SCG PP Melt-Blown: High-Value Plastic Resin to Boost Medical Industry and Safeguard People's Lives

Date: 5 May 2021

Chemicals Business, SCG, is committed to developing advanced technologies to promote Thailand's competitiveness. It consistently lends its know-how and innovations developed internally or through open collaboration to improve people's quality of life.

In this particular state of the COVID-19 pandemic, Chemicals Business, SCG, remains intact to develop innovations. It has recently launched "SCG PP Melt-Blown," high-value-added plastic resins for melt-blown fabric production to serve the medical industry needs. The product has been the first in ASEAN to be certified to meet international standards.

The First's Internationally Certified in ASEAN
Plastic is one of the widely-used substitute materials across industries. In the medical world, medical-grade plastic material is opted for use because of its unique properties designed to meet medical and safety requirements. The medical-grade plastic materials must adhere to two major certification standards: ISO 13485 and ISO 14971.  

Demand for medical devices and equipment has significantly surged across the globe, chiefly since the COVID-19 pandemic onset at the end of 2019. Under normal circumstances, the demand for surgical face masks for healthcare workers would be around 28 million pieces per day. However, the pandemic situations would have increased such the demand by possibly another 12 million per day. For Thailand, the Department of Internal Trade has said that the domestic need for face masks stood at 30-40 million pieces per month under normal circumstances. The COVID-19 pandemic has quintupled the demand to 200 million pieces per month.

SCG PP Melt-Blown is high-value-added plastic resins that can produce melt-blown fabric for medical purposes. The innovation has been tested by leading institutes and it is now being developed with medical manufacturers to produce melt-brown fabric materials and bring about the solution for healthcare workers and mask wearers to protect themselves from germs or fine particles.

Innovative Plastic Resin for Enhanced Protection
Developed by Chemicals Business, SCG, SCG PP Melt-Blown is high value-added plastic resins used to produce face mask filter sheet from Melt-blown Nonwovens, a preferable fiber material made from plastic resins. The non-wovens have a fiber diameter in the nanometer and micrometer range. This unique property makes it a popular choice for filters, insulations, and filter sheets.

According to the requirements mandated by the Food and Drug Administration (FDA) under the Ministry of Public Health, the production or import of surgical face masks must adhere to the industrial product standard regulations for single-use hygienic masks (TIS 2424-2562). The face mask must perform Bacterial Filtration Efficiency (BFE) not less than 95% at three microns.

The SCG PP Melt-Blown innovative polypropylene resin is tested and approved by the leading institutes to produce fibers of 1-5 microns in diameter, which can filter out fine particles such as PM2.5 and germ with a Particle Filtration Efficiency (PFE) rating of >95% and Bacteria Filtration Efficiency (BFE) rating of >95%, the performance that meets the Public Health Ministry's FDA criteria.

Build Economic Dynamic
Apart from being a filter material that can prevent bacterial and particles, SCG PP Melt-Blown can reduce the dependence on the import of plastic resins for face mask productions, a solution that can address the shortage in the supply chain of the country's face mask manufacturing activities. This will bring about increased access to medical resources for healthcare workers and the public. Above all, it is an efficient way to enhance the country's face mask production competitiveness.

"We strive to develop innovation in the health and wellness space to improve people's quality of life and meet the SDG 3, which to ensure healthy lives and promote well-being. In our view, plastic materials are the essential substitute and highly necessary for the manufacture of products within the health and wellness industry. It can reduce the dependence on importing such plastic resins and medical devices to a considerable extent, resulting in better medical access to healthcare workers and the public," said Tanawong Areeratchakul, president of Chemicals Business, SCG.

3 บริบทสำคัญ กับโซลูชันนวัตกรรมจาก ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี

3 บริบทสำคัญ กับโซลูชันนวัตกรรมจาก ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี

Date: 7 May 2021

การคิดค้นสิ่งใหม่หรือการพัฒนาต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ในขนบเดิม เพื่อช่วยขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้นและผลักดันความก้าวหน้าให้กับธุรกิจ คือ นวัตกรรม ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและแสดงให้เห็นประสิทธิภาพได้อย่างแจ่มชัดโดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่ถาโถมเข้ามาด้วยความท้าทายหลากหลายบริบท ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นอีกหนึ่งบริษัทชั้นนำระดับประเทศที่การคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมขององค์กรและเป็นหัวใจสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ มีการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเข้มข้น พร้อมกับการส่งเสริมความร่วมมือกับหลากหลายหน่วยงานและสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด Open Innovation เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างนวัตกรรมที่น่าสนใจจาก ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี อาทิ นวัตกรรมเพื่อการแพทย์ นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลายหลาก รวมไปถึงนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม มีดังต่อไปนี้ ใส่ใจสร้างสรรค์เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน นวัตกรรมพลาสติกเพื่อการแพทย์ (Medical Plastics)เป็นหนึ่งในความพยายามที่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพราะก่อประโยชน์ให้กับสังคมเป็นวงกว้างในด้านต่าง ๆ อาทิ ช่วยยกระดับคุณภาพของระบบสาธารณสุขในประเทศ ทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างสะดวกและทั่วถึง เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานอุปกรณ์การแพทย์ที่ผลิตจากพลาสติกที่ได้มาตรฐานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้นวัตกรรมพลาสติกเพื่อการแพทย์จาก ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ยังสร้างประโยชน์ให้กับภาคเศรษฐกิจ เพราะช่วยให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศได้ ในช่วงวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่กำลังดำเนินอยู่ ยิ่งช่วยสะท้อนภาพความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกเพื่อการแพทย์ของ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ภายใต้ความจำเป็นอันเร่งด่วน ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของบริษัทได้ร่วมกันคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมป้องกันโควิด-19 ร่วมกับทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ที่ช่วยให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์เป็นไปอย่างราบรื่น ในขณะเดียวกันก็สร้างการปกป้องให้กับพวกเขาเหล่านี้ ตัวอย่างนวัตกรรมที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ได้แก่ ห้องแยกป้องกันเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ (Negative Pressure Isolation Room) อุปกรณ์เสริมพิเศษที่ออกแบบให้เหมาะกับปฏิบัติการในห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู หรือแม้แต่เป็นห้องพักผู้ป่วย เพื่อให้แพทย์และพยาบาลสามารถรักษาผู้ป่วยหนักได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่น ๆ ห้องตรวจเชื้อความดันลบหรือบวกแบบเคลื่อนที่ (Negative/Positive Pressure Isolation Chamber) ห้องตรวจที่ช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถสอดมือเข้าไปทำหัตถการ (Swab) โดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ออกแบบเป็นทรงกระบอกแนวตั้ง ทางเข้าเป็นซิปรูดสำหรับเปิด-ปิด เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ (Patient Isolation Capsule) อุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แคปซูลความดันลบขนาดเล็ก สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อเข้าเครื่อง CT Scan (Small Patient Isolation Capsule for CT Scan) อุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าเครื่อง CT Scan อุปกรณ์ครอบศีรษะคนไข้เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อสำหรับงานทันตกรรม (Dent Guard) มีโครงอุปกรณ์ที่สามารถปรับระยะได้ตามสรีระและความถนัดของแพทย์ และมีส่วนหน้าต่างสำหรับมองฟันคนไข้ที่ผลิตจากอะคริลิกใสช่วยเพิ่มการมองให้กับทันตแพทย์ระหว่างการทำหัตถการ ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี อธิบายเสริมว่า “นวัตกรรมที่ได้พัฒนาขึ้นจากพลาสติกทั้ง 5 นี้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล และหมุนเวียนกลับมาเป็นวัตุดิบสำหรับการผลิตใหม่ได้ เพราะนั่นมาจากหลักคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเอสซีจี ที่จะต้องมาพร้อมกับแนวคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ต้องสามารถหมุนเวียนสินค้าเมื่อสิ้นอายุการใช้งานกลับสู่ระบบการจัดการ เพื่อให้สามารถนำมากลับมาใช้ใหม่ได้” คิดค้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ความสนใจของลูกค้าที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เอสซีจี มุ่งมั่นค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าผ่านมุมมองของลูกค้า และใช้เป็นพื้นฐานในการต่อยอดเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์พวกเขา (Customer-Centric) ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบจัดการนวัตกรรม (Innovation Management Process: IMP) อย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมามีการคิดค้นแนวคิดสินค้านวัตกรรมมากกว่า 400 รายการ นำไปสู่การพัฒนากว่า 100 โครงการและออกสู่การขายได้เฉลี่ย 15 สินค้าต่อปี นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานศูนย์ i2P (Ideas to Products) ในจังหวัดระยอง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นถึงนวัตกรรมสินค้าและบริการของธุรกิจ นอกจากนี้ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้พัฒนาเม็ดพลาสติกมูลค่าเพิ่มสูงออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ SCG™ HDPE H112PCเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนคอมพาวนด์สีดำ คิดค้นและผลิตด้วยเทคโนโลยีของเอสซีจีที่ได้รับการจดสิทธิบัตร มีคุณสมบัติที่เหนือกว่ามาตรฐานท่อ PE100 ทั่วไป ถูกพัฒนาเป็นท่อก๊าซ ท่อเหมือง และท่อที่รับแรงดันสูง SMX™ 551BUเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนสำหรับถังบรรจุสารเคมีขนาดใหญ่ (IBC) SCG™ HDPE S111Fเม็ดพลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ประเภทฟิล์มที่มีความยืดหยุ่น สามารถทนต่อแรงกระแทกและแรงเจาะทะลุได้ดีเป็นพิเศษ SCG™ HDPE SX002JAเม็ดพลาสติกสำหรับผลิตฝาน้ำอัดลม รุ่นน้ำหนักเบาและใช้วัสดุน้อยลงแต่ให้ความแข็งแรงมากขึ้น SCG™PP P1085Jเม็ดพลาสติกพอลิโพรพิลีนที่มีความแข็งแรงและการไหลตัวสูง เพื่อใช้ผลิตคอมพาวนด์สำหรับชิ้นส่วนกันชนรถยนต์รุ่นใหม่ SCG™ LLDPE S15 PU-stick seriesเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดพิเศษ ที่เพิ่มความแข็งแรงในการยึดติดกับพอลิยูรีเทนมากกว่าเม็ดพลาสติกทั่วไป ทำให้นำไปขึ้นรูปเป็นผนังชั้นนอกของถังแช่ที่สามารถยึด ติดกับชั้นโฟมได้ดียิ่งขึ้น ล่าสุด ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เปิดตัวเอสซีจี พีพี เมลต์โบลน (SCG PP Melt-Blown)เม็ดพลาสติกมูลค่าเพิ่มสูงที่สามารถใช้ผลิตเป็นผ้าเมลต์โบลน (Melt-blown Fabrics) สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์ นวัตกรรมดังกล่าวผ่านการทดสอบโดยสถาบันชั้นนำ โดยมีค่าที่เป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ((BFE ≥ 95% และ PFE ≥ 95%)) ขณะนี้กำลังพัฒนาเป็นผ้าเมลต์โบลนร่วมกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมการแพทย์ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ใช้งานที่สวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำเพื่อป้องกันเชื้อโรค รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก มุ่งมั่นดูแลสิ่งแวดล้อม ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม หนึ่งในนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ธุรกิจได้คิดค้นและพัฒนาขึ้น คือโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำแบบครบวงจร (Floating Solar Solutions)เพื่อตอบโจทย์การใช้พลังงานทางเลือก นวัตกรรมดังกล่าวผลิตจากเม็ดพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene) เกรดพิเศษ มีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานกลางแจ้งภายใต้รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 25 ปี และสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ อีกทั้งมีคุณลักษณะเป็น Food Grade ปลอดภัยต่อระบบนิเวศใต้น้ำ โดยในปีที่ผ่านมาธุรกิจโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ มีการเติบโตถึง 260% และได้ทำการส่งมอบทุ่นลอยน้ำเพื่อประกอบ ติดตั้ง และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมถึง 25.8 เมกะวัตต์ (MW) นอกจากนี้ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ยังได้นำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพของสังคมและสิ่งแวดล้อมออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่Zyclonic™นวัตกรรมบำบัดสิ่งปฏิกูลและน้ำเสียจากครัวเรือน ที่พัฒนาร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ (Bill & Melinda Gates Foundation) นวัตกรรมทุ่นกักขยะลอยน้ำจาก HDPE-Bone ผลิตจากเม็ดพลาสติก HDPE เกรดพิเศษ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับอุปกรณ์ต้นแบบนวัตกรรมถนนพลาสติกรีไซเคิล (Innovative Recycled Plastic Road)โครงการที่นำพลาสติกเหลือใช้มาเป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีตสำหรับงานก่อสร้างทาง และที่สำคัญคือKoomKahเว็บแอปพลิเคชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธนาคารขยะแบบครบวงจร โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 มีธนาคารขยะที่ใช้ “คุ้มค่า” (KoomKah) แล้วกว่า 160 แห่ง โดยขยายฐานสมาชิกแล้วกว่า 11,000 ราย คัดแยกขยะได้ทั้งหมดกว่า 2,800 ตัน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชั้นนำของประเทศ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ยังคงมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพและขีดความสามารถของภาคธุรกิจ ตลอดจนนวัตกรรมที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมและร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี แหล่งรวมดิจิทัลโซลูชันระดับประเทศ

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี แหล่งรวมดิจิทัลโซลูชันระดับประเทศ

Date: 5 May 2021

อีกหนึ่ง New Normal หรือ วิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็คือ บริษัทให้ความสนใจกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการเข้ากับทุกองคาพยพในองค์กร แนวปฏิบัติดังกล่าวที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายนี้ มีจุดร่วมเหมือนกัน คือ เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องและเป็นปกติ (Business as Usual) ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรชั้นนำระดับประเทศที่ “คิดเร็ว ทำไว” พัฒนาและประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อช่วยตอบโจทย์การทำงานของผู้เกี่ยวข้องในส่วนต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมและสอดรับกับนโยบายทางสังคม ที่มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนสามารถรองรับบริบทของสังคมดิจิทัลได้มากยิ่งขึ้น ดิจิทัลโซลูชันเพื่อสำนักงาน เอสซีจี ส่งเสริมให้มีการนำเทคโลโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ภายในสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้าสถานการณ์โรคระบาด หน่วยงานบางส่วนของบริษัทก็มีการใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้การทำงานดียิ่งขึ้น และเมื่อต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับนโยบายทางสังคมตามแนวทางป้องกันการเกิดโรคระบาด ทั้งองค์กรก็สามารถปรับตัวและใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การเปลี่ยนผ่านจากการทำงานที่ยึดโยงกับวิถีชีวิตรูปแบบเดิม ไปสู่กิจกรรมที่เกิดขึ้นในรูปแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น เช่น การประชุมทีมงานในระดับต่าง ๆ การยื่นขออนุมัติเอกสาร การทำธุรกรรมกับฝ่ายบัญชี หรือแม้แต่การจัดอีเวนต์สำคัญต่าง ๆ เช่น การทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) หรือการจัดงานเปิดตัวสินค้าหรือบริการใหม่ของบริษัท เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนทุกคนในเอสซีจีให้สามารถใช้ชีวิตการทำงานได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้การเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ยังช่วยยกระดับและส่งเสริมความสามารถด้านดิจิทัลของคนในองค์กรด้วย ดิจิทัลโซลูชันเพื่อโรงงาน นอกจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในสำนักงานแล้ว ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ยังได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ Internet of Things (IoT) ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นผู้ริเริ่มก็คือ Digital Reliability Platform (DRP) ที่ทำการรวบรวมข้อมูลของเครื่องจักรทุกตัวในโรงงานและสายพานการผลิต โดยสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรเหล่านี้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัทกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกหลายแห่ง เช่น AVEVA ผู้นําด้านวิศวกรรมและซอฟต์แวร์ด้านอุตสาหกรรม ช่วยแก้ปัญหาการบริหารประสิทธิภาพของเครื่องจักร (Asset Performance Management หรือ APM) แบบครบวงจร คาดการณ์สุขภาพอุปกรณ์ (Equipment Health) ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับมาตรฐานการบํารุงรักษาระหว่างหน่วยปฏิบัติการต่าง ๆ เพื่อขจัดเหตุขัดข้องที่ไม่คาดคิด “นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เพราะการบริหารจัดการให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีของDigital Reliability Platform (DRP)เราจึงมั่นใจว่า จะสามารถขจัดความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุขัดข้องที่ไม่คาดคิดได้ โดยได้เฟ้นหาพันธมิตร และ AVEVA เป็นเพียงบริษัทเดียวที่สามารถจัดหาระบบแก้ปัญหาได้แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านวิศวกรรม การปฏิบัติการ และการซ่อมบำรุง อีกทั้งยังได้ผนวกฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ปัญญาประดิษฐ์ AI การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย (Predictive Analytics) รวมเข้ากับการแก้ปัญหาที่ทำได้จริง ซึ่งจะช่วยผู้ปฏิบัติงานได้มากขึ้น และพัฒนาประสิทธิภาพอีกด้วย” นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีกล่าว ดิจิทัลโซลูชันเพื่อลูกค้าและคู่ค้า ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ใช้ Digital Commerce Platform (DCP) เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจากคำสั่งซื้อลูกค้าเข้ากับข้อมูลการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ทำให้สามารถลดเวลาการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ถึง 70% โดยลูกค้าสามารถติดตามสถานะคำสั่งซื้อได้ทุกที่ทุกเวลา ตามรูปแบบการทำงาน New Normal และธุรกิจเคมิคอลส์ยังสามารถใช้ฐานข้อมูลจากระบบมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการบริหาร Value Chain ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ในส่วนของคู่ค้าเอง เอสซีจี นำโดยธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้ประยุกต์องค์ความรู้และทักษะความเชี่ยวชาญด้านโรงงานและสายงานการผลิต พัฒนา ROOTS แพลตฟอร์มที่จะช่วยให้การจัดซื้อสินค้าอุตสาหกรรมซึ่งต้องมีทั้งความละเอียด ความแม่นยำและความรวดเร็ว ให้สามารถดำเนินงานได้คล่องตัวมากขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการจัดซื้อสินค้าได้มากกว่าร้อยละ 50 และที่สำคัญยังสามารถตรวจสอบราคาและสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดิจิทัลโซลูชันเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมถือเป็นอีกหนึ่งพันธกิจสำคัญของเอสซีจี ที่มีการบริหารจัดการมาอย่างต่อเนื่องและสะท้อนออกมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการริเริ่มต่าง ๆ และในกระแสแห่งความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งการดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance - ESG) และการตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้อย่างจริงจังและเข้มข้น สำหรับแนวปฏิบัติด้านเทคโนโลยีดิจิทิลที่ถูกนำมาบูรณาการเพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจก็คือ KoomKah หรือ คุ้มค่า เว็บแอปพลิเคชันที่ยกระดับการบริหารจัดการธนาคารขยะ ทำให้สามารถจัดการกับข้อมูลได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี ReadyPlastic แพลตฟอร์มการซื้อขายเม็ดพลาสติกนอนไพรม์ (Non-prime Plastic) จากภาคอุตสาหกรรมและเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Plastic) โดยทั้งสองดิจิทัลโซลูชันช่วยส่งเสริมการหมุนเวียนใช้ทร้พยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การปรับตัวด้านดิจิทัลเทคโนโลยีของ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ช่วยส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในการทำงานให้กับทุกคนในองค์กร ซึ่งถือเป็นบุคลากรสำคัญที่สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ตลอดจนส่งเสริมบทบาทขององค์กรในฐานะบริษัทชั้นนำระดับประเทศ ที่ประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนทางธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Banding Together to Protect Water Sources: SCG x The Ocean Cleanup

Banding Together to Protect Water Sources: SCG x The Ocean Cleanup

Date: 15 Apr 2021

Waste that lacks proper and efficient handling has continuously affected the environment, especially the seas and oceans. And it is on course to scale up the impacts, becoming a significant challenge that requires the cooperation of all sectors and levels to work out the solutions. That is why "conserve and sustainably use the oceans, seas and marine resources for sustainable development" is part of the 17 Sustainable Development Goals (SDGs) set forth by the United Nations (UN), and such goals have been used as a holistic framework for global development cooperation effort since 2015. SCG is at the forefront of recognizing such emergencies and vigorously moving to tackle the issue through several initiatives. Among them is building an alliance network and partnership with The Ocean Cleanup, a Netherlands-based non-profit organization that invented and developed the InterceptorTM, advanced technology to capture waste in the water effectively. It starts with Great Pacific Garbage Patch The Great Pacific Garbage Patch is three times the size of France, floating in international waters beyond any national claims. It is estimated that this giant garbage patch could take up to nearly 80,000 years to biodegrade. That is why an 18-year-old Boyan Slat, CEO and founder of The Ocean Cleanup, an environmental engineering startup, presented his idea at the TEDx conference to get rid of plastic from the oceans by using the massive interceptor to passively collect plastic from the garbage patch utilizing the ocean's current. If the idea works, all the garbage in the patch will disappear in five years. Such a well-received concept has led to the creation of InterceptorTM, a solar-powered barge that can extract to a maximum of 100,000 kilograms of trash per day and work autonomously 24 hours a day. The solution is run by computer and internet-connected to monitor the system's performance, energy usage, and component health. The InterceptorTM uses the river's natural flow to catch plastic with the help of a floating barrier that is used to direct the garbage into the system. The innovative solution operates without noise or exhaust, making it an eco-friendly choice for the environment and living things. The creation of InterceptorTM largely stems from the research data saying that 80% of ocean plastic pollution is from rivers, particularly ones that are seriously polluted and lack proper land waste handling. And as the waste flows into the public oceans, it becomes garbage that everyone in the world shares responsibility. Shared Vision toward Mutual Mission In Thailand's context, the study conducted by Thailand Development Research Institute (TDRI) found that Thailand's sea waste is mainly from riverside communities, shops, industries, coastal tourism on top of improper landfills. Hence, the waste tackling solution requires a series of measures, especially the land waste management practices, to prevent the garbage from leaking into the oceans. Simultaneously, waste handling in the water sources such as canals, rivers, seas, and oceans is also critical and requires immediate attention. SCG has initiated Bang Sue Model, an internal waste management project, to encourage employees to be aware of the importance of resource efficiency under the concept "Resource Maximization, Correct Sorting, Proper Disposal." The internal project's success has expanded to Map Ta Phut communities in Rayong province under the project "Waste-free Community." The project attracted the participation of 25 communities and established ten local waste banks to collect recyclable materials. The project has 2,697 users engaged in the KoomKah application with an astonishing recyclable material balance in the system of over 100 tons, worth 230,000 Baht. (The data collected from April 2019 to December 2020) The number of recyclable materials collected and logged in the system has saved 73,442 kilograms of carbon dioxide equivalent. SCG aims to include more communities and households in the project to advance Rayong province toward a waste-free city in the future. In addition, SCG also develops innovations to help manage and reduce waste at source as follows: Aquonic 600 is a solution that helps turn dirty grey water from toilet and kitchen use into pathogen-free reusable water using biological and electro-chemical processes. The byproduct water is free from disease, color, or odor and is reusable. The innovation is co-created with the Asian Institute of Technology (AIT) under the support of the Bill & Melinda Gates Foundation. HDPE-Bone Litter Trap is a solution further developed from the oil boom invented by the Department of Marine and Coastal Resources (DMCR) in 2018. The innovation is made from a superior-grade polyethylene compound of HDPE, which offers increased buoyancy and better waste interception performance along with UV resistance and a lifespan of 25 years. It provides effortless setup and installation on top of recyclability in line with the circular economy. Next Step Toward Global CollaborationChemicals Business, SCG, has entered into a research and development partnership to tackle ocean waste in Thailand. The signing was conducted by Suracha Udomsak, Vice President and CTO – Innovation and Technology, on 11 November 2019. "Currently, the river and ocean waste have affected every life on earth. Waste sorting and research and development of waste interception technology in rivers are ways to curtail waste flowing into the oceans. This research collaboration with the expert, The Ocean Cleanup, will enable us to better tackle social and environmental issues. SCG will work with the Department of Marine and Coastal Resources and other relevant agencies to accurately collect data on waste and carry out a feasibility study of making use of marine debris as resources and maximizing its usefulness. SCG has innovations to support the value extraction of waste such as mechanical recycling and chemical recycling," said Suracha Udomsak. Early this year, SCG has signed a Memorandum of Understanding for the use of the InterceptorTM with the Department of Marine and Coastal Resources (DMCR) and The Ocean Cleanup to use InterceptorTM in Thailand's Chao Phraya River, the country's main river that records the highest waste amount. According to 2017's data, the amount of river debris was recorded at 2,172 tons or an estimate of around 173 million pieces. The number has since dropped to 702 tons (around 42 million pieces) in the next two years, thanks to government measures on removing waste from rivers and oceans. To date, the innovations “InterceptorTM” are currently deployed in Indonesia, Malaysia, Vietnam, and the Dominican Republic in the countries' severely polluted water sources. The Ocean Cleanup estimated that the solar-powered waste interception innovation could remove 70 million kilograms of waste by 2025. Watch the video herehttps://www.scgchemicals.com/en/news-media/media/video/83
5 Creative Ideas for Sustainable Waste Management

5 Creative Ideas for Sustainable Waste Management

Date: 15 Apr 2021

Although the waste management problems remain another global environmental challenge, the efforts to devise and develop solutions for efficient waste management are still ongoing. As a leading company in the region, SCG has focused on sustainable development and integrated circular economy in business activities. We put together up-and-coming waste management solutions to keep an eye on in 2021. Inside out: SCG Waste Management Project Bang Sue Model is SCG’s internal waste management project initiated to reflect resource efficiency concept and enhance waste management practices of different waste types to ensure a proper circular value chain. The model is a crucial mechanism driven to establish the infrastructure to support closed-loop waste management and recycling system on top of instilling a green mindset of “Resource Maximization, Correct Sorting, Proper Disposal” among employees. The internal project’s success has expanded to Map Ta Phut communities in Rayong province under the project Waste-free Community,a project that engages local units of home, school, temple, and waste bank to bring about resource management and waste management at source practice. The project has the aim to increase recycling and reduce landfills. The community leaders are equipped by SCG expert teams with knowledge and tasked to educate community members. This also includes establishing learning-based stations in schools to instill a resource efficiency mindset based on the circular economy principles among students through hands-on activities. The project aims to encourage young people to embrace the concept “Resource Maximization, Correct Sorting, Proper Disposal” and hope such implementation will pass on to families and communities. Since its start in 2019, the project attracted the participation of 25 communities and established ten local waste banks to collect recyclable materials. The project has 2,697 users engaged in the Koomkah application with an astonishing recyclable material balance in the system of over 100 tons, worth 230,000 Baht. (The data collected from April 2019 to December 2020) The number of recyclable materials collected and logged in the system has saved 73,442 kilograms of carbon dioxide equivalent. SCG aims to include more communities and households in the project to advance Rayong province toward a waste-free city in the future. Making Waste Separation Fun Most people acknowledge that waste separation is a crucial step toward circularity. But only a few come up with the idea to make such an activity fun. TOMRA, a Norwegian collection and sorting machine manufacturer, invented reverse vending machines -- known as VRMs – to offer reward points in exchange for recyclable materials. To date, over 84,000 reverse vending machines have helped capture over 40 billion used plastic items across the world each year. Unlocking the Value of Plastic Waste for the Community ASASE Foundation in Accra, Ghana, also introduces a project to promote plastic waste sorting and reuse. The foundation members, who are local people, come together to collect, wash, and dry plastic waste. These plastic items will be re-grinded and sold to recyclers. The initiative is excellently received by local people, and it has been supported by Alliance to End Plastic Waste (AEPW), a non-profit organization that brings together companies throughout the plastic value chain which SCG is a co-founding member. The project can ramp up processing capacity from 35 tons of plastic waste in 2019 up to 500 tons in 2020. The foundation sets an ambitious target of recycling 2,000 tons of plastic by the end of this year, aside from further expansion to other cities in the country. Watch the ASASE Foundation’s video here:https://bit.ly/39wwtZo Turning Waste into Housing Plastic is rigid, light, cheap, and moldable: all desirable properties favorably made for building materials. Upcycle Africa is another project that promotes effective waste management in Uganda by transforming plastic waste into building materials. Since the beginning of the project, over 3 million plastic items have been repurposed and transformed into 117 affordable homes. And in this midyear, the enterprise plans to pilot another project by converting plastic waste into fuel oil. The goal is to find another effective way to turn plastic waste unsuitable for building materials into something else meaningful. Intercepting Plastic Before It Reaches Ocean Jembrana Regency in Bali is known for its natural beauty. However, it has been struck by limited access to waste management systems which led to plastic waste being illegally dumped, buried, or burned in the area. Project STOP Jembrana was initiated to maintain its magnificence. It constructed a local management system where the waste is collected weekly and delivered to a recycling facility. The system helps catch about 2,200 tons of plastic waste every year, preventing it from leaking into the environment. The team is carrying out a feasibility study to see if the model could be scaled up to capture plastic waste across Indonesia. Source:https://endplasticwaste.org/en/our-stories/6-bright-ideas-in-2021
Chemical Recycling: Advanced Recycling Process Turning “Used Plastic” into "Feedstock" for Petrochemical Plants

Chemical Recycling: Advanced Recycling Process Turning “Used Plastic” into "Feedstock" for Petrochemical Plants

Date: 17 Mar 2021

Plastic is a valuable material invented as a substitute for natural resources, especially forest resources. With a broad range of benefits, plastic is generally used to serve several modern society functions and needs. Plastic is, without question, valuable material for people's lives. However, post-use plastic management has remained a challenge that needed to be addressed as a matter of priority. Two million tons is the amount of plastic waste Thailand generates each year, with only 25 percent is reused. Particularly during the school holidays and the spread of COVID-19 over the past year, plastic waste jumped 15 percent and 62 percent, respectively. If the situation is allowed to continue, the tendency of deterioration to the society and the environment inevitably follows. That is why all sectors have to join forces to reduce the impacts and bring about effective management solutions. As a Thailand's leading chemical manufacturer and Southeast Asia's polymer specialist, Chemicals Business, SCG, is well aware of such an issue. Thus, it strives to create and develop technologies, innovations, and solutions to effectively and sustainably find the way out of such global challenges. Chemical Recycling is one of the company's strategic plans to tackle the issue. What is Chemical Recycling? Plastic recycling has been described as "the process of recovering scrap or waste plastics and reprocessing the material into useful products, sometimes completely different in form from their original state" by classifying by the final product of any given recovery process as the criteria. There are four main types of the plastic recycling process: Primary recycling is a process that reuses recovered contamination-free plastic of similar quality in the manufacturing or remanufacturing process. The recovered materials may be reused or used as a mixture with virgin materials at the production's appropriate proportion. Secondary recycling is a process of recycling recovered plastic by washing, grinding, melting, and reprocessing into a plastic product. Tertiary recycling is a process that involves chemical or thermal manipulation to break down hydrocarbon molecules of recovered plastic. Quaternary recycling is a process that creates alternative energy using plastic to reduce the amount of fuel used for incineration. Chemical recycling is classified as tertiary recycling, which attracts great attention as it reduces the volume of plastic waste and is efficient resource management in line with the circular economy. Chemical recycling is a polymer-to-monomer recycling process by processing recovered plastic with chemical reactors under appropriate conditions to break down large molecules or polymer chains, resulting in depolymerization that converts materials into monomer or oligomer where the outputs can be different. The processed output will then be purified by distillation and crystallization and become a high-quality substrate used as feedstock for plastic resin production. SCG's Role in Advanced Recycling Innovation With SCG's unwavering commitment to driving and reinforcing a wider adoption of the circular economy in Thailand with its integration of such approach to business operation, Chemicals Business, SCG, one of the SCG core businesses, has announced strategic business direction for 2021 toward a "Chemicals Business for Sustainability" in line with SDGs (Sustainable Development Goals) and ESG (Environmental, Social, Governance). One of the key strategic plans to help the company achieve being the Chemicals Business for Sustainability is Accelerating Circularity. Chemical recycling is one of the four areas in the roadmap. On 28 January, Chemicals Business, SCG, has launched Thailand's first demonstration plant in its complex in Rayong. The demonstration plant is set to develop and scale-up chemical recycling technologies that can turn post-use consumer plastic into recycled feedstock for virgin plastic resin production for petrochemical plants. Chemicals Business, SCG, has developed advanced chemical recycling at the initial stage by utilizing a catalyst in the process to lower process temperature, an energy-saving and environmentally friendly approach, and a way to help improve Thailand's domestic plastic waste management. The demonstration plant will produce approximately 4,000 tons of recycled feedstock per year, and the capacity expansion plan is at hand. Furthermore, Chemicals Business has partnered with a technology startup to co-develop the recycling technology and co-establish Circular Plas Co., Photos: vhv.rs, eco-business.com and picpng.com
Ideas to Innovations: i2P Center’s Mission to Fulfill Client and Consumer Needs

Ideas to Innovations: i2P Center’s Mission to Fulfill Client and Consumer Needs

Date: 10 Mar 2021

In today’s world context, things are propelled by ever-changing customer needs and unprecedented crises catching us off guard, like the COVID-19 pandemic, climate emergencies, and ocean waste. These significant challenges face new entrepreneurs who are now required to always stay relevant to create and develop products and services that efficiently and speedily fulfill the needs. Chemicals Business, SCG, has been aware of such a dynamic and prioritized creating and developing innovations and solutions. The goal is to equip clients with a more decisive competitive edge while enhancing people’s quality of life and building a sustainable environment. This commitment has led to the founding ofthei2P Center (Ideas to Products), a hub for ideas and innovation developments to uncover solutions that meet the needs of clients, consumers, and environmental protection. Building Good Experience is Key As the world constantly evolves, and so do customer needs and their interests, SCG remains committed to living up to its promise of “Passion for Better.” SCG strives to explore customer insight from their lens and use it as a foundation to develop customer-centric products and services that better serve their needs. Fostering Collaboration and Expertise Apart from its commitment to advancing SCG to create and develop innovations efficiently and quickly, we believe that the exchange of knowledge and know-how among network partners of all levels, including internal units, external firms, and customers, is key to keeping the pace of innovation development with the fast-moving world. Since its operation commencement, the i2P Center has had opportunities to work with a wide array of agencies, both government and private sectors, and major industries such as food packaging, automotive, agriculture, utility infrastructure, and energy. The i2P Center: All-in-one Center The i2P Center functions as part of the client's team and offers end-to-end support from idea creation, Voice of the Customer (VOC), to project development of the products that meet the market's need. Clients will be assisted by experts who can provide a holistic range of services throughout the process, from material selection, design, material formulation, value-added designs, engineering design to product design. The provided support is to make sure that the developed product meets aesthetic and functional needs. Aside from being the hub for ideas and innovations, the Center also facilitates Application Development Center or Professing space with all-inclusive machinery support under the close guidance of experts to speed up innovation creation on top of the Application Lab, making it a holistic platform solution. The Center’s support will enable a faster and more agile product development process prior to the production. The Center provides a full-scale capability that helps translate ideas to products. Because of its all-dimension availability from material sciences expertise, advanced equipment to SCG’s robust network of partners, the i2P Center in Rayong becomes the hub for potential business opportunities and a companion in the journey of business growth. The i2P Center in Rayong also provides visitors with a virtual tour and New-Normal center visit. The Center is well received by visitors both at home and overseas. The Center has successfully helped facilitate product developments of over 100 items over the past year. See the video to learn more about the i2P Center here:https://www.youtube.com/watch?v=1XWBWKpsupU