SCG CHEMICALS X BRÜCKNER: SUSTAINABLE HIGH PERFORMANCE BOPE FILM FROM SMX™ TECHNOLOGY

SCG CHEMICALS X BRÜCKNER: SUSTAINABLE HIGH PERFORMANCE BOPE FILM FROM SMX™ TECHNOLOGY

Date: 20 Dec 2021

SCG Chemicals develops mono-material solutions under the brand SCG GREEN POLYMER™ and is the first in Asia Pacific region that can provide HDPE material for biaxial oriented polyethylene (BOPE) film with rich HDPE resin that enhance the performance of existing BOPE film in market to create sustainable products to the world and a big part of our success is credited to Brückner, leader in biaxial oriented film manufacturing technologies. With Brückner’s machine, SCG Chemicals can convert our superior HDPE resin into BOPE film resulting in new offering of mono-material packaging with low haze and low thermal shrinkage. Mr. Niwat Athiwattananont, CTO Polyolefins and Vinyl Business of SCG Chemicals, said, “For easy operating of printing process, lamination process, and packing process, SCG Chemicals uses SMXTM technology to rocket product performance to replace BOPET and BOPA (Nylon) films in order to change the structure in multi materials packaging to be full recyclable PE mono material packaging.” Mr. Sebastian Ruhland, Senior Sales Manager of Brückner Maschinenbau, said, “SCG Chemicals resin for BOPE-HD film production has been successfully tested for biaxial stretching in the laboratory and pilot line scale at the Brückner technology center in Germany and we found out that the material provide ease of operation in process.” Mr. Xaver Sedlmeier, Chief Representative of Brückner Far East, said, “The results have been positively proven in production process and we congratulate SCG Chemicals for this development and commitment to BOPE which will enable PE mono-material packaging structures to improve functionality and recyclability. This BOPE films can be used for various flexible applications such as personal and home care packaging like liquid detergent, powder detergent, dishwashing liquid, food packaging, dried food packaging, and fresh food packaging.” Mr. Niwat Athiwattananont, CTO Polyolefins and Vinyl Business of SCG Chemicals, added, “SMXTM Technology is our innovation that help closing the gap of full PE structure and current multi-material structure. Supporting by our facility at SCG Chemicals ADC packaging center, SCG Chemicals is total mono material solution provider that open to collaboration” For more information, please contact foodbev_pkg@scg.com
5 นวัตกรรมลดโลกร้อน “เปลี่ยนโลกที่มีให้ดีขึ้น” โดย เอสซีจี เคมิคอลส์

5 นวัตกรรมลดโลกร้อน “เปลี่ยนโลกที่มีให้ดีขึ้น” โดย เอสซีจี เคมิคอลส์

Date: 23 Nov 2021

รายงานฉบับล่าสุดของ IPCC หรือ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change) ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในระดับโลกเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะเป็นความร่วมมือระหว่าง สหประชาชาติ (United Nation: UN) องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) และนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำสาขาต่างๆ ที่ช่วยกันทบทวน สรุปและสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับการตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์นับหมื่นชิ้นจากทั่วโลก จนออกมาเป็นรายงานการประเมิน (Assessment Report) ระดับโลกที่มีความแม่นยำและมีความน่าเชื่อถือสูงมาก ระบุว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) คือ ประเด็นทางสิ่งแวดล้อมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพชีวิต และการเติบโตทางเศรษฐกิจ” เอสซีจี เคมิคอลส์ ในฐานะผู้ผลิตเคมีภัณฑ์แบบครบวงจรและผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชั้นนำของภูมิภาค จึงได้มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลาสติก ที่มีคุณสมบัติตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่ามากที่สุด และที่สำคัญช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และทำให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกอบกู้โลกได้ ไฮไลต์ที่น่าสนใจทั้ง 5 มีดังต่อไปนี้ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การรีไซเคิล” เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือ High Quality Post-Consumer Recycled Resin (PCR) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมภายใต้โซลูชัน “การรีไซเคิล” ด้วยสูตรเฉพาะของเอสซีจี เคมิคอลส์ และเครือข่ายในการรวบรวมพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือน ทำให้สามารถเปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้ให้กลายเป็นเม็ดพลาสติก PCR ชนิด HDPE คุณภาพสูงได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปสู่แหล่งที่มาของขยะที่ถูกนำมาใช้ได้ สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลกอย่าง Global Recycle Standard (GRS) นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ทดแทนเม็ดพลาสติกใหม่ได้ตั้งแต่ 25–100% ตอบโจทย์นโยบายความยั่งยืนของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าเม็ดพลาสติกทั่วไป และยังช่วยลดการเผาขยะเพื่อกำจัดอีกด้วย เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การลดใช้ทรัพยากร” SMXTMTechnology คือ เทคโนโลยีการผลิตพอลิเมอร์ชั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดย เอสซีจี เคมิคอลส์ โดยมีแนวคิดการออกแบบเม็ดพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยทำให้เม็ดพลาสติก HDPE มีคุณภาพสูง ทั้งด้านความแข็งแรง และความเหนียวแน่น เมื่อนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผู้ผลิตจึงใช้ปริมาณเม็ดพลาสติกน้อยลง ส่งผลให้ใช้พลังงานในการกระบวนการผลิตลดลง นอกจากนี้ ยังทำให้สินค้าปลายทางมีน้ำหนักเบาลงด้วย จึงช่วยลดการใช้พลังงานในการขนส่งอีกต่อหนึ่ง เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การใช้พลังงานสะอาด” นวัตกรรมทุ่นลอยน้ำสำหรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นผิวน้ำ หรือที่เรียกว่าSCG Floating Solar Solutions เอสซีจี เคมิคอลส์ คิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์พลังงานสะอาด สามารถรองรับการผลิตกระแสไฟฟ้าในระดับกลางจนถึงระดับใหญ่ มีจุดเด่นที่การออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยตัวทุ่นผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษที่มี UV stabilizer ทนทานต่อแสงแดด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากการติดตั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำกว่า 34 โครงการ สามารถสร้างกำลังการผลิตไฟฟ้า รวมถึง 37.9 เมกะวัตต์ (MWp) ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 26,530 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 18,192 ไร่ (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564) เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การจัดการขยะแบบครบวงจร” “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ”คือ โมเดลการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ซึ่งต่อยอดจาก บางซื่อโมเดล โมเดลการจัดการขยะภายในเอสซีจี สำนักงานใหญ่ มาสู่การบริหารจัดการขยะในชุมชน จ.ระยอง ขับเคลื่อนผ่าน “บ-ว-ร” ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อน Eco Community และเชื่อมต่อกับ “ธนาคารขยะชุมชน” เพื่อให้เกิดการบูรณาการทั้งระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการช่วงต้นปี 2562 จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2564) สามารถนำขยะรีไซเคิลเข้าสู่ระบบแล้วกว่า 166 ตัน เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 125 ตัน เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วย “การประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัล” การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ AI Supervisory for Energy Analytics โดยนำมาใช้ตรวจสอบการทำงานที่ผิดปกติของเครื่องจักร ทำให้สามารถคาดการณ์ความผิดปกติได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยง และสามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ สามารถลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต และไม่สูญเสียพลังงานโดยไม่เกิดประโยชน์ จากการทดสอบติดตั้งเทคโนโลยีในหน่วยการผลิตย่อย สามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 19,430 กิกะจูลต่อปี หรือเทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 806 ตันต่อปี ตามความมุ่งมั่นที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ จะพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง ESG และ SDGs อย่างเป็นรูปธรรม เราจึงใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเราพร้อมที่จะร่วมกันขับเคลื่อนและลงมือปรับเปลี่ยน พร้อมสร้างสรรค์แนวทางที่จะช่วยรักษาสมดุลของโลกใบนี้ให้เกิดขึ้นต่อไปอย่างยั่งยืน ติดตาม 5 นวัตกรรมลดโลกร้อน “เปลี่ยนโลกที่มีให้ดีขึ้น” โดย เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ที่ https://bit.ly/3C7atQ7
ESG กับ เอสซีจี เคมิคอลส์ “เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมยั่งยืน ด้วยการบริหารที่โปร่งใส”

ESG กับ เอสซีจี เคมิคอลส์ “เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมยั่งยืน ด้วยการบริหารที่โปร่งใส”

Date: 23 Nov 2021

จากความมุ่งมั่นสู่การเป็น “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” (Chemicals Business for Sustainability)” เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก เรายังบูรณาแนวทาง ESG ที่ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบ 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น แนวทาง ESG ที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ใช้เป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจ ช่วยสะท้อนว่าธุรกิจมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีและบริหารงานอย่างโปร่งใส จัดการความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย มีศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว E for Environmental “เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี” ความตระหนักต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม คือนโยบายที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ดำเนินการมาโดยตลอดผ่านหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเราได้ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าสูงสุด ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและการเกิดของเสีย ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทั้งกระบวนการผลิต และตลอดห่วงโซ่คุณค่า นอกจากนี้ เรายังยกระดับการดำเนินธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการพัฒนานวัตกรรมพลาสติก โดยหนึ่งในผลิตผลสำคัญจากความมุ่งมั่นดังกล่าว ก็คือ SCG GREEN POLYMER™ โซลูชันนวัตกรรมพลาสติกที่ได้รับการออกแบบให้ช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติก (Reduce) การออกแบบพลาสติกและโซลูชันที่ช่วยให้รีไซเคิลได้ง่าย โดยยังคงคุณสมบัติตั้งต้นไว้อย่างครบถ้วน (Recyclable) การนำพลาสติกใช้แล้วหมุนเวียนกลับมาผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับธุรกิจปิโตรเคมี (Recycle) ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน อย่างนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ (Renewable) ตลอดจนพัฒนาสินค้าให้ได้รับการรับรองSCG Green Choiceซึ่งเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เห็นความสำคัญของสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานสินค้า S for Social “สังคมยั่งยืน” เอสซีจี เคมิคอลส์ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม เราให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย ของพนักงานและคู่ธุรกิจ โดยเริ่มต้นจากภายในองค์กรที่มุ่งสู่ Zero Accident และสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน ภายใต้โครงการ The Lifesaver หรือผู้พิทักษ์ชีวิต นอกจากนี้เรายังขยายผลโครงการรณรงค์ด้านความปลอดภัยจากภายในสู่ภายนอกองค์กร โดยมุ่งเน้นที่ชุมชนรอบโรงงาน ซึ่งมีตัวอย่างสำคัญได้แก่ โครงการ The Lifesaver in School ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการปีละ 1,250 คน รวมทั้ง The Lifesaver in Community มีชุมชนเข้าร่วมโครงการ 16 ชุมชน 8 อำเภอ พร้อมร่วมกับ 16 สถานีตำรวจ นำร่องในเขตจังหวัดระยอง ปีละ 1,000 คน สำหรับในส่วนของความรับผิดชอบต่อลูกค้าและคู่ค้า เอสซีจี เคมิคอลส์ พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) รวมไปถึงในด้านความปลอดภัยในการใช้งาน และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นสำคัญ รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรให้เป็นผู้นำที่เชี่ยวชาญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถพัฒนานวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของชุมชนนั้น เอสซีจี เคมิคอลส์ มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมและชุมชนในพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นไปที่การมีส่วนร่วมเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน การส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ในชุมชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน การส่งเสริมการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย รวมทั้งการสนับสนุนด้านการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้เยาวชนเติบโตเป็นคนเก่งและคนดี มีจิตสำนึกเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม G for Governance “ด้วยการบริหารที่โปร่งใส” เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดให้มีนโยบายบรรษัทภิบาลที่เป็นลายลักษณ์อักษร และสนับสนุนให้มีการสื่อสารไปสู่ทุกคนในบริษัทฯ ให้ได้รับทราบยึดถือปฏิบัติอย่างจริงจัง เช่น นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน นโยบายการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและการกระทำผิด และนโยบายการจัดการข้อมูลภายในและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น และการปรับใช้นโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่าบริษัทฯ มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วยความเป็นธรรม รวมถึงกำกับดูแลและพัฒนาบรรษัทภิบาลของบริษัทฯ ให้อยู่ในระดับสากล เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ติดตามให้มีการปฏิบัติ และเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณ เรายังกำหนดจรรยาบรรณและจริยธรรมธุรกิจ ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรของบริษัทฯ ปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ และบริษัทฯ ตั้งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงจริยธรรมในการประกอบการค้าและกฎหมายแข่งขันทางการค้าในประเทศต่าง ๆ ที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ ทั้งต่อลูกค้าและคู่ค้าของบริษัทฯ รวมถึงดำเนินการตามแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง ESG เป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญของการไปสู่ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืนที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ดำเนินงานตามแนวทาง ESG โดยมีเป้าหมายและแผนการขับเคลื่อนที่ชัดเจน พร้อมกับความตั้งมั่นและแรงขับที่จะทำให้โลกนี้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน “เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมยั่งยืน ด้ายการบริหารที่โปร่งใส”
คุณเลือก เพื่อโลกได้: ฉลาก “SCG Green Choice” กับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์

คุณเลือก เพื่อโลกได้: ฉลาก “SCG Green Choice” กับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์

Date: 15 Oct 2021

การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดและจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือสองปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การขาดแคลนทรัพยากร การจัดการของเสียที่ด้อยประสิทธิภาพ เป็นความท้าทายและตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคม เอสซีจี เคมิคอลส์ ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจต่อการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และภายใต้แนวทาง “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” เราได้มุ่งมั่นในการส่งมอบคุณค่าผ่านการคิดค้นและพัฒนา “พลาสติก” ที่ครอบคลุมตั้งแต่สินค้า บริการ และโซลูชัน ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ผนวกกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้ฉลาก “SCG Green Choice” เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด พร้อมกับช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมได้อย่างดีที่สุด ฉลาก “SCG Green Choice” คืออะไร ? ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 เอสซีจี เป็นองค์กรไทยรายแรกที่กำหนดฉลากสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเภทการรับรองตนเอง ภายใต้ชื่อ SCG eco value โดยกำหนดกฎเกณฑ์การพิจารณาอ้างอิง มาตรฐาน ISO 14021: Environmental Labels and Declarations-Self-Declared Environmental Claims ครอบคลุมสินค้าที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับผู้บริโภค เช่น สินค้าที่มีการออกแบบให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น และสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคได้ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมจากการเลือกใช้สินค้านั้น เช่น สินค้าที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันฉลากดังกล่าวได้พัฒนาเป็นฉลาก “SCG Green Choice” เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจง่าย และเปรียบเสมือนทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ฉลาก SCG Green Choice ประกอบขึ้นจากสององค์ประกอบสำคัญ คือ ใบไม้สีเขียว แสดงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค และคำว่า Green Choice ที่แสดงถึงการประหยัดพลังงาน การไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรต่อสุขอนามัย ในขณะเดียวกันก็เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ ทำไมต้องฉลาก “SCG Green Choice” ? ฉลาก SCG Green Choice กับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ พิจารณามุมมองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์คุณภาพที่ดีของสินค้าในสามหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน (Climate Resilience)เพราะปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตทั่วโลกจนยกระดับเป็นภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ (Climate Emergency) ตัวอย่างนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่น่าสนใจได้แก่ สารเคลือบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานสำหรับเตาเผาอุตสาหกรรม emisspro® และ แผ่นอะคริลิก Shinkolite กลุ่มประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและยืดอายุการใช้งาน (Circularity)เนื่องจากทรัพยากรมีอยู่จำกัด การใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนจะช่วยให้เราบริหารจัดการทรัพยากรได้คุ้มค่าที่สุด ทั้งยังคำนึงถึงปลายทางการใช้งาน ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือการกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อไม่ใช้งานแล้ว โซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ในกลุ่มนี้ทีน่าสนใจ คือ เม็ดพลาสติก HDPE คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์SCG Green PolymerTMซึ่งผลิตจาก SMXTMTechnology กลุ่มส่งเสริมสุขภาพและสุขอนามัยที่ดี (Well-being)เพราะการมีสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมโดยรวมดีขึ้น และมีกำลังพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นต่อไป นวัตกรรมพลาสติกฉลาก SCG Green Choice จากเอสซีจี เคมิคอลส์ ในหัวข้อนี้ ได้แก่ ท่อพีวีซีเอสซีจี รุ่น Green Premium นวัตกรรมฉลาก “SCG Green Choice”มีอะไรบ้าง? เอสซีจี เคมิคอลส์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ชั้นนำระดับประเทศและภูมิภาค ได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลาสติกที่สามารถต่อยอดการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกันสินค้า บริการ และโซลูชันที่เกี่ยวเนื่องกับพลาสติกเหล่านี้ก็ยังได้รับการรับรองฉลาก SCG Green Choice เพื่อการันตีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในสังคม เริ่มต้นด้วยemisspro®สารเคลือบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานสำหรับเตาเผาอุตสาหกรรม ที่พัฒนาสูตรขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและเป็นรายเดียวในอาเซียน โดยเมื่อนำไปเคลือบที่ผนังเตาด้านในจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางความร้อนให้กับเตาเผา นั่นคือ สารเคลือบนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซับและการปลดปล่อยรังสีความร้อนของผนังเตา ส่งผลให้เตาเผาใช้เชื้อเพลิงน้อยลงและยังสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกหนึ่งไฮไลต์นวัตกรรมจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ช่วยลดโลกร้อนและประหยัดพลังงาน คือShinkoliteแผ่นพลาสติกอะคริลิกชนิดพิเศษที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นวัสดุสำหรับการทำหลังคาและกันสาดโดยเฉพาะ ประหยัดพลังงานในการขึ้นรูปด้วยความร้อน (Thermoforming) อย่างน้อย 10% สำหรับโซลูชันพลาสติกและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและยืดอายุการใช้งาน (Circularity) จาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่น่าสนใจมีสองเรื่อง คือ เม็ดพลาสติก HDPE คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ SCG Green PolymerTMซึ่งผลิตจากSMXTMTechnologyเกรดพลาสติกในกลุ่มนี้ได้แก่ SCG GREEN POLYMER™ เกรด S111Fเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูงที่มีคุณสมบัติทนแรงกระแทก สำหรับบรรจุภัณฑ์ถุงอุตสาหกรรม ช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติกลงได้อย่างน้อย 20% โดยความแข็งแรงของฟิล์มเท่าเดิม SCG GREEN POLYMER™ เกรด SMX551BU และ X14H007B เม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง แข็งแรงสูง สำหรับผลิตIntermediate Bulk Container (IBC)ที่ใช้เม็ดพลาสติกลดลงอย่างน้อย 6% ต่อถังในขณะที่ยังสามารถคงความแข็งแรงได้เท่าเดิม SCG GREEN POLYMER™ เกรด SX002JA และ SX002Jเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง สำหรับฝาน้ำอัดลมน้ำหนักเบา ทำให้ได้เม็ดพลาสติกที่มีความแข็งแรงมากขึ้นสำหรับการผลิตฝาน้ำอัดลมซึ่งสามารถลดการใช้พลาสติกอย่างน้อย 7% อีกสองนวัตกรรมพลาสติกฉลาก SCG Green Choice จาก เอสซีจี เคมิคอลส์ คือ ท่อ SCG รุ่น Green Premium เป็นท่อพีวีซีไร้สาระกั่วและสารปนเปื้อน ผ่านการรับรองมาตรฐาน NSF International ประเทศสหรัฐอเมริกา รายแรกและรายเดียวของไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ท่อพีวีซี ที่สำคัญผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังคงมุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลาสติก ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของทุกคนในสังคม โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด เพื่อส่งมอบนวัตกรรมพลาสติกฉลาก SCG Green Choice ที่ “คุณเลือก เพื่อโลกได้” และเริ่มสร้างโลกที่น่าอยู่ไปด้วยกัน
SCG GREEN POLYMER:  THE SOLUTIONS FOR OUR WORLD AND OUR SOCIETY

SCG GREEN POLYMER: THE SOLUTIONS FOR OUR WORLD AND OUR SOCIETY

Date: 30 Sep 2021

“Globally, about 40% of plastics are used as packaging” reported UNCTAD on March 3, 2021. Its short life-span due to poor product design and lack of political infrastructure makes plastic packaging the greatest generator of environmental pollution. Only 9 percent has been recycled properly, while the majority are either landfilled or incinerated. And the last option is the significant source of greenhouse gas emissions. In Thailand, short-use consumer plastic packaging collected from the nation’s environments in 2018 contributes approximately 65.3% of staggering pollution1. Effective schemes and concrete actions are necessarily important, coupled with collaborative and more impactful efforts across the value chain. And all need rethinking! From the respective standpoint, circular economy represents an opportunity to use —and not use up— material resources. The progressive antidote to a linear economy will help ensure no materials are lost, no toxins are leaked and no maximum value is failed to achieve from every process, material and component3. SCG Chemicals, one of the largest integrated petrochemical companies in Thailand and a leading industry key player of the region, realizes the urgency of the fastest-growing, starling environmental threat and takes into account of ambitious commitment to never make plastic materials become waste. In so doing, we have integrated the concept of circular economy into our core strategies. These strategies help retain the value of plastics and find their ways to our new product offerings SCG GREEN POLYMER™ encompassing four major solutions: REDUCE - Enhancing Material for Eco-Efficiency; RECYCLABLE - Design for Recyclability; RECYCLE - Mechanical & Advanced Recycling, and RENEWABLE – Bioplastics. Embedding with our SMX™ Technology, our breakthrough innovation helps strengthen polyethylene resins and reduce the wall thickness in a product while retaining its functional properties. This does not only save raw material in manufacturing but also makes the product more lightweight, which translates to less energy required for transportation and less carbon dioxide emissions. To keep hard-to-recycle out of the environment, we have developed and enhanced better PP and PE resins to become practical options for mono-materiality. The solution enables full recyclability, while achieving existing properties, and will help to improve post-consumer management. The solution is currently in the development process done in conjunction with several brand owners. High Quality Post-Consumer Recycled Resin (PCR) is one of innovation in the “Recycle” solution. With our exclusive formulations and wide-ranging network of household waste collection, we can turn waste into high-quality PCR HDPE. Our PCR complies with global traceability standards such as Global Recycle Standard (GRS) and it can replace the use of virgin raw materials from at least 25% up to 100%, an achievement that is in line with global commitments from brand owners. Ultimately, our PCR pushes the boundaries of environmentally friendly packaging innovations. Moreover, we have developed advanced recycling technology that turns post-consumer plastics into recycled feedstock for virgin plastic resin production. This advanced technology utilizes catalyst to promote energy saving and environmental friendliness for the recycling process. “It sounds very easy to recycle plastic; however; there are significant gaps to be closed. Apart from our material advancements and eco-friendly technologies that play a key role in this scenario, we have to collaborate for sufficient recycling infrastructure in communities. Secondly, we have to develop a culture and rewarding system across the value chain for efficient sorting and collection as household waste is by nature scattered in small sources. And, the third challenge is the impurity that follows such litter requires extensive sorting and cleansing before the plastic can be reused,” said TineRorvik, Global Director Circular Economy at SCG Chemicals. Our Bio Compostable Compound offers unique products made from renewable resources in which contributing to greenhouse gas emissions reduction along the chain. The resin is ready to use as a drop-in compound and processing friendly. There are a number of recognized certifiers in Europe, DIN CERTCO and Biodegradable Products Institute (BPI) in USA. Ultimately, SCG Chemicals expects our approach to delivering SCG GREEN POLYMER™ to develop further as a foundation for sustainable material advancements. While the green technology will help benefit our society and planet. For more information about our SCG GREEN POLYMER™, please contact foodbev_pkg@scg.com References: https://www.pcd.go.th/pcd_news/12628/ https://supplychain.edf.org/resources/sustainability-101-packaging-waste-the-problem/ https://archive.ellenmacarthurfoundation.org/explore/plastics-and-the-circular-economy
7 นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

7 นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

Date: 20 Sep 2021

รายงานของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ประจำปี 2021 ระบุถึงความจำเป็นเร่งด่วนในอีกเก้าปีข้างหน้าที่เราทุกคนอาจจะต้องมีโลกไว้อีกสักสองถึงห้าใบ ถ้าอัตราการใช้ทรัพยากรทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริงเราทุกคนมีโลกเพียงใบเดียว และนั่นอาจจะหมายถึงภาวะขาดแคลนทรัพยากรที่จะส่งผลกระทบต่อทุกคนทั่วโลกในอนาคตอันใกล้นี้ การเรียนรู้ที่จะใช้งานทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเพียงทางออกเดียว ที่จะช่วยอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรและลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคมโลกในบริบทต่าง ๆ ซึ่งเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy คือ ชุดแนวคิดที่จะเข้ามา “รื้อสร้าง” แบบแผนทางเศรษฐกิจดั้งเดิมที่เน้นการถลุงใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิต และเพิกเฉยต่อการหมุนเวียนใช้ซ้ำทรัพยากรเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน รวมถึง “ปลอดล็อก” ความท้าทายนานัปการที่โมเดลเศรษฐกิจปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ ในบทความนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รวบรวมไฮไลต์นวัตกรรมที่ช่วยสร้างความต่อเนื่องและขยายองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและจากทั่วโลกทั้งหมด 7 ตัวอย่างที่น่าสนใจ โมเดลการจัดการขยะ ขับเคลื่อนจากภายใน ขยายผลสู่ภายนอก การให้ความสำคัญและการเป็นต้นแบบในการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเรื่องความยั่งยืน คือสิ่งที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี บางซื่อโมเดล (Bang Sue Model) เป็นฐานรากสำคัญที่ส่งเสริมและสะท้อนภาพความมุ่นมั่นขององค์กรในเรื่องนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม บางซื่อโมเดล ช่วยขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเริ่มจากภายในเอสซีจี สำนักงานใหญ่ บางซื่อ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อขยะกลับเข้าสู่ระบบตามหลักการ ผลิต–ใช้–วนกลับ โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” จากก้าวสำคัญนี้เองนำไปสู่การขยายผลให้กับชุมชนรอบโรงงานของ เอสซีจี เคมิคอลส์ นั่นคือ โครงการ “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับบ้าน วัด และโรงเรียน รวมถึงการมีธนาคารขยะชุมชนและมีเครื่องมือดิจิทัลอย่างแอปพลิเคชัน “คุ้มค่า” (KoomKah) เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการขยะอีกด้วย หุ่นยนต์แมงมุมช่วยคัดแยกขยะ หนึ่งในหลักการสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ การนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเพื่อหมุนเวียนใช้ซ้ำ ซึ่งจำเป็นต้องมีการคัดแยกวัสดุใช้แล้วอย่างถูกต้องเสียก่อน AMP Robotics บริษัทนวัตกรรมในรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าใจถึงความท้าทายนี้ จึงได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายแมงมุมขึ้นมา เมื่อติดตั้งหุ่นยนต์ไว้กับสายพานลำเลียงขยะ Computer Vision ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งในตัวหุ่นยนต์จะช่วยคัดแยกวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น หนังสือพิมพ์ กล่องกระดาษ พลาสติกแบบต่าง ๆ ออกมา การทำงานของเทคโนโลยีดังกล่าวจะใช้การจดจำรูปร่าง ขนาด พื้นผิว สี หรือแม้แต่โลโก้ที่อยู่บนวัสดุนั้น ๆ นวัตกรรมนี้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำมากกว่าการใช้แรงงานคนในการคัดแยกวัสดุ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ให้กับผู้ปฏิบัติงานในอีกทางหนึ่งด้วย แยกขยะในแหล่งน้ำด้วยฟองโฟม ทุกๆ ปีมีปริมาณขยะพลาสติกกว่า 8 ล้านตันที่ถูกพัดลงสู่ทะเล โดยกว่า 80% เกิดขึ้นจากกิจกรรมบนบก และเมื่อเกิดข้อบกพร่องในการจัดเก็บ ก็ทำให้พวกมันเล็ดลอดลงสู่แม่น้ำและลำคลอง นั่นจึงเป็นที่มาของ Bubble Barrier โครงการบริหารจัดการขยะพลาสติกสัญชาติดัชต์ ที่ตั้งเป้าจะดักเก็บพลาสติกใช้แล้วก่อนที่พวกมันจะไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทร ท่อที่ถูกติดตั้งไว้ที่ก้นแม่น้ำจะขับอากาศออกมาจนเป็นฟอง กระแสฟองที่อุปกรณ์ดังกล่าวสร้างขึ้นจะทำให้พลาสติกใช้แล้วเหล่านี้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ก่อนจะไหลอย่างมีทิศทางไปยังระบบดักจับที่ติดตั้งไว้ตรงริมตลิ่ง หลังจากที่ทำการทดสอบเป็นเวลากว่าหนึ่งปีในแหล่งน้ำของเมืองอัมสเตอร์ดัม มีการรับรองว่าฟองอากาศเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับระบบนิเวศ ที่สำคัญคือช่วยดักจับพลาสติกใช้แล้ว ตัวอย่างเช่น กระดานเซิร์ฟบอร์ด ถุงนอน รวมถึงหมวกกันน็อก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พลาสติกใช้แล้วเหล่านี้จะถูกนำไปรีไซเคิลเพื่อสร้างมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ต่อไป ตามติดพลาสติกด้วยระบบแทร็กกิ้ง Circulor อีกหนึ่งตัวอย่างนวัตกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพราะทำให้เจ้าของแบรนด์สินค้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้สินค้าผ่านการตรวจสอบแหล่งที่มาของวัสดุ บริษัทที่ขึ้นรูปและกระบวนการที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้เจ้าของแบรนด์ยังได้ยกระดับภาระผูกพันและความรับผิดชอบต่อการผลิตบรรจุภัณฑ์ชิ้นหนึ่งได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผลลัพธ์ของนวัตกรรมนี้ ทำให้เจ้าของแบรนด์สินค้าสามารถตรวจสอบย้อนกลับบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล ระบุขั้นตอนในกระบวนการผลิตเพื่อช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่อาจจะเกิดขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติที่ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องแหล่งที่มาของวัสดุ และจรรยาบรรณและกฎเกณฑ์การจัดการห่วงโซ่อุปทาน โซลูชันที่ช่วยคืนชีพให้กับพลาสติก พลาสติกใช้แล้วกว่า 91% มีจุดจบอยู่ที่หลุมทิ้งขยะ และหมดโอกาสที่จะถูกนำมาหมุนเวียนสร้างประโยชน์ บริษัทนวัตกรรมสัญชาติอิสราเอล Plastic Back ตระหนักถึงปัญดังกล่าวและได้พัฒนาโซลูชันเพื่อทำให้การรีไซเคิลเกิดขึ้นได้กับพลาสติกทุกชนิด ด้วยการใช้วิธีการออกซิเดชันทางเคมี (chemical oxidation) ที่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของอะตอมหรือโมเลกุลที่ไม่เสถียรเพื่อย่อยสลายพลาสติก ทำให้พันธะของพอลิเมอร์ถูกทำลายลงจนเหลือเพียงมอนอเมอร์ ที่เป็นโมเลกุลพื้นฐานของพลาสติก กรรมวิธีนี้สามารถใช้งานกับพลาสติกได้ทุกชนิด และเกิดขึ้นได้ภายใต้อุณหภูมิปกติ เปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้เป็นวัสดุชนิดใหม่ ภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยส่งเสริมการรีไซเคิลพลาสติกใช้แล้ว นั่นคือ การเปลี่ยนพวกมันให้เป็นวัสดุชนิดใหม่ และนี่คือสิ่งที่ Arqlite กำลังทำอยู่ บริษัทจากสเปนแห่งนี้ได้คิดค้นและพัฒนาวิธีการรีไซเคิลที่สามารถนำไปใช้กับพลาสติกได้ทุกชนิด โดยผลลัพธ์ที่ได้เป็นวัสดุเชิงพาณิชย์ที่ผลิตจากพลาสติกเหลือใช้หลากหลายประเภทผสมกัน ปัจจุบันวัสดุชนิดนี้ถูกนำร่องไปใช้ในงานก่อสร้าง เช่น คอนกรีตพรีแคสและคอนกรีตมวลเบา รวมถึงวัสดุสำคัญในระบบระบายน้ำอีกด้วย ทีมงานผู้พัฒนากล่าวเสริมว่า “Arqlite Smart Gravel นี้ นอกจากจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาพลาสติกเหลือใช้ปริมาณมากแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมก่อสร้างได้อีกด้วย” ดาต้าอินไซต์เพื่อการรีไซเคิลที่ดียิ่งขึ้น พลาสติกเหลือใช้จะถูกนำกลับมารีไซเคิลได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดเก็บรวบรวมอย่างมีระบบ และ Litterati ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ตั้งเป้าจะช่วยทำให้เราหมุนเวียนวัสดุมีค่าเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงจัดเก็บบิ๊กดาต้าของข้อมูลพลาสติกใช้แล้ว (รวมถึงวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ) ได้อย่างเป็นระบบ หลังจากดาวน์โหลดแอปฯ และสร้างบัญชีผู้ใช้งานแล้ว ก็สามารถถ่ายรูปขยะก่อนนำไปทิ้งให้ถูกต้อง เอไอของระบบจะวิเคราะห์ประเภทของวัสดุเหล่านี้ และข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปงานได้อย่างตรงจุด ตัวอย่างเช่น เนเธอแลนด์ใช้ข้อมูลที่ได้จากแอปฯ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงนโยบายการจัดการขวด PET ขนาดเล็ก หรือขยะจากก้นบุหรี่ที่แอปฯ มีการเก็บข้อมูลไว้ ก็ช่วยให้เมืองซานฟรานซิสโกใช้เป็นแนวทางในการจัดการภาษีความรับผิดชอบจากการขายบุหรี่ได้ถึง 4 ล้านเหรียญต่อปี ที่มา: https://www.foodbusinessnews.net/ext/resources/2021/8/080721_SingleUsePlastic_Lead.png?t=1629648023&width=1080 https://endplasticwaste.org/en/our-stories/these-7-innovations-are-making-circularity-quicker-and-easier https://www.weforum.org/reports/the-global-risks-report-2021 https://www.scgchemicals.com/th/news-media/feature-story/detail/40 https://www.amprobotics.com/about-us https://thegreatbubblebarrier.com/1-year-anniversary-bubble-barrier/ https://www.circulor.com/about-us https://scm-europe.manufacturingtechnologyinsights.com/vendor/circulor-the-future-lies-in-traceability-cid-1989-mid-182.html https://www.plastic-back.com/ https://www.arqlite.com/site/about-us https://www.litterati.org/