน้ำ ช่วยยับยั้งไม่ให้ลูกน้ำเจริญเติบโตกลายเป็นยุง โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในแหล่งน้ำนั้น ที่สำคัญสารดังกล่าวยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดลูกน้ำยุงลายในบริเวณที่กว้างมากยิ่งขึ้น ปริมาณการแพร่พันธุ์ยุงลายจึงลดลง ส่งผลให้การระบาดของโรคไข้เลือดออกลดลงตามไปด้วย

นำร่องเพื่อต่อยอดการใช้งาน
เพื่อยืนยันประสิทธิภาพการทำงานของนวัตกรรมกับดักยุงลาย (The Mosquito Trap) ในเบื้องต้นนั้น เอสซีจีได้ร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทดสอบการใช้งานนวัตกรรมดังกล่าวจำนวน 200 ชุด ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนามในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี “ยุงลายสวน” ชุกชุมตลอดทั้งปี

ล่าสุด นวัตกรรมกับดักยุงลาย (The Mosquito Trap) ยังถูกนำมาทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานใน พื้นที่ชุมชนมาบตาพุดและชุมชนบ้านบน จ.ระยอง พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญเพราะมีจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงเป็นอันดับที่สองของประเทศ โดยการทดลองในครั้งนี้ เน้นไปที่การศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของนวัตกรรมกับดักยุงลาย (Mosquito Trap) กับ “ยุงลายบ้าน” โดยโครงการนำร่องดังกล่าวนี้มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือน และข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนานวัตกรรมนี้ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ก่อนขยายผลการใช้งานไปยังจังหวัดอื่น ๆ ที่มีอุบัติการณ์ของโรคไข้เลือดออกในระดับวิกฤตต่อไป

​นวัตกรรมกับดักยุงลาย (The Mosquito Trap) นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เอสซีจีมีเจตนารมณ์ในการช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของคนในสังคม โดยใช้ความเชี่ยมชาญด้านนวัตกรรม ผนวกกับความร่วมมือที่เข้มแข็ง พร้อมเดินหน้าบรรลุเป้าหมายที่จะเอาชนะโรคไข้เลือดออก และยกระดับคุณภาพด้านสาธารณสุขและการบริการสุขภาพให้กับชุมชนในประเทศไทย